สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ส.ค. 68 8:39: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 63.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 14 เซนต์ หรือ 0.22%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ (BRENT) งวดส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 67.73 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 6 เซนต์ หรือ 0.09%
ราคาน้ำมันปิดทรงตัวในวันศุกร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส เพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่เบรนท์ ทะเลเหนือ พุ่งขึ้น 2.9% ในสัปดาห์ที่แล้ว
*** เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า เฟดอาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า หลังประเมินว่าความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานเริ่มเพิ่มขึ้น แม้แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยท้าทาย พร้อมย้ำว่ายังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แม้ถ้อยแถลงครั้งนี้ จะไม่ชัดเจนเท่าการส่งสัญญาณก่อนการลดดอกเบี้ยที่การประชุมแจ็กสันโฮลปีก่อน แต่ก็เพียงพอให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมวันที่ 1617 ก.ย. นี้
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทหลายรายได้ปรับคาดการณ์ใหม่ โดยมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยรวม 0.50% ภายในสิ้นปีนี้ จากระดับปัจจุบันที่ 4.25%4.50% แทนที่จะรอจนถึงเดือน ธ.ค.
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า จะปลดลิซ่า คุก ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และหนึ่งในกรรมการเฟด หากไม่ยื่นหนังสือลาออก ซึ่งตอกย้ำความพยายามของเขาในการแทรกแซงอิทธิพลต่อเฟด ทรัมป์ระบุว่า ถ้าเธอไม่ลาออก ผมจะปลดเธอ โดยคุก ซึ่งเป็นสตรีผิวสีคนแรก ที่ได้รับตำแหน่งในคณะกรรมการเฟด ยืนยันว่าเธอ ไม่มีเจตนาจะถูกกดดันให้ลาออก หลังจากที่ทรัมป์เรียกร้องให้เธอลาออกเมื่อวันพุธ โดยอ้างข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการถือครองสินเชื่อที่อยู่อาศัยของเธอในรัฐมิชิแกนและจอร์เจีย
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าสหรัฐฯ จะเข้าถือหุ้น 10% ในบริษัท Intel ภายใต้ข้อตกลงที่เปลี่ยนเงินอุดหนุนจากภาครัฐเป็นการถือหุ้น นับเป็นการแทรกแซงภาคธุรกิจครั้งสำคัญล่าสุดโดยทำเนียบขาว โดยข้อตกลงดังกล่าวช่วยปรับความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับซีอีโอของ Intel ให้ดีขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์เพิ่งระบุว่าซีอีโอควรลาออกเพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนี้ ข้อตกลงจะทำให้ Intel ได้รับเงินสนับสนุนราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการก่อสร้างหรือขยายโรงงานในสหรัฐฯ
*** รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กล่าวว่า การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป แต่ย้ำว่าอินเดียมี เส้นแดง ที่จำเป็นต้องปกป้อง เพียงไม่กี่วันก่อนที่สหรัฐฯ จะบังคับใช้ภาษีนำเข้าชุดใหม่ในอัตราสูง โดยสินค้านำเข้าจากอินเดียกำลังเผชิญภาษีศุลกากรเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ สูงสุดถึง 50% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดที่สหรัฐฯ กำหนด สืบเนื่องจากการที่อินเดียเพิ่มการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย โดยขณะนี้ภาษี 25% ส่วนแรกมีผลบังคับใช้แล้ว ส่วนอีก 25% จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 27 ส.