“หนึ่ง บางปู” แจ้งความ “พระอลงกต” แฉซ้ำหลวงพ่อชวนขายของออนไลน์
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.10 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.10 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(25 ส.ค. 68) น.ส.วรัชญากรณ์ อ่อนธรรม หรือ หนึ่ง บางปู ผู้เสียหาย พร้อม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ นำหลักฐานซึ่งเป็นภาพการบริจาคเงินสด และสิ่งของ ให้กับพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม
น.ส.วรัชญากรณ์ เปิดเผยว่า ตนเองรู้จักวัดพระบาทน้ำพุจากภาพที่ปรากฏในสื่อมวลชนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยเห็นว่าหลวงพ่ออลงกต มีความตั้งใจที่จะช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์จึงทำให้เกิดความศรัทธา ที่ผ่านมาได้มีการบริจาคเงินสดหลายครั้ง รวมประมาณ 5 ล้านบาท และยังมีสิ่งของอุปโภคบริโภคอีกจำนวนมาก ซึ่งทุกครั้งตัวเองไม่เคยขอใบอนุโมทนาบัตรเพราะศรัทธาและเชื่อถือหลวงพ่ออลงกต
แต่เมื่อได้มาเห็นข่าวว่า อดีตหลวงพ่อวัดพระบาทน้ำพุมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัยหลายอย่างจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความเพราะรู้สึกเสียใจ และ ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ขณะเดียวกัน นางสาววรัชญากรณ์ ยังตั้งข้อสังเกตการรับบริจาคของวัดว่า ที่ผ่านมา รูปแบบคือจะมีการโอนเงินผ่านเข้ามูลนิธิใจฟ้าประชานาถก่อนที่ จะถูกโอนต่อไปไปยังบุคคลอื่น
นอกจากนี้ยังพบว่าหลวงพ่อได้ทำแอพลิเคชันมูลค่าหลายล้านบาท โดยประสานตัวเองช่วยทำการตลาด ขายสินค้าเครื่องสำอางค์ ยาสีฟัน ของอุปโภคบริโภค อ้างว่าเป็นการช่วยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่จังหวัดนครราชสีมาและนำเงินไปช่วยเหลือผู้ป่วยในวัด รูปแบบคือมีตัวแทนจำหน่ายที่มารับสินค้าไปขายโดยจะได้ค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งบริษัทดังกล่าวใช้ชื่อผู้อื่นเป็นเจ้าของ เป็นลูกศิษย์คนหนึ่ง เบื้องต้นมองว่าการกระทำดังกล่าว อาจไม่ได้เป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยรวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอย่างที่กล่าวอ้าง เช่นเดียวกับโครงการ แชร์ 9 บาท จึงต้องการให้ตำรวจตรวจสอบโครงการทั้งหมด
ด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เปิดเผยว่าขณะนี้พบข้อหาที่เข้าข่ายเป็นความผิดเบื้องต้น 4 ข้อหา คือความผิด เกี่ยวกับมาตรา 157 หลังพบพฤติการณ์โอนเงินที่ผิดปกติ ความผิดเกี่ยวกับการให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่รัฐกรณีนำข้อมูลที่ไม่ตรงกับบัตรประชาชนไปแจ้งในใบสุทธิขณะอุปสมบท และการนำข้อมูลอาจเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ กรณีนำใบสุทธิที่อาจไม่ใช่ของจริงไปเปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคเงินผ่านรูปแบบออนไลน์ ซึ่งกรณีนี้หากมีการใช้ใบสุทธิปลอมจริงก็จะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนด้วย พร้อมบอกว่าบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำประวัติของหลวงพ่ออลงกต และลงโซเชียลมีเดียข้อมูลทั้งหมดล้วนผิดกฎหมายในความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งบุคคล เหล่านี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องไปตรวจสอบเช่นเดียวกัน
ส่วนญาติโยมตั้งใจโอนเงินไปให้กับวัดพระบาทน้ำพุ เพราะตั้งใจให้ทางวัดนำไปใช้เพื่อบำรุงรักษาวัด เจตนาของพี่น้องประชาชนทุกคนต้องการบริจาคให้วัด ไม่ได้ตั้งใจบริจาคให้มูลนิธิ จึงตั้งคำถามว่าถ้าหากมูลนิธิไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ และมีชิ่อหลวงพ่อจะมีประชาชนที่ไหนโอนเงินมาให้คาดว่าคงโอนมาไม่ถึง 200 บาท พร้อมบอกว่าประชาชนมีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถาม
และจากการแถลงการณ์ของวัดพระบาทน้ำพุเมื่อวานนี้ที่กรรมการวัดบอกว่า ไวยาวัจกรวัดคนเก่าเป็นคนทำประวัติหลวงพ่อขึ้นมาหลวงพ่อไม่รู้เรื่องนี้ เรื่องนี้ทนายรณณรงค์ บอกว่าอย่าโยนความผิดให้คนตาย ส่วนกรณีเลข 13 หลักประชาชน เรื่องนี้ให้ไปถามหลวงพ่อโดยตรง เพราะเจ้าตัวจะเป็นคนรู้ดีที่สุดว่าเอาเลขบัตรประชาชน 13 หลักของคนตายไปทำอะไรเอาไว้บ้าง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องให้หลวงพ่อออกมาชี้แจงเองเลย ทนายรณณรงค์ บอกว่าตอนนี้หลวงพ่อไม่ต้องออกมาแล้วเพราะเดี๋ยวเขาก็เชิญตัวหลวงพ่อมา