โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวอเมริกันหลายล้านคนพร้อมใจ ‘ไม่จ่าย’ หนี้การศึกษา หลังรัฐบาลกลับมาทวงหนี้อีกครั้ง อ้างใช้ยังชีพสำคัญกว่า

THE STANDARD

อัพเดต 12 ส.ค. 2568 เวลา 09.33 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2568 เวลา 09.33 น. • thestandard.co
ชาวอเมริกันหลายล้านคนพร้อมใจ ‘ไม่จ่าย’ หนี้การศึกษา หลังรัฐบาลกลับมาทวงหนี้อีกครั้ง อ้างใช้ยังชีพสำคัญกว่า

หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยุติมาตรการผ่อนปรนหนี้การศึกษาที่ใช้มานาน 5 ปี และกลับมาบังคับให้ผู้กู้ยืมชำระหนี้อีกครั้ง กลับเกิดปรากฏการณ์ที่ชาวอเมริกันหลายล้านคนพร้อมใจกัน ‘ไม่จ่าย’ หนี้ดังกล่าว โดยข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ณ เดือนเมษายนประเมินว่า มีผู้กู้ยืมเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่ชำระหนี้ตามกำหนด

สตีเฟน จาคูบาวสกี วัย 32 ปี คือหนึ่งในคนเหล่านั้น เขามีหนี้รัฐบาลอยู่ 10,000 ดอลลาร์ (ราว 3.23 แสนบาท) จากการเรียนในวิทยาลัยเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ตอนนี้เขากำลังว่างงานและมีเงินแทบไม่พอจ่ายค่าเช่าและของใช้จำเป็น หนี้การศึกษาจึงกลายเป็นสิ่งที่เขาเพิกเฉยและมองว่ามัน ‘อยู่ท้ายสุดของความสำคัญ’

เหตุผลที่คนจำนวนมากไม่ชำระหนี้มีหลากหลาย สำหรับบางคน มันคือการจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน เมื่อต้องเลือกระหว่างค่าที่อยู่อาศัยกับหนี้การศึกษา พวกเขาก็เลือกสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตก่อน ส่วนคนอื่นๆ เลือกที่จะไม่จ่ายเพื่อเป็น ‘การประท้วงรูปแบบหนึ่ง’ หลังจากที่แผนการยกหนี้ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ถูกคัดค้านทางกฎหมายจนล้มเหลวไป

ซาราห์ นิวคอมบ์ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสด้านพฤติกรรมจาก Edward Jones วิเคราะห์ว่า “เป็นไปได้ว่าผลที่จะตามมานั้นดู ‘ไกลตัวเกินไป’ ที่จะกระตุ้นให้คนจ่ายหนี้” เธอเสริมว่าความรู้สึกว่าระบบไม่ยุติธรรมอาจนำไปสู่ “การทำลายอนาคตทางการเงินตัวเอง” ได้

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีสำหรับผู้ไม่ชำระหนี้คือการถูกลดคะแนนความน่าเชื่อถือทางเครดิต (Credit Score) โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์กประเมินว่ามีผู้กู้ยืมราว 2.2 ล้านคนที่คะแนนเครดิตลดลงอย่างน้อย 100 จุด แต่สำหรับ คาเมรอน เดวิส คนขับรถ Uber ในไมอามี ซึ่งคะแนนเครดิตของเขาลดลงถึง 180 จุด กลับไม่รู้สึกกังวลเพราะเขาและภรรยาไม่ได้มีแผนจะซื้อบ้านในอนาคต

“ถ้าผมต้องเลือกระหว่างจ่ายค่าเช่ากับจ่ายหนี้การศึกษา ผมก็จะไม่จ่ายหนี้การศึกษา” เดวิสกล่าว เขาและภรรยามีหนี้การศึกษารวมกันประมาณ 60,000 ดอลลาร์ (ราว 1.94 ล้านบาท) แต่ด้วยรายได้จากการขับรถที่ต้องเลี้ยงดูภรรยาและลูกอีกสองคน ทำให้เขาไม่สามารถจ่ายหนี้เดือนละ 800 ดอลลาร์ (ราว 25,864 บาท) ได้

ผลกระทบในระยะยาวคือการถูกอายัดค่าจ้าง (Wage Garnishment) สูงสุด 15% ของเงินเดือนหลังหักภาษี แต่กระบวนการนี้อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรืออาจถึงปี 2026 สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มผิดนัดชำระหนี้ ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มคนทำงานอิสระและ Gig Worker อย่างเดวิส หรือ ไทเลอร์ สครักส์ ฟรีแลนซ์ในวงการภาพยนตร์ ก็อาจไม่ได้รับผลกระทบเลยหากรัฐบาลไม่สามารถตามเจอตัวนายจ้างได้

ไทเลอร์ สครักส์ วัย 30 ปี ซึ่งมีหนี้ประมาณ 20,000 ดอลลาร์ (ราว 6.47 แสนบาท) กล่าวว่าเขาไม่เคยเช็คคะแนนเครดิตของตัวเองและไม่คิดจะจ่ายหนี้ “มันมีภาระทางการเงินอื่นที่เร่งด่วนกว่า” เขากล่าว “นี่คือการประท้วงรูปแบบหนึ่ง ผมเชื่อว่าหนี้การศึกษาทั้งหมดควรถูกยกเลิก”

ด้านรัฐบาลทรัมป์ได้แสดงท่าทีที่แข็งกร้าว โดย ลินดา แมคแมน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเมื่อเดือนเมษายนว่า “ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันจะไม่ถูกบังคับให้มาเป็นหลักประกันสำหรับนโยบายสินเชื่อเพื่อการศึกษาที่ไร้ความรับผิดชอบอีกต่อไป”

วิกฤตครั้งนี้สะท้อนภาพปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งผสมผสานระหว่างความเดือดร้อนทางการเงิน การประท้วงทางการเมือง และความรู้สึกแปลกแยกจากหนี้สิน ท่ามกลางยอดหนี้การศึกษารวมทั่วประเทศที่สูงถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 51.73 ล้านล้านบาท) ซึ่งยังคงเป็น ‘วิกฤตหนี้สินครั้งใหม่’ ที่รอวันหาทางออก

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.33 บาท ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2568

ภาพ: Howard Weiss / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...