ค. นี้
*** มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา แถลงว่า รัฐบาลแคนาดาจะยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้ต่อสินค้าสหรัฐฯ หลายรายการ และเดินหน้าเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อจัดทำกรอบความร่วมมือด้านการค้าและความมั่นคงฉบับใหม่ อย่างไรก็ตาม คาร์นีย์ยืนยันว่า ภาษีนำเข้ารถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียมจากสหรัฐฯ จะยังคงบังคับใช้อยู่ในขณะนี้
พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ เพิ่งแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่เก็บภาษีต่อสินค้าที่มาจากแคนาดา หากเป็นไปตามข้อกำหนดของข้อตกลงการค้าเสรี สหรัฐฯเม็กซิโกแคนาดา (USMCA) ซึ่งคาร์นีย์มองว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวกสำหรับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ
*** ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมเดือนหน้า แต่การหารือเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หากเศรษฐกิจยูโรโซนอ่อนแอลง โดยคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB เคยกล่าวว่า ธนาคารกลางยุโรปกำลังอยู่ในจุดที่ดี หลังตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ถือเป็นการยุติรอบการปรับลดที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 1 ปี ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีการหยุดพักการลดดอกเบี้ยที่ยาวนาน
*** คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า การไหลเข้าของแรงงานต่างชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ช่วยหนุนเศรษฐกิจของยูโรโซนและช่วยชดเชยผลกระทบจากการทำงานที่มีชั่วโมงสั้นลงและค่าแรงจริงที่ลดลง แม้จำนวนการเกิดในสหภาพยุโรปจะลดลง แต่การย้ายถิ่นฐานกลับช่วยหนุนให้จำนวนประชากรแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี รัฐบาลหลายประเทศเริ่มออกมาตรการจำกัดแรงงานข้ามชาติ เนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ
*** ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่าการปรับขึ้นค่าแรงกำลังขยายตัวจากบริษัทขนาดใหญ่ไปยังธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก และมีแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องจากภาวะตลาดแรงงานที่ตึงตัว สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเงื่อนไขสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหม่กำลังเริ่มชัดเจน โดยถ้อยแถลงดังกล่าว น่าจะช่วยหนุนความคาดหวังของนักลงทุนว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะกลับมาเดินหน้ารอบการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง หลังจากหยุดชั่วคราวเพราะกังวลผลกระทบจากมาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่พึ่งพาการส่งออก โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้
*** เศรษฐกิจจีนกำลังอยู่บนทางแยกที่ซับซ้อน โดยการเติบโตมีแนวโน้มชะลอตัวในไตรมาส 3 ขณะที่การปราบปรามปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เริ่มส่งผลกระทบ อีกทั้งมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อดันราคายังไม่ประสบผลสำเร็จ แม้มีความเป็นไปได้ที่จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อพยุงตลาดหุ้นที่กำลังฟื้นตัว แต่การหลีกเลี่ยงภาวะเงินฝืดจำเป็นต้องสร้างอุปสงค์ที่ยั่งยืน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก
จีนสามารถรับแรงกดดันในครึ่งแรกของปี 2025 ได้ค่อนข้างดี โดยรายงานระบุว่า GDP เติบโต 5.3% แต่หลังจากนั้นตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายตัวกลับอ่อนแอกว่าที่คาด โดยเฉพาะการลงทุนสินทรัพย์ถาวรที่ร่วงลง 5.2% เมื่อเทียบรายปีในเดือนก.ค. ซึ่งถือเป็นการหดตัวรายเดือนมากที่สุดในรอบกว่า 20 ปี (ไม่นับช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19) นักเศรษฐศาสตร์จากมอร์แกนสแตนลีย์คาดว่าการเติบโตของ GDP จะชะลอลงเหลือ 4.5% ในช่วงเดือนก.ค.ก.ย.
*** ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป (China Evergrande Group) ซึ่งเคยเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของจีน เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงปี 2009 ด้วยมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนมูลค่าจะพุ่งแตะ 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2017 แต่ภาระหนี้มหาศาลนำไปสู่การล่มสลาย ล่าสุดถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นฮ่องกง และกลายเป็นหนึ่งในการเพิกถอนออกจากตลาดที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
มูลค่าตลาดปัจจุบันของ China Evergrande เหลือเพียง 282 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าหุ้นที่เคยสูงสุด 31.39 ดอลลาร์ฮ่องกง ร่วงลงเหลือแค่ 0.163 ดอลลาร์ฮ่องกง บทเรียนครั้งนี้ตอกย้ำความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจด้วยการก่อนหนี้เกินตัวในเศรษฐกิจจีน
*** คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) แถลงการณ์ เสนอร่างกฎใหม่เกี่ยวกับการกำหนดราคาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะเป็นเวลา 1 เดือน หลังได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากจากทั้งผู้ค้าและผู้บริโภคเกี่ยวกับการกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรมและทำให้เข้าใจผิดจากแพลตฟอร์มรายใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและความเป็นธรรมด้านราคา
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า มีผู้ซื้อ TikTok ในสหรัฐฯ เตรียมพร้อมเข้าซื้อกิจการแล้ว และอาจขยายเส้นตายเพิ่มเติมให้ ByteDance บริษัทแม่จากจีนในการขายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ของแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยมนี้ โดยทรัมป์ปฏิเสธข้อกังวลด้านความมั่นคงจากทั้ง 2 พรรคในสภาคองเกรส เกี่ยวกับ TikTok พร้อมระบุว่ารัฐบาลของเขา จะจับตาดูปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และเสริมว่าจะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
*** อเล็กซ์ นอร์สตรอม ประธานร่วมและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Spotify ระบุว่า กำลังวางแผนปรับขึ้นราคา ควบคู่กับการลงทุนในบริการและฟีเจอร์ใหม่ โดยมีเป้าหมายขยายฐานผู้ใช้งานแตะ 1,000 ล้านคน โดยการปรับราคาดังกล่าวจะมาพร้อมบริการและคุณสมบัติใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค. บริษัทเพิ่งประกาศว่าจะปรับขึ้นราคาสมาชิกรายเดือนแบบพรีเมียมในบางตลาด เริ่มตั้งแต่เดือนก.ย. โดยราคาแพ็กเกจรายบุคคลจะขยับจาก 10.99 ยูโร เป็น 11.99 ยูโร ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรป ละตินอเมริกา และเอเชียแปซิฟิก เพื่อเสริมความสามารถในการทำกำไร
*** ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch) ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ไว้ที่ระดับ AA+ โดยให้เหตุผลว่าปัจจัยเชิงบวกยังอยู่ที่ขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่และมีรายได้สูง รวมถึงความยืดหยุ่นด้านการเงินจากบทบาทของดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสกุลเงินสำรองหลักของโลก แต่ยังคงแสดงความกังวลต่อระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
*** Apple อยู่ระหว่างการหารือในขั้นต้นกับ Google เพื่อนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Gemini มาปรับโฉมผู้ช่วยเสียง Siri ซึ่งหลังรายงานเผยแพร่ หุ้น Alphabet ปรับตัวขึ้น 3.7% ขณะที่หุ้น Apple เพิ่มขึ้น 1.6% โดย Apple เพิ่งเข้าหารือกับ Google เพื่อพัฒนาโมเดล AI แบบกำหนดเอง สำหรับนำมาใช้ใน Siri เวอร์ชันใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า อย่างไรก็ตาม Apple ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะใช้โมเดล Siri ที่พัฒนาภายในต่อไป หรือจะหันไปพึ่งพันธมิตรภายนอก
*** Nike เตรียมเดินหน้ารุกตลาดกีฬากลางแจ้งที่กำลังเติบโต โดยจะเริ่มด้วยการเปิดตัวรองเท้าเทรลรุ่นใหม่ Ultrafly ภายใต้แบรนด์ย่อย ACG ซึ่งถือเป็นการทดสอบครั้งสำคัญว่า บริษัทจะสามารถยกระดับแบรนด์ย่อยที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักให้กลายเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนการเติบโตได้หรือไม่ โดยโฆษก Nike เปิดเผยว่า รองเท้ารุ่นใหม่นี้จะเปิดตัวในงาน Ultra-Trail du Mont-Blanc การแข่งขันอัลตร้ามาราธอนที่ประเทศฝรั่งเศสซึ่งจะเริ่มในวันจันทร์
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