โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชลยศึกสงครามลาว (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 22 ต.ค. 2568 เวลา 02.47 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 02.47 น.

บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

เชลยศึกสงครามลาว (1)

สงครามที่ไม่มีทางชนะ

“สําหรับทางการไทย ผู้ซึ่งสร้างกองกำลังอาสาสมัครไทยขึ้นมาด้วยความยากลำบากแต่ประสบผลสำเร็จให้เข้าไปสู้รบในสงครามลับครั้งนี้ พวกเขาพยายามต่อรองเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยให้มากที่สุดเช่นเดียวกับสหรัฐ

ไทยต้องการป้องกันเขตแดนของเขาซึ่งคอมมิวนิสต์แผ่อิทธิพลอยู่เต็มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังอาสาสมัครเหล่านี้อาสาเข้าทำหน้าที่โดยมีชีวิตเป็นเดิมพัน พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไปกระทำเรื่องเหนือธรรมดาบนสกายไลน์ ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับกองกำลังของวังเปาที่สามารถเอาชนะการรบที่สกายไลน์ได้ นั่นคือจิตวิญญาณแห่งนักสู้ของกำลังอาสาสมัครไทยผู้ซึ่งเรียกตัวเองว่าเป็น ‘นักรบนิรนามแห่งองค์พระเจ้าอยู่หัว’ ที่ ‘แม้จะถูกหยามเหยียด แม้จะมีบาดแผลทั่วกาย แต่ยังคงสู้จนลมหายใจสุดท้าย เพื่อให้ถึงดวงดาวที่ไม่อาจไปถึง เพื่อเอาชนะในสงครามที่ไม่มีทางชนะ'”

JAMES E. PARKER JR. ผู้เขียน “BATTLE FOR SKYLINE RIDGE”

การปฏิบัติตนเมื่อถูกจับเป็นเชลยศึก

เอกสารที่ไม่สามารถเปิดเผยที่มา กำหนดคำแนะนำการปฏิบัติตนสำหรับทหารประจำการและทหารอาสาสมัครไทยเมื่อถูกจับเป็นเชลยศึกในสงครามลับลาว ดังนี้

“ด้วยทางราชการได้พิจารณาเห็นว่าทหารส่วนมากยังไม่เข้าใจในการปฏิบัติตนเมื่อถูกข้าศึกจับเป็นเชลยศึกซึ่งอาจจะเปิดเผยความลับทางราชการทหารจนเป็นเหตุให้เกิดผลเสียหายแก่หน่วยทหาร ประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบอบการปกครองของประเทศในที่สุดได้ ฉะนั้น จึงให้ผู้บังคับหน่วยต่างๆ ดำเนินการอบรมผู้ใต้บังคับบัญชา ดังแนวทางต่อไปนี้

1. กวดขันในการฝึกสอนและอบรม ตลอดจนการปฏิบัติงานประจำวันให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นทหารที่มีวินัยดีอย่างแท้จริง

2. อบรมให้ทราบถึงการที่การปกครองของคอมมิวนิสต์เป็นภัยร้ายแรงแก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบอบการปกครองของประเทศไทยอย่างยิ่ง

3. อบรมให้ทราบถึงอนุสัญญาเจนีวาเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเชลยศึก โดยเน้นให้ทราบถึงสิทธิของเชลยศึก ข้าศึกควรจะปฏิบัติต่อเชลยศึกอย่างไร เชลยศึกบอกข้าศึกได้เพียงยศ ชื่อ นามสกุล วันเกิด และหมายเลขประจำกองทัพ ประจำกรม ประจำตัว หรือหมายเลขลำดับเท่านั้น

4. อบรมให้ทราบถึงสิทธิของทหารที่จะตกเป็นเชลยศึกว่า ทางราชการจะยังคงจ่ายอะไรให้บ้าง ทางราชการจะให้สวัสดิการแก่ครอบครัวและผู้ที่ทหารเป็นห่วงให้หมดห่วง เพื่อให้ทหารมีขวัญดียอมเสียสละแม้ชีวิตโดยไม่ยอมแพร่งพรายความลับแก่ข้าศึก

5. อบรมให้ทราบว่า การพูดพล่อยๆ แก่ข้าศึกอาจจะเป็นผลร้ายแก่เราได้ง่าย ทางที่ดีคือไม่พูดเรื่องเกี่ยวกับทางทหารเลย

6. ให้ทราบถึงความทารุณของข้าศึกที่ปฏิบัติต่อเชลยศึกที่แล้วๆ มา ยกตัวอย่างเชลยศึกที่กล้าหาญอดทน ยืนหยัด ไม่ให้ประโยชน์แก่ข้าศึกเพื่อถือเป็นเยี่ยงอย่างที่ดี

7. อบรมให้ทราบแนวทางที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ข้าศึกจับไปเป็นเชลยศึกได้

