รมว.พาณิชย์จีน โต้ “สหรัฐ” จุดชนวนสงครามการค้า “หวัง อี้” เตือนการแยกขาดเศรษฐกิจไม่ใช่ทางออก
รมว.พาณิชย์จีน โต้ "สหรัฐ" จุดชนวนสงครามการค้า หลังออกมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทจีนหลายแห่ง “หวัง อี้” เตือนการแยกขาดเศรษฐกิจไม่ใช่ทางออก
วันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 23.20 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หวัง เหวินเทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน กล่าวว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลัง เกิดจากการกระทำของฝ่ายสหรัฐ ภายหลังการเจรจารอบล่าสุดระหว่างสองประเทศที่กรุงมาดริดเมื่อเดือนที่แล้ว
หวังกล่าวระหว่างการพบกับทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Apple Inc. ที่กรุงปักกิ่ง ว่า “ความผันผวนล่าสุดในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน–สหรัฐ มีสาเหตุหลักจากการที่สหรัฐได้เร่งออกมาตรการจำกัดหลายชุดต่อจีน หลังการเจรจาที่มาดริด”
เมื่อปลายเดือนกันยายน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ออกกฎใหม่ที่ขยายขอบเขตการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรไปยังบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทจีนที่อยู่ในบัญชีดำ ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการเจรจาระหว่างรัฐมนตรีคลังสหรัฐ สกอตต์ เบสเซนต์ และรองนายกรัฐมนตรีจีน เหอ ลี่เฟิง ที่กรุงมาดริด
ด้านจีนชี้แจงว่าการเข้มงวดการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (rare earths) เป็นเพียงมาตรการตอบโต้เชิงป้องกันต่อการดำเนินการของสหรัฐ
หวัง เหวินเทา ระบุเพิ่มเติมว่า “มาตรการของสหรัฐได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของจีน และบั่นทอนบรรยากาศของการเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศ”
ขณะเดียวกันสหรัฐได้เรียกร้องให้พันธมิตรและประเทศคู่ค้าร่วมกันตอบโต้กฎระเบียบใหม่ของจีนเกี่ยวกับการส่งออกแร่หายาก ทั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงจากต่างประเทศหลายรายได้เดินทางมาจีนในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะที่ปรึกษาประจำปีของคณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) โดยในวันพฤหัสบดี คณะผู้บริหารดังกล่าวได้เข้าพบกับรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ แสดงท่าทีที่เป็นมิตรมากกว่า ระหว่างการพบกับสตีฟ ชวาร์ซแมน ประธานบริษัท Blackstone Inc. โดยกล่าวว่า “แนวคิดการแยกขาดทางเศรษฐกิจ (decoupling) ไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นจริงหรือมีเหตุผล เพราะความขัดแย้งจะส่งผลเสียต่อทั้งสองประเทศ”
หวัง อี้ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทั้งสองฝ่ายควรสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขความแตกต่างอย่างเหมาะสม และส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐให้มั่นคง สุขภาพดี และยั่งยืน”
อ้างอิง : www.bloomberg.com