โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯราชบุรีชี้ 1% นำเข้าหมูสหรัฐ กระทบห่วงโซ่แสนล้าน เหตุหมูเถื่อนยังคุมไม่อยู่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 02.29 น.

การที่รัฐบาลไทยยื่นข้อเสนอให้สหรัฐอเมริกาสามารถส่งสินค้าสุกรเข้ามาขายในประเทศไทยได้ปริมาณ 1% ของความต้องการบริโภคภายในประเทศ อัตราภาษี 0% เพื่อแลกกับการให้สหรัฐลดอัตราภาษีศุลกากรจาก 36% เหลือ 19% นั้นจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงสุกรของไทยอย่างมาก

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นิพัฒน์ เนื้อนิ่ม” หรือ “เฮียมิตร” อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี ถึงผลกระทบต่าง ๆ

Q : ผลกระทบนำเข้าหมูสหรัฐ 1%

ถ้ายอมรับให้มีการนำเข้าแม้เพียงแค่ 1% ส่งผลกระทบมหาศาล เพราะขนาดประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าหมูจากต่างประเทศ ในช่วงที่หมูราคาแพง ยังมีหมูเถื่อนทะลักเข้ามาสบาย ๆ โดยไม่สามารถควบคุมได้ และที่สำคัญ การนำเข้าหมู 1% จากสหรัฐจะสามารถควบคุมได้ 1% จริงหรือไม่ คำว่านำเข้าหมูอเมริกา 1% ก็ไม่ชัดเจนว่า 1% ของความต้องการบริโภคภายในประเทศ หรือ 1% จากปริมาณการเลี้ยงหมูต่อปีของไทย หรือ 1% จากยอดรวมของหมูอเมริกา ถ้า 1% จากยอดรวมของอเมริกา เท่ากับกินรวบตลาดไทย 100% เลย

Q : ทุกวันนี้หมูเถื่อนยังเกลื่อนตลาด

ถ้าหมูไทยราคาแพง ขนาดกฎหมายห้ามนำเข้ามันยังลักลอบเอาเข้ามาเป็น 10,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ถ้านำเข้าหมูสหรัฐบอก 1% จะมีระบบตรวจสอบอย่างไร หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องควบคุมได้จริงหรือไม่ เพราะมีบทเรียนจากหมูเถื่อนที่นำเข้ามา หากมีคนมาจี้ตรวจสอบก็สำแดงในเอกสารนำเข้าเป็นปลาไม่ใช่หมู ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐควบคุมอะไรไม่ได้เลย

ฟาร์มหมู

Q : หมูสหรัฐใส่สารเร่งเนื้อแดง

ขณะที่ไทยห้ามใส่สารเร่งเนื้อแดง กลุ่ม beta-agonists ได้แก่ แรคโตพามีน เพราะอันตรายต่อสุขภาพ หากรัฐบาลไทยยอมให้หมูใส่สารเร่งเนื้อแดงของสหรัฐอเมริกาเข้ามาในประเทศไทยย่อมส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

Q : ปัจจุบันไทยเลี้ยงหมูอยู่กี่ตัว

ความต้องการบริโภคหมูของไทยประมาณ 22 ล้านตัวต่อปี หาก 1% ของ 22 ล้านตัวประมาณ 22,000 ตัวต่อปี หรือคิดเป็นประมาณวันละ 60 ตัวถือว่าไม่มาก เพราะไทยเชือดภายในประเทศวันละ 6 หมื่นตัว เฉพาะจังหวัดราชบุรีเชือดวันเดียวกันหมดแล้ว ผมมองว่า ตัวเลขการเปิดให้สหรัฐนำเข้าหมู 1% อย่างมีเลศนัย เพราะ 1% ของอเมริกาเทียบกับประเทศไทย มันเท่าขี้เล็บของอเมริกา