8. เมื่อถูกข้าศึกจับได้ ให้พยายามหาโอกาสหนีทุกโอกาส ยิ่งปล่อยให้นานวันขึ้น จะหนียากขึ้นทุกที ในเรื่องนี้ต้องอบรมให้ทราบเทคนิคในการหนีและวิธีดำรงชีพ ณ ที่ต่างๆ ด้วย

9. อบรมให้ทราบว่า เมื่อคาดว่าจะถูกจับเป็นเชลยศึกต้องทำลายเอกสารหลักฐานและสิ่งของที่อาจเป็นประโยชน์แก่ข้าศึกให้หมด

10. แนวทางปฏิบัติตนเมื่อขณะเป็นเชลยศึกว่าควรจะปฏิบัติตนดังต่อไปนี้

ก. อย่าให้คำตอบที่เป็นประโยชน์แก่ข้าศึกนอกเหนือไปจากชื่อ ยศ และเลขหมายประจำตัวเท่านั้น

ข. อย่าคุยนอกเรื่องกับผู้สอบสวน

ค. อย่าทำเป็นคนฉลาดด้วยการปั้นเรื่องราวเพื่อลวงศัตรู

ง. ถ้าจำเป็นต้องหารือกับเพื่อนฝูง จงออกไปพูดกันที่โล่งๆ หรือกลางสนาม

จ. อย่าสนิทสนมกับเชลยแปลกหน้า โดยเฉพาะผู้หญิงทุกคน

ฉ. อย่าหลงเชื่อศัตรูโดยเฉพาะกรณีที่ศัตรูอวดอ้างว่าเขารู้ความลับที่ทหารพยายามปิดบัง

ช. อย่าพูดเรื่องที่จะเป็นภัยต่อท่านในสถานที่ที่ไม่แน่ใจว่าจะมีไมโครโฟนซ่อนอยู่

ซ. อย่ารับคำเชื้อเชิญไปสัมภาษณ์ทางวิทยุ

ฌ. อย่าใจเสียเมื่อตกเป็นเชลย จงใช้หูตาให้เป็นประโยชน์ตลอดเวลา และพยายามจดจำสิ่งที่จะนำประโยชน์มาสู่ฝ่ายเราให้มากที่สุด

ในการอบรมให้พยายามหาเรื่องประกอบการอบรมให้มากที่สุด หลังจากการอบรมแล้วให้มีการฝึกเป็นส่วนบุคคลเพื่อให้ทหารจดจำได้ง่าย การฝึกอบรมนี้ให้ดำเนินการโดยเคร่งครัดจึงจะได้ผลสมความมุ่งหมายของทางราชการ”

ไม่มีค่ายนรกที่เดียนเบียนฟู

“สยุมภู ทศพล” เป็นนามปากกาของนักเขียนนามจริง “ประจิม วงศ์สุวรรณ” ที่ทำให้คนไทยได้รู้จักและสนใจเรื่องราว “ลับสุดยอด” ที่เล่ากันปากต่อปากในยุคนั้นของ “ทหารรับจ้างในลาว” หรือที่ต่อมาจะเป็นที่รู้จักด้วยชื่อของทางราชการ “อาสาสมัครทหารเสือพราน” รวมทั้งที่พวกเขาเรียกตัวเองว่า “นักรบนิรนาม” และ “นักรบรับจ้าง”

ประจิม วงศ์สุวรรณ ชาวจังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง 3 คน จบการศึกษาจากโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จากนั้นสอบผ่านข้อเขียนเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร แต่ไม่ผ่านรอบสัมภาษณ์จึงเข้าเรียนที่โรงเรียนนายสิบทหารบก และรับราชการทหาร พร้อมกับเป็นนักกีฬากรีฑาทีมชาติไทย เป็นนักวิ่งระยะสั้น เคยได้รับเหรียญทองวิ่ง 400 เมตรชาย จากเอเชียนเกมส์ 1962 ที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และเข้าแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1960 ที่โรม ประเทศอิตาลีด้วย จึงมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่คนไทยยุคนั้น

จ.ส.อ.ประจิม วงศ์สุวรรณ อาสาสมัครไปรบในสงครามลับลาว ตำแหน่งนายสิบสื่อสารกองพันทหารเสือพราน หลังกลับประเทศไทย ได้ใช้ประสบการณ์เขียนนวนิยายเรื่องแรก “เฉือนคมเพชฌฆาต” ใช้นามปากกา “ทอง เทพบุตร” ต่อมาได้รับการสนับสนุนจาก “พนมเทียน” บรรณาธิการนิตยสาร “จักรวาล” ที่โด่งดังในยุคนั้นให้ทดลองเขียนนวนิยายแนวสงคราม จึงใช้ประสบการณ์จากสงครามลับในลาวดัดแปลงมาเป็นนวนิยายซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจนนำไปสู่การรวมเล่มตีพิมพ์ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน และทำให้สาธารณชนเริ่มรู้จักและสนใจบทบาทของทหารไทยในสงครามลับลาวมากยิ่งขึ้น ผลงานรวมเล่ม เช่น “ถล่มเนินสกายไลน์-วัน” “วันชโลมเลือด” “ทหารรับจ้างเดนตาย” เป็นต้น

