ผู้ว่าฯ สระแก้ว ชี้แจงข้อเท็จจริงบ้านหนองจานคือบริเวณที่เขมรยึดครอง เตรียมใช้กฏหมายขับไล่เขมรออกจากแผนดินไทย
สระแก้ว – นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำดินแดนไทย บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ว่าหมายถึงบริเวณที่เขมรยึดครองที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เตรียมใช้กฏหมายป่าไม้ 2484 และกฎหมายอื่นขับไล่เขมรออกจากผืนแผ่นดินไทย เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำดินแดนไทย บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากนั่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว ชี้แจง ความเป็นมาของแปลงที่ดิน ประเภทของเอกสารสิทธิที่ดิน ประเภทของที่ดินที่ถูกรุกล้ำ และเตรียมการบังคับใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นต้น โดยชี้แจงว่า การพูดในที่ประชุมทูต 8 ประเทศ หมายรวมถึงบริเวณสามเหลี่ยมที่ทหารล้อมรั้วลวดหนามไว้ ซึ่งมีชาวเขมรเข้ามารุกล้ำแผ่นดินไทย ไม่ได้หมายรวมถึงพื้นที่บ้านหนองจานทั้งหมดที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ โดยหลังจากนี้จะร่วมกับทุกหน่วยงาน ใช้กฏหมายป่าไม้ 2484 และ พรบ.คนเข้าเมือง เข้าดำเนินการกับชาวกัมพูชาที่รุกล้ำแผ่นดินไทย
สำหรับประชาชนที่มาแสดงการยื่นเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดิน จะมีการคัดกรองเตรียมออกโฉนด โดยเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดสระแก้ว ซึ่งผู้ที่ถือครอง นส.3 จะสามารถดำเนินการออกโฉนดได้เลย โดยอยู่ระหว่างประสานไปที่กรมที่ดิน เพื่อออกโฉนดให้กับชาวบ้านในพื้นที่ บ้านหนองจาน และบ้านกุดผือ ที่มีที่ดินอยู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณหลักเขตแดนที่ 46-47 ก่อน ส่วนผู้ที่ถือครองที่ดิน นส.2 และ สค.1 ก็จะต้องดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์ตามขั้นตอนกฎหมาย ตอนนี้ขอให้ชาวบ้านในหมู่บ้านหนองจาน ที่มีเอกสารสิทธิ์ นส.2 สค.1 นส.3 มายื่นให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเข้าสู่ระบบการคัดกรอง เพื่อออกโฉนดที่ดินตามนโยบายเร่งด่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการชี้แจงและดำเนินการดังกล่าว นายวีระ สมความคิด นักต่อสู้และเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอรัปชั่น ซึ่งเคยถูกทหารเขมรจับกุมตัวในพื้นที่บ้านหนองจาน ระหว่างเข้ามาต่อสู้กรณีที่ดินดังกล่าวให้ชาวบ้าน และถูกนำตัวไปดำเนินคดีที่พนมเปญ เมื่อ 15 ปีก่อน เดินทางมารับฟังและตรวจสอบการดำเนินการของทางจังหวัดและเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อเป็นปากเสียงเรียกร้องให้ชาวบ้านได้รับความเป็นธรรมด้วย
นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า กรณีดังกล่าวระหว่างประชุม IOT ก่อนลงพื้นที่ ได้ถามว่า พื้นที่่ตรงนี้มีเอกสารสิทธิ์ไหม ตนก็ตอบอยู่ 2-3 ประเด็นคือ ประเด็นที่ 1 ไม่มี คำว่า เอกสารสิทธิ์หมายถึงโฉนดไม่มี เพราะเป็นพื้นที่กัมพูชาอยู่ทั้งหมด ประมาณ 4-5 ร้อยครัวเรือน ประเด็นที่ 2 เป็นพื้นที่อะไร ตนก็ตอบให้ว่า เป็นพื้นที่ป่า ซึ่งวันนี้เราชี้แจงแล้วเป็นป่าปี 2484 ประเด็นที่ 3 ก็ชี้แจงว่า ไม่มีไฟไทยใช้ เป็นไฟฟ้าของฝั่งเขมร เราไม่ออกทะเบียนราษฏร์ ไม่ออกบัตรประชาชนให้ ในพื้นที่ตรงนี้ก็ตอบตามนี้ แต่ภาพรวมการตอบเฉพาะพื้นที่ที่กัมพูชามาอาศัย ไม่ได้ตอบว่า ทั้งหมู่บ้านหนองจานไม่มีเอกสารสิทธิ์ ไม่ใช่ครับ ต้องกราบเรียนพี่น้องประชาชนที่รับชมรับฟังด้วย จึงตอบเฉพาะพื้นที่ที่ผู้ช่วยทูตทหารเข้าไปดู ก็ต้องให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาในพื้นที่ที่เข้าไปดู
