โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูหื่น ! อนาจารเด็กหญิง ป.2 นับปี แม่โร่ร้องปวีณาฯ เร่งตามคดีถึงที่สุด

อีจัน

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • อีจัน

ไม่ปล่อยไว้ ! แม่นักเรียนหญิง 3 ครอบครัว โร่ร้องปวีณาฯ ช่วยด้วย หลังลูกสาว ป.2 ถูกครูสอนภาษาอังกฤษ ล่วงละเมิด ห้ามบอกใคร ยันขอเอาเรื่องถึงที่สุด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ส.ค.68 แม่เด็กหญิง 3 ราย 3 ครอบครัว ได้เดินทางจาก จ.สระบุรี เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ลูกสาวของตนทั้ง 3 คน ได้แก่ ด.ญ.เอ ด.ญ.บี และด.ญ.ซี (ทั้งหมดนามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ เป็นนักเรียนชั้นป.2 ในโรงเรียนเรียนแห่งหนึ่ง จ.สระบุรี

โดยเด็กหญิงทั้ง 3 คน เป็นเพื่อนนักเรียนห้องเดียวกัน และถูก นาย ก. (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ครูอัตราจ้าง สอนวิชาภาษาอังกฤษ ล่วงละเมิดทางเพศในห้องพักครูหลายครั้งตั้งแต่ ป.1 และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้หลายครั้ง

ผู้เป็นแม่ ได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ใจแทบสลาย ลูกสาวเล่าให้ฟังว่า นาย ก. ครูภาษาอังกฤษรายนี้ มักจะอาศัยช่วงพักกลางวันที่ครูคนอื่นๆ ออกไปทานข้าวข้างนอก เรียกเด็กเข้าไปในห้องพักครู แล้วให้เด็กนั่งตัก ก่อนกอดจูบลูบคลำ เลวร้ายกว่านั้นคือ ครูใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศ มีการบันทึกภาพไว้หลายครั้ง ก่อนสั่งเด็กๆ ว่าห้ามไปบอกใคร

เด็กทั้ง 3 คน ถูกกระทำแบบนี้มานานถึง 1 ปี ตั้งแต่ตอนเรียนชั้น ป.1 และล่าสุดลูก มีเด็กหญิงถูกกระทำ เมื่อวันที่ 7 ก.ค.68 ที่ผ่านมา

แม่ของด.ญ.เอ กล่าวว่า ที่ผ่านมาลูกไม่กล้าบอก แต่แม่มารู้เรื่องจากเด็กรุ่นพี่ในโรงเรียน จึงได้มาถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น

แม่บอกกับอีจันทั้งน้ำตา ว่าตนเองเป็นห่วงลูกมาก ทุกครั้งที่ไปส่งโรงเรียน ก็จะดูลูกจนลับสายตา คิดว่าไปโรงเรียนจะเป็นที่ปลอดภัย ไม่คิดว่าลูกจะต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ ที่สำคัญคือ เด็กต้องเก็บงำความกลัวนี้มาเป็นปีๆ

หลังทราบเรื่องแม่ 3 คนได้เข้าพบแจ้งเรื่องให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทราบ ซึ่งแม่ได้ทราบว่า นาย ก. (นามสมมุติ) เคยมีประวัติล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนหญิงที่เคยสอนในโรงเรียนอื่นก่อนจะย้ายมาที่โรงเรียนนี้ แต่ไม่ถูกดำเนินคดีเพราะมีการไกล่เกลี่ย

น่าปวดหัวใจ เมื่อแม่ๆ ได้รับการติดต่อจากครอบครัวของครู มาขอไกล่เกลี่ย จ่ายเงิน แลกกับการไม่เอาเรื่อง ทำผิดแต่ไม่รับผิด?

เรื่องนี้ผู้เป็นแม่ยอมไม่ได้ ทั้ง 3 ครอบครัวยืนยัน ต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด จึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองแค จ.สระบุรี และร้องมายังมูลนิธิปวีณาฯ ให้เร่งตามคดีให้ถึงที่สุด ทั้งยังกังวลเรื่องความปลอดภัย หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ แสนวงศ์สิริ ผกก.สภ.หนองแค นัดให้แม่ ด.ญ.ทั้ง 3 คน ไปพบ ผกก. เพื่อนัดสอบสหวิชาชีพ เด็กทั้ง 3 คน ให้การตรงกันชัดเจน

ตำรวจได้ส่ง ด.ญ.ทั้ง 3 คน ไปตรวจร่างกายแล้ว แพทย์ระบุว่า พบรอยฉีกขาดใหม่ที่เยื่อพรหมจรรย์ นี่เป็นหลักฐานสำคัญทางวิทยาศาสตร์ หากผู้ก่อเหตุปฏิเสธการกระทำตนเอง อย่างไรก็ตามเขาปฏิเสธหลักฐานไม่ได้

ล่าสุดวันนี้ (25 ส.ค. 68) มูลนิธิปวีณาฯ ได้พาแม่ของเด็กทั้ง 3 คน มาติดตามคดี ที่สภ.หนองแค จ.สระบุรี

ตำรวจ รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ครูหื่นรายนี้
3 ข้อหาหนัก
-อนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี
-อนาจารโดยใช้วัตถุอื่นใดที่ไม่ใช่อวัยวะเพศ
-พรากและพาเด็กไปเพื่อกระทำอนาจาร
พร้อมเตรียมส่งฝากขังศาล 26 ส.ค.นี้

นางปวีณา กล่าวว่า หากมีเด็กที่ถูกกระทำเพิ่มเติมหรือผู้ปกครองท่านใดเกิดความสงสัยและสอบถามลูกพบว่าถูกกระทำก็สามารถแจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จะให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกฎหมายอย่างแน่นอน และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม คนทำผิดจะต้องได้รับบทลงโทษจะไม่มีการช่วยเหลือกันเด็ดขาด ในส่วนของ ด.ญ.ผู้เสียหายทั้ง 3 คน นางปวีณา จะประสาน ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. เพื่อย้ายโรงเรียนตามความประสงค์ของแม่เด็กผู้เสียหายทั้ง 3 คน

ทั้งนี้เด็กทั้ง 3 คน และครอบครัวจะได้รับการดูแลติดตามจาก พมจ.สระบุรี และบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สระบุรี เช่นกัน

พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี กล่าวว่า จากการดูพยานหลักฐานนั้นแน่นหนามาก หากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมมาร้องทุกข์เพิ่มเติมได้ เรื่องความปลอดภัยตำรวจจะดูแล การกระทำของผู้ต้องหาเป็นเรื่องของส่วนบุคคล ถ้าหากเขามาเจรจาและกลัวไม่ปลอดภัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนี้หากมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีงานพูดถึงเรื่องการรับครูอัตราจ้างในการคัดสรรบุคคลให้ดี

พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ แสนวงศ์สิริ ผกก.สภ.หนองแค กล่าวว่า ในส่วนของที่เด็กให้การว่ามีการใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปหรือคลิปนั้นจะต้องมีการตรวจสอบโทรศัพท์ของผู้ต้องหาถึงแม้ว่าจะมีการลบข้อมูลไปแล้วก็จะต้องส่งทางพิสูจน์หลักฐานในการตรวจสอบ หากพบความผิดจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป และขอให้คุณแม่ทั้ง 3 ครอบครัวไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยหากมีอะไรให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที

ขณะนี้ สภาพจิตใจของเด็กและครอบครัว ดีขึ้นมากแล้ว จากนี้ต้องติดตามคดีและหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติมกันต่อไป และคนทำผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...