ผลงานนวนิยายสงครามลาวเรื่องหนึ่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุดและถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์คือ “แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู” ออกฉายในปี พ.ศ.2520 นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี ยอดชาย เมฆสุวรรณ และนาท ภูวนัย ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 ม.ม. พากย์เสียงในฟิล์ม กำกับโดย ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 11 ประจำปี พ.ศ.2520 3 สาขา ได้แก่ “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” “ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม” ชุมพร เทพพิทักษ์ “ผู้กำกับภาพยอดเยี่ยม” สราวุฒิ วุฒิชัย และ “ผู้ออกแบบและสร้างฉากยอดเยี่ยม” อุไร ศิริสมบัติ

“แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู” เป็นเรื่องราวของ “ทหารรับจ้าง” ชาวไทยที่ถูกทหารเวียดนามเหนือจับเป็นเชลยกักขังไว้ในค่ายเดียนเบียนฟู ความเลวร้ายในค่ายทำให้พวกเขาหาทางไปสู่อิสรภาพ ท่ามกลางเชลยร้อยพ่อพันแม่ และผู้บังคับค่ายคนใหม่ที่โหดเหี้ยมทารุณ ทหารไทยกลุ่มหนึ่งจึงบุกเข้าไปชิงตัวเชลยที่ถูกทารุณพร้อมกับทำลายค่ายจนราบคาบ

คุณูปการที่ไม่อาจปฏิเสธได้ของ “สยุมภู ทศพล” คือทำให้คนไทยได้รู้จักเรื่องราวของ “นักรบนิรนาม” ผ่านรูปแบบนวนิยายซึ่งย่อมไม่อาจถูกต้องตามความเป็นจริงไปเสียทุกตัวอักษร แต่ความสนใจที่เขาสร้างขึ้นได้นำไปสู่ความพยายามในการค้นหาความจริงของคนรุ่นต่อๆ มากับเรื่องราวที่ทางราชการถือเป็นเรื่อง “ลับที่สุด” ในยุคนั้นและแม้จนทุกวันนี้

ประจิม วงศ์สุวรรณ เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยโรคหัวใจ เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2533 ขณะอายุเพียง 53 ปี

ผู้เขียนแม้ไม่ได้เข้าร่วมรบในสงครามครั้งนี้ แต่ทั้งความอยากรู้ในฐานะทหารและการสูญเสียเพื่อนร่วมรุ่นไป 2 คนจากการรบที่ทุ่งไหหินเลยมีความสนใจเป็นอย่างยิ่ง จึงทุ่มเทค้นคว้าอย่างจริงจัง อาศัยหลักฐานทั้งบันทึกลับของทางราชการไทย ซีไอเอ รวมทั้งของฝ่ายเวียดนามเหนือ และปากคำของผู้ผ่านเหตุการณ์ด้วยตนเอง จนนำไปสู่ผลงานเล่มแรกที่ให้ภาพรวมของสงครามนี้คือ “2503 สงครามลับ สงครามลาว” ติดตามด้วยเล่มที่ 2 “นรกบ้านนา” ของ พล.ต.ประจักษ์ วิสุตกุล ที่บันทึกเหตุการณ์ทหารประจำการไทยที่ถูกทหารเวียดนามเหนือทุ่มเทกำลังที่เหนือกว่าปิดล้อมจนเกือบตกเป็นเชลย เล่มที่ 3 “บีซี 604 กองพันไม่แพ้” ของ พ.อ.วิลาศ มณีรัตน์ ที่บันทึกเรื่องราวในสนามรบของเหล่าอาสาสมัครพลเรือน “ทหารเสือพราน” และที่รอการนำเสนอคือ “ผู้นำอากาศยานหน้า-Forward Air Guide” นักรบนิรนามพลเรือนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทเคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อนนักรบทหารเสือพราน

ประวัติศาสตร์ของเหล่านักรบนิรนามทั้งหมดนี้จะสมบูรณ์ไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเรื่องของเชลยศึกทหารไทยกว่า 200 คนที่ถูกจับจากการรบที่ทุ่งไหหินในช่วง พ.ศ.2514-2515 และมีการแลกเปลี่ยนเชลยศึกของแต่ละฝ่ายกันใน พ.ศ.2517 เมื่อสงครามสิ้นสุดลง

จากการค้นคว้า ผู้เขียนได้พบว่า “ค่ายนรกเดียนเบียนฟู” ไม่มีจริง “ค่ายกักกันเชลยศึก” มีจริง แต่ไม่ได้อยู่ที่เดียนเบียนฟู และสภาพของชีวิตเชลยศึกในค่ายก็มิได้เลวร้ายจนเรียกว่า “นรก” อย่างในนวนิยายและภาพยนตร์เรื่องนี้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชลยศึกสงครามลาว (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...