โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม้ยอดผลิตยังวิกฤต แต่ยอดขาย EV แซงรถน้ำมัน! ‘สอท.’ เตือนอย่าประมาท ‘เงินดอง’ เวียดนาม กระทบส่งออกไทย

THE STANDARD

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 09.42 น. • thestandard.co
แม้ยอดผลิตยังวิกฤต แต่ยอดขาย EV แซงรถน้ำมัน! ‘สอท.’ เตือนอย่าประมาท ‘เงินดอง’ เวียดนาม กระทบส่งออกไทย

ยอดผลิตรถยนต์เดือน ก.ค. 68 ร่วงต่อเนื่อง 11.39% เพราะเลิกผลิตบางรุ่น ชี้ยอดขายรถกระบะยังคงเป็นปัญหา 30 เดือนติด สวนทางยอดขายรถ EV เพราะทำราคาดีกว่า “ส.อ.ท.” เตือนภาคส่งออก แม้ภาษีทรัมป์เคาะไทย 19% แต่อาจเสียเปรียบเวียดนามที่ 20% หลังเงินดองเวียดนามอ่อนค่ากว่า

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกรกฎาคม 2568 มีทั้งสิ้น 110,616 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 15.06% และลดลงจากเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว 11.39%

“การผลิตลดลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งที่ใช้น้ำมันซึ่งลดลง 31.80% จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกบางรุ่น รถกระบะยังคงผลิตลดลงทั้งผลิตขายในประเทศและผลิตส่งออกที่ลดลง 6.54% และ 8.61% ตามยอดขายในประเทศและยอดส่งออก ที่ลดลงจากความไม่แน่นอนในการค้าโลก”

ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกรกฎาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 49,102 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 1.95% แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว 5.84% เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน

เพราะยอดขายรถยนต์นั่งโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาเข้าถึงได้มากกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน สวนทางรถกระบะยังคงขายลดลงต่อเนื่องมากว่า 30 เดือน เหลือแค่ 11,022 คัน ลดลง 16.3% ( ปี 2562 ก่อนโควิด 19 รถกระบะขายในประเทศเฉลี่ยเดือนละ 35,973 คัน เท่ากับ 35.70% ของยอดขายรวม 1,007,552 คัน)

ทั้งนี้ เพราะความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถกระบะจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงและเศรษฐกิจในประเทศที่ยังขยายตัวในอัตราต่ำ 2.8% ในไตรมาส 2/2568 การลงทุนของเอกชนเติบโตแค่ 4.1% สาขาอุตสาหกรรมเติบโตแค่ 1.7%

บวกกับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนลดลงมาก ทำให้สาขาพักแรมและอาหารเติบโตเพียง 2.1% คงต้องติดตามการลงทุนของเอกชน การท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนต่อไป คาดหวังงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตมากขึ้นจากปัจจุบัน

คาดภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 68 ‘ทรงตัว’

สุรพงษ์ ระบุว่า กรณีที่ กนง.ที่มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงช่วยให้ผู้กู้ลดภาระจ่ายดอกเบี้ยลง ทำให้ชำระคืนเงินกู้ได้มากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลง และขอบคุณทีมไทยแลนด์ที่เจรจากับทีมงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จนได้อัตราภาษีศุลกากรนำเข้าสหรัฐอเมริกา 19%

โดยคาดว่าน่าจะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและในประเทศได้มากขึ้นเพื่อส่งออกและสร้างงานสร้างรายได้ให้คนไทยมากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลงจากการชำระหนี้ ไม่ใช่ลดลงเพราะสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อซึ่งลดลงมาหลายไตรมาสแล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้ภาษีทรัมป์ของไทยที่ 19% ดูจะเสียเปรียบเวียดนามที่ 20% เมื่อเงินดองเวียดนามอ่อนค่ามาก จึงไม่ควรประมาท

“ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในช่วงที่เหลือของปี มองว่า น่าจะเหมือนช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ไม่ทรุดไปมากกว่านี้ เนื่องจากบอร์ด BOI ก็ได้มีการเสนอเรื่องสิทธิประโยชน์การลงทุนต่าง ๆ ส่วนเรื่องอัตราภาษีสหรัฐฯ ของไทยที่อยู่ที่ 19% ก็ถือว่าพอสู้กับคู่แข่งได้ และคาดว่าน่าจะทำให้ส่งออกของไทยและประเทศคู่ค้าดีขึ้น รวมถึงรัฐบาลประกาศว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีนี้ รวมถึงจับตาคู่ค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ“

ขณะที่การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนกรกฎาคม 2568 ส่งออกได้ 72,439 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้ว 17.76% และลดลงจากเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว 13.27% จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งใช้น้ำมันบางรุ่นเพราะจะเปลี่ยนรุ่นรถ โดยล่าสุด รถยนต์นั่งและรถกระบะไฟฟ้ายังส่งออกอีกในเดือนนี้ 167 คัน

“ปีนี้จึงเป็นปีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้า ดังที่รัฐบาลและเอกชนร่วมมือกันให้ประเทศไทยเป็นฐานผลิต ยานยนต์ใช้น้ำมันและยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อส่งออก ไปยังประเทศคู่ค้าที่มีนโยบายและความพร้อมของโครงสร้างแตกต่างกัน ยืนยันว่าไทยยังเป็นดีทรอยด์ท็อป 10 ของโลก”

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและการเข้มงวดในเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยขับเพื่อความปลอดภัยในรถยนต์และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของรถยนต์ของประเทศคู่ค้า ทำให้การส่งออกรถยนต์เดือนนี้ลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย และอเมริกาเหนือ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถยนต์ยังคงส่งออกเพิ่มขึ้น

สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนกรกฎาคม 2568 จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 12,124 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว 45.51% ยอดจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 307,428 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 60.61%

ภาพ:gorodenkoff , Getty Images

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...