โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รถไฟฟ้า 20 บาทอาจไม่มี? แต่คนไทยต้องเปย์ค่าเดินทางสูงลิ่ว อยากประหยัดเราเลือกอะไรได้บ้าง

Thairath Money

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 18.58 น.
ภาพไฮไลต์

“เปลี่ยนนายกฯ นโยบายของรัฐบาลเก่าจะยังไปต่อไหม?”

คำถามนี้เกิดขึ้นมาในโซเชียลมีเดียมากมาย หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งทำให้ชาวไทยหลายคนสงสัยว่าโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลเพื่อไทยในชุดก่อนหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะ “โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ที่เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

สาเหตุที่หลายคนสนใจเรื่องนี้ก็เพราะปัจจุบันค่าเดินทางคนไทยสูงมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ เช่น บางคนจ่ายค่าโดยสารไปกลับวันละ 124 บาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ขั้นต่ำที่อยู่ 337 - 400 บาท/วัน

เรียกว่าถ้าต้องใช้ชีวิต 1 วันในกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายก็อาจช่วยได้บ้าง แต่ถ้านโยบายนี้ถูกพับเก็บไปล่ะ คนไทยจะมีวิธีไหนอีกบ้างที่จะช่วยประหยัดค่าเดินทาง?

รถไฟฟ้าไทยแพงเพราะอะไร?

รถไฟฟ้าของไทยเริ่มกระจายไปทั่วกรุง ใครๆ ก็อยากลองใช้ แต่ปัญหาคือแม้เส้นทางที่ขยายขึ้น “ราคา” ค่าโดยสารก็แพงขึ้นไปด้วย ใน 1 วัน อาจใช้เงินหลักร้อยบาทเลย ซึ่งถ้าถามว่าต้นตอของเรื่องนี้เกิดจากอะไร?

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เล่าไว้ 3 สาเหตุ 1) สัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าไทยมีหลายแบบ แต่มีเงื่อนไขต่างกันทำให้มีการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ขาดการคิดในภาพรวม 2) การกำหนดค่าโดยสารด้วยต้นทุนจัดหารายได้ทางอื่นเป็นสัดส่วนที่น้อย ประเทศอื่นๆ ค่าตั๋วจะมีส่วนรายได้โฆษณา ค่าเช่าที่ ฯลฯ มาช่วยไว้ 3) การกำหนดเพดานค่าโดยสารที่สูงเกินไป เช่น สายสีน้ำเงินตั้งเพดานราคาเท่ากับค่าโดยสารจำนวน 12 สถานี แต่กลับมีคนส่วนใหญ่นั่งไม่ถึง 12 ป้ายคนกลุ่มนี้ก็อาจต้องจ่ายแพงกว่า

ล่าสุดที่เราต่างลุ้นกันว่าจะได้ใช้ โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งจุดเริ่มต้นอาจมาจากแนวคิดว่า ไม่ว่าคนไทยจะเดินทางสาธารณะด้วยอะไร เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ ฯลฯ ค่าโดยสารที่เกิดขึ้นในแต่ละวันไม่ควรสูงเกินไปจนกระทบการใช้ชีวิตของเรา

ดังนั้น มีหนึ่งแนวคิดที่อาจช่วยเรื่องนี้ได้ โดย ทีดีอาร์ไอ เล่าถึง “ค่าโดยสารร่วม” ว่าจะช่วยประหยัดค่าเดินทางได้มาก เพราะจะกำหนดโครงสร้างค่าโดยสารที่เหมาะสม ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย นอกจากจะจำกัดว่าเดินทางตลอดสายต้องจ่ายเท่าไร เราในฐานะคนใช้ยังเหมือนได้ส่วนลดค่าแรกเข้า (15-17 บาท) ของ รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที รถไฟฟ้าบีทีเอส และอื่นๆ ไปอีกด้วย

ในต่างประเทศโมเดล “ค่าโดยสารร่วม” ยังมีใช้อีกหลายแบบ เช่น เมืองลอนดอนในประเทศอังกฤษ กำหนดเพดานค่าโดยสารรายวัน เช่น กรณีรถประจำทางและรถราง แต่ละวันจะตั้งไว้สูงสุดที่ 5.25 ปอนด์อังกฤษ (ราว 226 บาท) ไม่ว่าเราจะขึ้น-ลงรถกี่ครั้ง นั่งรถกี่รอบก็จ่ายสูงสุดที่ราคานี้ และยังมีรายสัปดาห์ ราคาอยู่ที่ 24.70 ปอนด์อังกฤษ (ราว 1,061 บาท)

ถ้าประเทศไทยได้นำแนวนี้มาปรับใช้ หรือเริ่มใช้จริงๆ บ้าง อาจช่วยแก้ปัญหาเรื่องค่าโดยสารที่คนไทยกำลังแบกรับให้ลดลงได้ ว่าแต่ถ้ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายไม่เกิด แต่ถ้าเราต้องประหยัดวันนี้! มีตัวเลือกอะไรให้เราปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้าง

