โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์ เดินหน้าปรับ วีซ่า H-1B เก็บค่าธรรมเนียมปีละ 100,000 ดอลลาร์ เขย่าวงการเทคโนโลยีสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ก.ย 2568 เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2568 เวลา 05.44 น.

ทรัมป์ เตรียมเก็บค่าธรรมเนียม วีซ่า H-1B มหาศาล ทำให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เร่งเตือนพนักงานต่างชาติให้อยู่ในสหรัฐฯ นักวิเคราะห์ชี้อาจบังคับให้โยกงานไปต่างประเทศ

วันที่ 21 กันยายน 2568 เวลา 07.52 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่าจะขอให้บริษัทจ่ายค่าธรรมเนียม ปีละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการขอวีซ่าทำงาน H-1B ซึ่งทำให้บรรดาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เตือนพนักงานที่ถือวีซ่าดังกล่าวให้รีบอยู่ในสหรัฐฯ หรือเดินทางกลับโดยด่วน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : (20 ก.ย. 68) ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการใหม่ เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B เพิ่ม 100,000 ดอลลาร์ฯ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่พึ่งพาแรงงานฝีมือจากอินเดียและจีนอย่างมาก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม ทรัมป์ได้เดินหน้ามาตรการกวาดล้างการอพยพหลายด้าน รวมถึงการจำกัดการอพยพแบบถูกกฎหมาย และการปรับโครงสร้างวีซ่า H-1B ถือเป็นก้าวสำคัญที่สุดของรัฐบาลเขาในการปรับเปลี่ยนวีซ่าการจ้างงานชั่วคราว

ฮาเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีพาณิชย์ กล่าวว่า “ถ้าคุณจะฝึกใครสักคน ก็ควรฝึกบัณฑิตใหม่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเรา ฝึกคนอเมริกัน หยุดนำคนจากต่างชาติมาแย่งงานเรา”

คำขู่ที่จะปราบปรามวีซ่า H-1B กลายเป็นประเด็นร้อนกับภาคเทคโนโลยี ซึ่งเคยบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์ให้กับแคมเปญของทรัมป์ โดยไมโครซอฟท์ เจพีมอร์แกน และแอมะซอน ได้ส่งอีเมลภายในเตือนพนักงานที่ถือวีซ่า H-1B ให้อยู่ในสหรัฐฯ และหลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกประเทศจนกว่าจะมีคำแนะนำที่ชัดเจน เนื่องจากโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่จะเริ่มมีผลตั้งแต่คืนวันเสาร์

ผู้วิจารณ์โครงการ H-1B โดยเฉพาะแรงงานเทคโนโลยีในสหรัฐฯ บางส่วน ระบุว่าโครงการนี้เปิดโอกาสให้บริษัทกดค่าแรงและแย่งงานจากคนอเมริกัน แต่ผู้สนับสนุนอย่างอีลอน มัสก์ ซีอีโอเทสลา ซึ่งเคยถือวีซ่า H-1B กลับมองว่าโครงการนี้ช่วยดึงดูดแรงงานฝีมือขั้นสูงเพื่อเติมเต็มช่องว่างและรักษาความสามารถในการแข่งขัน

คำสั่งฝ่ายบริหารที่ทรัมป์ลงนามยังอ้างว่า บางบริษัทใช้ช่องทางนี้กดค่าแรงจนทำให้แรงงานอเมริกันเสียเปรียบ และชี้ว่าจำนวนแรงงานต่างชาติในสาย STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ในสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวระหว่างปี 2000–2019 ถึงเกือบ 2.5 ล้านคน

ดีดี ดาส หุ้นส่วนบริษัทร่วมทุน Menlo Ventures กล่าวบน X ว่า การเก็บค่าธรรมเนียมใหม่จะบั่นทอนความสามารถของสหรัฐฯ ในการดึงดูดบุคลากรที่ฉลาดที่สุดของโลก และอาจลดศักยภาพด้านนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์เตือนว่าค่าธรรมเนียมมหาศาลอาจบังคับให้บริษัทโยกงานมูลค่าสูงไปต่างประเทศ กระทบต่อการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์กับจีน และในระยะยาวอาจทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบด้านนวัตกรรม

ข้อมูลระบุว่า อินเดียเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากวีซ่า H-1B โดยปีที่แล้วคิดเป็น 71% ของผู้ได้รับอนุมัติ ขณะที่จีนอยู่ที่ราว 11.7% โดยเฉพาะบริษัทใหญ่อย่าง Amazon และ AWS ได้รับอนุมัติมากกว่า 12,000 วีซ่าในครึ่งแรกของปี 2025 ส่วนไมโครซอฟท์และเมตาได้รับอนุมัติบริษัทละกว่า 5,000 วีซ่า

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายบางรายตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการนี้ โดยระบุว่ารัฐบาลมีสิทธิ์กำหนดค่าธรรมเนียมได้เฉพาะเพื่อชดเชยต้นทุนการพิจารณาใบสมัครเท่านั้น

ปัจจุบัน สหรัฐออกวีซ่า H-1B จำนวน 65,000 ฉบับต่อปี และเพิ่มอีก 20,000 ฉบับสำหรับผู้มีวุฒิสูง วีซ่ามีอายุ 3–6 ปี และส่วนใหญ่ค่าธรรมเนียมต้องจ่ายโดยนายจ้าง

นอกจากนี้ทรัมป์ยังลงนามสร้างโครงการ “โกลด์การ์ด” มอบสิทธิ์ถาวรให้ผู้ที่สามารถจ่ายเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขอถิ่นที่อยู่ถาวรในอเมริกาได้

อ้างอิง :www.reuters.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...