Q : วันนี้ผู้เลี้ยงทั่วประเทศมีเท่าไหร่

จากเดิม 2 แสนราย แต่เมื่อเผชิญกับการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (ASF) ทำให้ผู้เลี้ยงรายย่อยล้มหายไป ปัจจุบันกรมปศุสัตว์แจ้งมาประมาณ 150,000 ราย แม้ผู้เลี้ยงที่เหลือส่วนมากเป็นรายกลาง รายใหญ่ แต่หากโดนหมูอเมริกามาถล่มอีกตายหมดแน่คราวนี้
Q : ราชบุรีมีแม่หมูเหลือเท่าไหร่

คนเลี้ยงในจังหวัดราชบุรีเหลือไม่เกิน 50,000 แม่ จากแม่หมูทั่วประเทศ 1,200,000 แม่ ตอนนี้กรมปศุสัตว์ยังประเมินว่าประเทศไทยมีแม่หมู 1,100,000 แม่ ส่วนจำนวนเกษตรกรในราชบุรีจาก 2 พันกว่าราย ปัจจุบันเหลือ 600-700 รายในราชบุรี ภาคกลางเมื่อก่อนมีแม่หมูรวมอยู่ 180,000-200,000 เเม่ ตอนโรค ASF ระบาดก็หายไปมาก ปัจจุบันการเลี้ยงปริมาณมากไปอยู่ที่ภาคอีสาน ซึ่งช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหาการระบาดของโรค ASF น้อยกว่า เพราะพื้นที่การเลี้ยงกระจาย ไม่ได้หนาแน่นแบบพื้นที่ราชบุรี

Q : การนำหมูไปแลกให้ลดภาษีคุ้มหรือไม่

เท่าที่ทราบในทีมไทยแลนด์ที่ไปเจรจามีบางคนพูว่า เมื่อไทยผลิตหมูแล้วแพงกว่าสหรัฐ ก็ให้เลิกเลี้ยงไป เพราะการนำเข้าถูกกว่า คนไทยก็ได้กินหมูราคาถูก เป็นผลดีต่อผู้บริโภค พูดง่าย ผมอยากย้อนถามคนพูดประโยคนี้ ทราบเรื่องวัฏจักร ห่วงโซ่การเลี้ยงสุกร และเรื่องการดัมพ์ตลาดหรือไม่ เหมือนเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง วันแรกเปิดตลาดเพื่อขายแข่งกับเจ้าตลาดเดิมตั้งราคา 5 ขวด 100 บาท มีโปรโมชั่นขายเหล้าพ่วงเบียร์

หลังจากวันนั้นเมื่อติดตลาด ก็ปรับราคาขึ้นมาใกล้เคียงกับเบียร์อันดับหนึ่ง วันนี้เบียร์ขายขวดละ 100 บาท นี่คือการตลาด

ถ้าให้หมูสหรัฐเข้ามา จะเล่นเกมดัมพ์ราคาเช่นเดียวกัน เมื่อใดที่ผู้เลี้ยงในประเทศไทยสู้ไม่ได้ ไทยคงจะเหมือนเวียดนามในวันนี้ คือ ปริมาณหมูที่เลี้ยงภายในประเทศเหลือน้อย เมื่อเกษตรกรอ่อนแอก็เลิกเลี้ยงไป เมื่อหมูไทยไม่มีแล้ว สหรัฐผูกขาดจะปรับราคาขึ้นไปเท่าไหร่ก็ได้

ฟาร์มหมู

Q : ห่วงโซ่การเลี้ยงหมูกระทบใครบ้าง

ในห่วงโซ่การเลี้ยงหมูเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย หากจะให้เลิกเลี้ยงหมู แล้วไปซื้อหมูแช่แข็งจากสหรัฐอเมริกามากิน 1.เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูจะให้ไปทำอะไร 2.เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด 5 ล้านตัน จะให้เปลี่ยนไปทำอะไร 3.ชาวนาที่ปลูกข้าว รำข้าว ปลายข้าว ทำอะไร 3.ธุรกิจโรงเชือดเจ๊ง 4.พ่อค้า แม่ค้าเขียงหมู ตลาดนัด ตลาดสดตายหมด เพราะคนซื้อหมูแช่แข็งซื้อที่ไหนต้องไปห้างร้านที่มีตู้แช่ 4.คนขายอาหารสัตว์ 5.คนขายยา ฯลฯ คิดรวม ๆ วงจรอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร และธุรกิจเกี่ยวเนื่องมูลค่านับแสนล้านบาท