เปิด 2 ตัวช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

1. บัตรเดินทางบีทีเอส Xtreme Savings

หลังจากที่มีการเรียกร้องให้รถไฟฟ้าบีทีเอสกลับมาขายบัตรรายเดือนที่เคยถูกยกเลิกขายในปี 64 ล่าสุด บีทีเอสประกาศว่าจะนำแพ็กเกจแบบเหมาเที่ยวเดินทาง Xtreme Savings กลับมาขายอีกครั้งในวันที่ 11 กันยายน ปี 68 - 31 มีนาคม ปี 69 เพื่อช่วยให้คนไทยประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น

โดยราคาของแพ็กเกจจะแตกต่างกันออกไป ดังนี้

1.1. แพ็กเกจอายุใช้งาน 30 วัน มีราคาคือ

  • บุคคลทั่วไป มี 3 ราคา (เฉลี่ย 34 - 38 บาท/เที่ยว) ได้แก่

- ราคา 570 บาท (15 เที่ยว)

- ราคา 900 บาท (25 เที่ยว)

- ราคา 1,190 บาท (35 เที่ยว)

  • สำหรับนักเรียน/นักศึกษา มี 3 ราคา (เฉลี่ย 27 - 31 บาท/เที่ยว) ได้แก่

- ราคา 465 บาท (15 เที่ยว)

- ราคา 725 บาท (25 เที่ยว)

- ราคา 945 บาท (35 เที่ยว)

1.2. แพ็กเกจอายุใช้งาน 60 วัน จะมีจำนวนเดินทาง 10 เที่ยวเท่านั้น โดยมีราคาคือ

  • สำหรับบุคคลทั่วไป ราคา 400 บาท (เฉลี่ย 40 บาท/เที่ยว)
  • สำหรับนักเรียน/นักศึกษา ราคา 320 บาท (เฉลี่ย 32 บาท/เที่ยว)

นอกจากนี้ หลายคนยังตั้งคำถามถึงรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีว่าจะกลับมาขายบัตรรายเดือน หรือ ตั๋วเที่ยวเมื่อไร ซึ่งต้องติดตามกันต่อว่าจะตอบสนองต่อการเรียกร้องในครั้งนี้อย่างไร

2. บัตรรายเดือน/รายสัปดาห์ ของรถเมล์

นอกจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแล้ว รถโดยสารประจำทางหรือรถเมล์ เราก็ประหยัดขึ้นได้ถ้าใช้ตั๋วรายสัปดาห์หรือรายเดือน เราแบ่งเป็นรถเมล์ 2 บริษัท

1. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่มีบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ (แบบเหมาจ่าย) ประเภทรายสัปดาห์และรายเดือน ได้แก่

  • สำหรับบุคคลทั่วไป

รายเดือน : รถโดยสารปรับอากาศ ราคา 1,020 บาท, รถโดยสารธรรมดา ราคา 480 บาท

รายสัปดาห์ : รถโดยสารปรับอากาศ ราคา 255 บาท, รถโดยสารธรรมดา ราคา 120 บาท

  • สำหรับนักเรียนชั้น ม.4 ขึ้นไป /นักศึกษา

รายเดือน : รถโดยสารปรับอากาศ ราคา 540 บาท, รถโดยสารธรรมดา ราคา 270 บาท

  • สำหรับนักเรียนชั้น ม.3 ลงมา

รายเดือน : รถโดยสารปรับอากาศ ราคา 270 บาท, รถโดยสารธรรมดา ราคา 135 บาท

และ2. บริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป ที่มีบัตร HOP Card ซึ่งเป็นการเหมาจ่ายแบบ Daily Max Fare ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จะขึ้นรถต่อเรือก็จ่ายสูงสุดไม่เกิน 50 บาทต่อวัน แบ่งเป็น

- การใช้บริการรถเมล์ของไทย สมายล์บัส อัตราค่าโดยสารสูงสุด 40 บาทต่อวัน

- ถ้าใช้บริการรถเมล์ของไทย สมายล์บัสและเรือไทย สมายล์ โบ้ท อัตราค่าโดยสารสูงสุด 50 บาทต่อวัน

การเดินทางกับคนไทยเป็นของคู่กัน ยิ่งวัยทำงาน วัยเรียนค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็คือค่าเดินทาง แต่ถ้าเราวางแผนก่อนว่าจะใช้กับอะไร เลือกเดินทางด้วยรถอะไร เราอาจจะวางแผนได้ว่าจะใช้ตั๋วเหมาๆ เพื่อประหยัดได้มากขึ้น

เมื่อในระดับบุคคลเราทำดีที่สุดแล้ว คงต้องติดตามว่านโยบายของรัฐบาลจะให้ความสำคัญปัญหาที่คนไทยต้องเผชิญมาหลายสิบปีนี้อย่างไร

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ 42.981 บาทต่อปอนด์อังกฤษ

ที่มา: TDRI [1] [2] รถไฟฟ้าบีทีเอส [1] [2], ไทยสมายล์บัส, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รถไฟฟ้า 20 บาทอาจไม่มี? แต่คนไทยต้องเปย์ค่าเดินทางสูงลิ่ว อยากประหยัดเราเลือกอะไรได้บ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...