โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทย-กัมพูชา วางกำลังตามแนวที่มั่น –กำลังพลเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ปราสาทตาเมือนธม

JS100

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 03.07 น. • JS100:จส.100
ไทย-กัมพูชา วางกำลังตามแนวที่มั่น –กำลังพลเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ปราสาทตาเมือนธม

กองทัพภาคที่2 สถานการณ์การตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. โดยมีรายละเอียด ดังนี้

สถานการณ์โดยรวม ตรวจพบความเคลื่อนไหวทหารฝ่ายกัมพูชาในบางพื้นที่ ปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์

กรณีกำลังพลเสียชีวิต เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เวลา 18.15 น. หน่วยได้รับรายงานว่า พบกำลังพลเสียชีวิตภายในห้องสุขา บริเวณหน้าปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ทราบชื่อภายหลังคือ พลทหาร พิทยุตท์ โสดา สังกัด กองพันทหารราบที่ 21 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 เบื้องต้นผู้เสียชีวิตอยู่ในลักษณะนอนตะแคงอยู่ภายในห้องสุขา เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบและรอผลการชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติเวชอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต ทางหน่วยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือในด้านสิทธิและสวัสดิการตามระเบียบต่อไป

การดูแลผู้อพยพ สนับสนุนส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน อำนวยความสะดวกประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย ไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือน 8 ศูนย์ ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพิ่มขึ้น 73 คน ปัจจุบันมียอด 437 คน เนื่องจากมีความคลายวิตกกังวล ทั้งนี้ทางฝ่ายปกครองได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้าดูแลพื้นที่บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง

แจ้งเตือนประชาชน เนื่องจากปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อน หรือไม่ถูกต้อง จึงขอให้พี่น้องประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารด้วยความมีวิจารณญาณ โดยขอให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อสถานการณ์ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งสามารถตรวจสอบ และยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรับรู้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกับความเป็นจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...