โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร.ECD รวบหนุ่มหัวใส จัดฉากขับรถตกน้ำ หวังเคลมประกัน เดือนเดียว4 คันรวด

JS100

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.05 น. • JS100:จส.100
ตร.ECD รวบหนุ่มหัวใส จัดฉากขับรถตกน้ำ หวังเคลมประกัน เดือนเดียว4 คันรวด

รวบหนุ่มหัวใส ขบวนการโกงประกัน หลังจัดฉากขับรถตกน้ำ หวังเคลมประกัน แต่เดือนเดียวตกน้ำ 4 คันรวด ขณะที่ บริษัทประกัน พบข้อพิรุธหลายอย่างจึงแจ้งตำรวจ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม นายอนุชาฯ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน 'พยายามฉ้อโกงทรัพย์, เรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง'

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2567 บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. กรณีนายอนุชาฯ ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ ได้แจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ตกน้ำในพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นบริษัทประกันภัยพบความผิดปกติของผู้เอาประกันภัยรายนี้ จึงได้ระงับการจ่ายค่าสินไหม และมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย

จากการสืบสวนสอบสวน พบข้อมูลว่า นายอนุชาฯ ได้ครอบครองรถยนต์ จำนวน 4 คัน โดยได้เช่าซื้อในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน และเลือกทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยหลายแห่งแตกต่างกันไป โดยในห้วงเวลาเพียง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2566 รถยนต์ทั้ง 4 คันดังกล่าว ได้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยผู้ขับขี่ จำนวน 3 ราย ขับรถเสียหลักตกลงไปในน้ำ จากนั้นได้มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไปยังบริษัทประกันภัยต่างๆ โดยมีบริษัทประกันภัยบางรายหลงเชื่อ และจ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว กว่า 9 แสนบาท และยังมีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาสินไหมอีกหลายกรณี ซึ่งคาดว่าความเสียหายทั้งหมดอาจสูงกว่า 1 ล้านบาท

จากการสืบสวนขยายผล พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการกระทำความผิดเป็นขบวนการ มีผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 4 ราย ได้แก่ นายอนุชาฯ ซึ่งทำการเช่าซื้อรถยนต์ทั้ง 4 คัน พร้อมกันภายใน 1 เดือน โดยมีการผ่อนชำระเพียง 1 งวด เท่านั้น จากนั้นจะสร้างสถานการณ์ให้เกิดอุบัติเหตุโดยใช้ผู้ขับขี่ จำนวน 3 ราย เลือกเส้นทางที่เป็นถนนเลียบคลองชลประทานห่างไกลเขตชุมชน ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม, จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งผู้ขับขี่บางรายมีพฤติการณ์ขับรถตกลงไปในน้ำถึง 2 ครั้ง ในห้วงเวลาไล่เลี่ยกัน เพื่อเข้าเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันภัย ทั้งในรูปแบบเรียกร้องคืนทุนประกันภัยเต็มวงเงินตามกรมธรรม์เนื่องจากซ่อมไม่ได้ และรูปแบบยื่นรายการแจ้งซ่อมแต่ไม่มีการนำรถเข้าซ่อมจริง เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เงินค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทประกันภัยจ่ายให้ นายอนุชา ฯ ถูกโอนเข้าบัญชีบุคคลอื่นซึ่งเป็นญาติ และบางส่วนถูกถอนเป็นเงินสด

อีกทั้งเมื่อพนักงานสอบสวนเรียกให้นำรถยนต์คันที่ตกน้ำมาเพื่อตรวจพิสูจน์ กลับเพิกเฉยไม่นำมาส่งตรวจพิสูจน์ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับ และศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่านายอนุชา ฯ ได้ไปกบดานอยู่ที่บ้านพักตั้งอยู่บริเวณถนนแสงชูโต ตำบลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จึงได้เข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ในส่วนของผู้ขับขี่และผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยรับว่าได้ออกรถยนต์ทั้ง 4 คันจริง และได้ทำประกันภัยกับหลายบริษัท ต่อมาได้เซ็นโอนลอยขายต่อให้บุคคลอื่น ก่อนที่จะทราบในภายหลังว่ารถดังกล่าวประสบอุบัติเหตุตกน้ำ และเมื่อมีการโอนเงินค่าสินไหมเข้าบัญชีตน จึงได้ถอนมาใช้จ่าย แต่ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิด

#หลอกเคลมประกัน

Cr:กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ บก.ปอศ.(ECD)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...