“หลังจากวันนั้นก็ไปสื่อสารให้เข้าใจผิดว่า ชาวบ้านถือเอกสารนั้นนี้อยู่ แต่ผมยืนยันครับว่า โฉนดใต้ถนนศรีเพ็ญลงมาไม่มี มีแค่แปลงเดียวที่ออกไปแล้ว ฉะนั้นในพื้นที่สามเหลี่ยมที่เป็นปัญหา ยืนยันเลยนะครับว่า ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ใด ๆ แม้กระทั่งการถือเอกสารอย่างอื่นที่แสดงสิทธิ์ก็ยังไม่มี วันนี้เราได้ทราบหมดแล้ว ก็เลยจำเป็นต้องขอโทษจริง ๆ ว่า สิ่งที่ผมสื่อสารไปอาจจะคลาดเคลื่อนโดยความเข้าใจของคนอื่น ซึ่งไม่ได้อยู่ในบริบทในห้องประชุมนั้น แล้วทำให้เกิดเข้าใจผิดว่า น้อยใจผมว่าไม่มีเอกสารสิทธิ์ ตอนนี้ก็เอามาแสดงกัน ผมก็เลยขอโทษพร้อมกับนัด คนที่มีอะไรอยู่ในมือก็ตาม เอามาให้ผมกับทางเจ้าพนักงานที่ดินดูว่า ของท่านจะนำไปสู่การออกโฉนดได้ไหม ก็มี นส.3 อยู่ 3 เจ้าของ แต่อยู่ในพื้นที่เลข 3 ทิศตะวันออกของถนนศรีเพ็ญ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นปัญหา ในกรณีนี้มีเงื่อนไขว่า จะต้องนำรังวัด ในอดีตที่ผ่านมาเข้าไม่ได้ ทั้งเจ้าของและช่างรังวัด จึงไม่นำไปสู่การออกเอกสารที่เป็นโฉนด วันนี้ผมก็เลยทำหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดิน ว่าขอยกเว้นการรังวัดนี้ได้หรือไม่ แล้วให้ใช้ภาพถ่ายทางอากาศชี้ ให้ชาวบ้านยืนยันกัน ถ้ากรมที่ดินยืนยันตอบว่า ได้ สามารถออกโฉนดได้เลย โดยใช้รูปแผนที่เดิม กับ นส.3 ” นายปริญญา กล่าวและว่า ส่วนใบจอง นส.2 และ สค.1 อะไรต่าง ๆ ก็ให้ไปใช้จุดว่าอยู่ตรงไหน ซึ่งจะต้องเน้นว่า เป็นพื้นที่เลข 3 (ทิศตะวันออกของถนนศรีเพ็ญ ไปจนถึงแนวหลักเขตที่ 46-47) เพราะในพื้นที่่เลข 2 ที่เขมรรุกล้ำ ยังเข้าไปไม่ได้เพราะทหารล้อมรั้วลวดหนามเอาไว้ ส่วนหลักฐาน ภบท.5 ก็เป็นหลักฐานยืนยันว่า ได้ทำกินในที่ดินแปลงนี้ แต่สุดท้ายทุกพื้นที่ในประเทศไทยต้องมีเจ้าของ สุดท้ายก็จะอยู่ในที่ป่าปี 2484 สามารถยืนยันว่า ทำกินตรงนี้ก็จะไม่มีการดำเนินคดี ซึ่งยังไม่สามารถเอาไปออกเอกสารสิทธิ์ได้
นายปริญญา กล่าวอีกว่า กรณีที่ อ.วีระ สมความคิด พูดว่า มีเขมรเข้าไปจับคนไทยในแผ่นดินไทยนั้น มันคืออดีต แต่ตอนนี้เคลียร์หมดแล้ว กัมพูชาไม่ได้ข้ามเส้นแบ่งเขตประเทศไทยเข้ามาแล้ว ผมยืนยันว่า ทุกอย่างอยู่ในอธิปไตยไทย ในดินแดนไทย และผมเรียนให้ทุกท่านทราบแล้วว่า พื้่นที่หมายเลข 2 ซึ่งประชาชนกัมพูชารุกล้ำเข้ามา เราพบว่า เป็นพื้นที่ป่าไม้ ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 ซึ่งตนและแม่ทัพภาค 1 จะเอาที่แปลงนี้ มาคืนพี่น้องประชาชนชาวไทย โดยใช้กฎหมาย พรบ.ป่าไม้ 2484 และ พรบ.คนเข้าเมืองฯ เพราะเค้าเข้าประเทศไทยผิดกฎหมายแน่นอน เราจะเอาแปลงนี้กลับมาให้ ขอให้ติดตามว่า ทางจังหวัด ทางป่าไม้ ทางกองกำลังบูรพา ร่วมกันดำเนินการอย่างไร และผมวางแผนไว้ทั้งหมดว่า เราจะรายงานเรื่องนี้ ขึ้นไปที่ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก และศูนย์ฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้เค้าแจ้งไปที่กระทรวงต่างประเทศ กัมพูชา และหากจำเป็นต้องนำเข้าวาระของ RBC ไทย-กัมพูชา ในรอบต่อไป ก็จะเอาเรื่องนี้เข้าด้วย เพราะว่า เรื่องนี้เราไม่ได้ละเมิดอะไร เพราะเราทำในดินแดนไทย อธิปไตยไทย กฎหมายไทย พื้นที่ของไทย ซึ่งการใช้กฎหมายเหล่านี้น่าจะได้ผลดี แต่ว่า ต้องมีกระบวนการตามกฏหมายต้องใช้เวลา ถ้าเค้ายอมออกไปแต่โดยดี ก็จะได้ทั้งหมดกลับคืนมา แต่ถ้าเค้าไม่ออก ก็ต้องมีการปฏิบัติการ จำเป็นต้องใช้กำลังก็ต้องใช้ แต่ขอเรียนว่า เราจะใช้กฎหมายของประเทศไทยเป็นหลัก
—————————–