Q : ต่อไปคนไทยต้องกินหมูแช่แข็ง

ถูกต้อง เพราะผู้เลี้ยงในประเทศล้มหายตายไปหมดแล้ว ที่ผ่านมา มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ซื้อหมูไทย เพราะหมูไทยส่งไปเป็นหมูแช่เย็น (Chilled) 0 ถึง +4 องศา เพื่อควบคุมคุณภาพอาหารไม่ให้มีเชื้อโรค อายุการเก็บรักษา (Shelf Life) ไม่เกิน 7 วัน แต่หมูอเมริกา ยุโรป ราคาถูกกว่าหมูไทย แต่ระยะทางไกลส่งแบบแช่เย็นไม่ได้ ต้องแบบแช่แข็ง (Frozen) -18 องศา ซึ่งวัฒนธรรมการกินหมูของมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ชอบหมูไทยมากกว่า

Q : การปรับตัวสู้หมูอเมริกา

มองไม่เห็นทางออกเลย คนที่รอดคือคนที่ทำครบวงจร นอกนั้นตายเรียบ บริษัทใหญ่ครบวงจร มีแม่พันธุ์ มีหมูขุน มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์ มีโรงเชือด มีตลาดรองรับเอง เป็นเบอร์ต้น ๆ 10 รายใหญ่ อยู่ที่การตลาดจะแข่งขันกันอย่างไร สำคัญที่สุดตอนนี้กำลังการบริโภคในตลาดลดลง วันนี้ปริมาณการเลี้ยงหมูในภาคอีสานมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก

เมื่อก่อนขายในพื้นที่เหลือวิ่งไปขายภาคเหนือ หรือส่งไปขายกัมพูชา สปป.ลาว แต่วันนี้ปิดด่านข้ามไปไม่ได้ ต้องวิ่งมาขายเข้าโรงเชือดภาคกลางและภาคตะวันตก เพราะตลาดอยู่ที่นครปฐม ราชบุรี ปทุมธานี การขนส่งจากภาคอีสานลงมา ต้องเสียค่าขนส่ง เสียค่าน้ำหนักตัวหมูกว่าจะวิ่งมาถึงหายไปแล้ว 4-5 บาท ยกเว้นรายใหญ่ครบวงจรที่มีโรงเชือดพร้อม ดังนั้น ประเทศไทยต้องปรับการเลี้ยงใหม่ ต้องควบคุมปริมาณ เช่น ในพื้นที่อีสานกินหมู 100 ตัว ก็ผลิต 100 ตัว ถ้าผลิต 200 ตัว อีก 100 ตัวต้องขนส่งมาขายภาคกลาง เสียค่าขนส่ง ค่าน้ำหนักที่หายไปก็ไม่คุ้ม

Q : อาหารสัตว์ต้นทุนสำคัญต่อไปเปิดเสรี

ไม่ได้เปิดเสรีจริง ๆ เปิดนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกา 4 ล้านตัน

แต่บังคับให้คนเลี้ยงซื้อข้าวโพดที่ปลูกในประเทศก่อนกิโลกรัมละ 9-10 บาท เป็นต้นทุนที่สูง อเมริกามีต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ต่ำกว่าไทยมาก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯราชบุรีชี้ 1% นำเข้าหมูสหรัฐ กระทบห่วงโซ่แสนล้าน เหตุหมูเถื่อนยังคุมไม่อยู่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...