โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกาะติด “ประชุม ครม.” วันนี้ ถกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชูลดหย่อนภาษี ยกระดับปรามสแกมเมอร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 03.46 น.

เกาะติด "ประชุม ครม." วันนี้ (21 ต.ค.2568) ถกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว ชูลดหย่อนภาษี-ขยายสิทธิสถานบันเทิง พร้อมเร่งเบิกงบกว่า 4 ล้านล้านบาท ยกระดับปรามสแกมเมอร์

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม โดยนายกรัฐมนตรี จะรายงานในที่ประชุม ครม. เรื่องการยกระดับการปราบปรามสแกมเมอร์ และมิจฉาชีพออนไลน์ ซึ่งรัฐบาลได้ยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อต้องการให้ทุกหน่วยงาน บูรณาการความร่วมมือในการแก้ปัญหา

สำหรับวาระการพิจารณาที่น่าสนใจ

  • กระทรวงการคลัง จะเสนอชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเน้นกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและบริการ และเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ เป็นมาตรการเพื่อกระตุ้นและสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว ได้แก่

1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68 ให้ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา นำค่าที่พักในโรงแรม โฮมสเตย์ไทย หรือสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหารที่จ่ายให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาหักลดหย่อนได้สูงสุด 20,000 บาท แบ่งเป็น 10,000 บาทแรก ใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ในรูปแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ และ 10,000 บาทที่เหลือ ต้องใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น

ทั้งนี้ อัตราการลดหย่อนท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอใน 15 จังหวัด ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ส่วนจังหวัดอื่นลดหย่อนได้ 1 เท่า

2. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม (Front Load) ระยะเวลาดำเนินการเดือน ต.ค. 68-ม.ค. 69 ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาในส่วนของการพัฒนาบุคลากรไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินที่ตั้งไว้

โดยให้พิจารณาจัดในเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวรองเป็นลำดับแรก กำหนดให้การขับเคลื่อนมาตรการนี้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (KPI) ประจำปีงบประมาณ 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยให้รายงานผลการเบิกจ่าย ต่อคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ

3. ขยายเวลาการลดอัตราภาษีสรรพสามิตสถานบันเทิง จาก 10% เหลือ 5% ออกไปอีก 1 ปี ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 69 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 ได้แก่ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ รวมถึงสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่จัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 น.

4. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก ระยะเวลาดำเนินการวันที่ 29 ต.ค. 68-31 มี.ค. 69 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม หักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้น ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการได้ 2 เท่า (แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ เป็นจำนวน 100% ของรายจ่ายดังกล่าว

โดยทรัพย์สินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ ได้แก่ อาคารถาวรที่ใช้ในการประกอบกิจการโรงแรม เครื่องตกแต่ง หรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบและยึดติดกับอาคารเป็นการถาวร สิทธิประโยชน์นี้ ให้ใช้ตามส่วนเฉลี่ยเป็นจำนวนเท่ากันเป็นเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน (ทยอยหักรายจ่ายเท่าที่ 2 เป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชี)

สำหรับวาระอื่น ที่น่าสนใจ เช่น

  • สำนักงบประมาณ เสนอมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ วงเงินรวมกว่า 4 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีนี้
  • ครม. รับทราบกรอบการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ของฝ่ายไทย ก่อนการประชุม GBC กับประเทศที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย วันที่ 23 ต.ค. 68 โดย 4 ประเด็นหลักคือ การถอนอาวุธหนัก, การเก็บกู้ทุ่นระเบิด, การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน
  • กระทรวงมหาดไทย เสนอของบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 โดยให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอการลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์
  • กระทรวงการต่างประเทศ เสนอร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมรัฐมนตรีเอเปค และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคประจำปี 2568
  • กระทรวงการต่างประเทศ เสนอการรับสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน
  • กระทรวงการต่างประเทศ เสนอการขอรับความเห็นชอบต่อร่างเอกสารผลลัพธ์ ของการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง
  • กระทรวงการต่างประเทศ เสนอการให้ความเห็นชอบ ต่อร่างแถลงการณ์ผู้นำของการประชุมสุดยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ครั้งที่ 5
  • กระทรวงการคลัง เสนอร่างแถลงการณ์ของผู้นำอาเซียน+3 ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินระดับภูมิภาค
  • กระทรวงพาณิชย์ เสนอขอความเห็นชอบต่อร่างเอกสารแนวทางการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอขอความเห็นชอบต่อร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียน ว่าด้วยวิสัยทัศน์ด้านอาหาร เกษตรและป่าไม้ สู่ปี 2045
  • กระทรวงวัฒนธรรม เสนอร่างปฏิญญามะละกา ว่าด้วยการสร้างมูลค่ามรดกทางวัฒนธรรม
  • กระทรวงแรงงาน เสนอร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการสู้รบบริเวณชายแดน พ.ศ. …

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...