โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็กเกิดใหม่ที่ญี่ปุ่นพุ่งสูง แต่ไม่ใช่จากพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 พ.ย. 2568 เวลา 04.26 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 02.35 น.

ญี่ปุ่น ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีสังคมที่ชราภาพลงเร็วที่สุดและมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับข่าวในเชิงบวกเกี่ยวกับสถิติการเกิดของเด็กทารกในประเทศในบางภาคส่วนของสังคมเมื่อเร็วๆ นี้

นั่นคือ ภาคส่วนดังกล่าวมีเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา

น่าเสียดายที่ว่า สถิติที่ว่านี้กลับกลายเป็นปัจจัยด้านลบใหม่ของประเทศญี่ปุ่นพร้อมกันไปด้วย

ถึงขนาดนักประชากรศาสตร์บางรายเชื่อว่า นี่คือระเบิดเวลาลูกใหม่ในสังคมญี่ปุ่น

เหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากภาคส่วนของสังคมที่มีเด็กเกิดใหม่สูงเป็นสถิตินี้ คือบรรดาเด็กที่ถือกำเนิดจากพ่อแม่ที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น

ตัวเลขอย่างเป็นทางการระบุว่า เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา มีเด็กทารกเกิดใหม่ที่ถือเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งหมายความว่า ถือกำเนิดจากพ่อแม่ที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น หรือเกิดจากมารดาที่เป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้แต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายมากถึง 22,878 คน เพิ่มขึ้นจากช่วง 1 ปีก่อนหน้านั้นมากกว่า 3,000 คน และทำสถิติเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 10 ปีก่อนหน้าถึง 50 เปอร์เซ็นต์

ในทางตรงกันข้าม จำนวนทารกที่เกิดจากพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นในช่วงปี 2024 กลับลดลงมาอยู่ที่ 686,173 คน เป็นการลดลงจากปริมาณการเกิดใหม่เมื่อปี 2023 มากถึง 41,115 คน

ตัวเลขที่สวนทางกันดังกล่าวนี้หมายความว่า เด็กต่างชาติที่เกิดใหม่เมื่อปีที่แล้ว ช่วยชะลอให้ความเร็วในการลดลงของอัตราการเกิดในญี่ปุ่นลงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และมีจำนวนรวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 3.2 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเด็กเกิดใหม่ทั้งหมดทั่วญี่ปุ่นเมื่อปีที่ผ่านมา

หากจำแนกโดยสัญชาติ เด็กทารกที่ถือกำเนิดจากมารดาชาวจีนในญี่ปุ่น มีจำนวนมากที่สุดในบรรดาทารกต่างชาติทั้งหมด ตามด้วยเด็กที่เกิดจากมารดาชาวฟิลิปปินส์ และบราซิล ตามลำดับ

ตัวเลขทารกเกิดใหม่ที่ไม่ใช่เกิดจากพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นดังกล่าว สะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่า ในช่วงสองสามปีหลังมานี้ จำนวนประชากรที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสูงมาก เมื่อมีการเปิดรับแรงงานอพยพชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างในตลาดแรงงาน

ตามข้อมูลของทางการที่เผยแพร่ออกมาในคราวเดียวกัน จำนวนชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นพำนักถาวรในญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นสู่หลักเกือบ 4 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรชาวญี่ปุ่น 124 ล้านคนแล้ว อันเป็นอัตราส่วนที่ย้อนหลังไปเพียง 10 ปีที่ผ่านมาไม่ว่าใครก็จินตนาการไปไม่ถึงแน่นอน

ที่สำคัญก็คือ จำนวนแรงงานต่างชาติที่เพิ่มเป็น 3.95 ล้านคนนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นกลุ่มคนในช่วงอายุระหว่าง 20 ปี ขึ้นไปจนกระทั่งถึง 30 ปีเศษ

ซึ่งหมายความว่า หากต้องการพวกเขามีสิทธิ์ที่จะอยู่ในประเทศต่อไปในระยะยาว และมีโอกาสที่จะมีลูกหลานได้อีกในอนาคต

การเพิ่มสูงขึ้นของจำนวนแรงงานอพยพที่ญี่ปุ่นดังกล่าวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุ และควรเป็นสิ่งที่เมื่อ 7 ปีที่แล้วทุกคนคาดหวังได้ว่าจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำไป

เมื่อ ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในเวลานั้น ยอมรับความจำเป็นที่ว่า ญี่ปุ่นต้องรับเอาแรงงานระดับล่างที่มีทักษะฝีมือต่ำเข้ามาทำงานในประเทศมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่เกิดจากสภาพสังคมชราภาพลงอย่างรวดเร็ว

ผู้คนที่หน้าตาบุคลิกไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น ไม่ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ไปแล้วในหลายหัวเมืองและจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ชนบท ซึ่งถูกชาวญี่ปุ่นทิ้งให้รกร้างไว้ก่อนหน้านี้ คนเหล่านี้เข้าทำงานในร้านสะดวกซื้อ ภัตตาคาร และโรงงานผลิตต่างๆ รวมไปถึงสถานที่ก่อสร้าง ภาคเกษตรกรรมและประมง ภาพเหล่านี้ทำให้คำพรรณนาที่ว่า ญี่ปุ่นคือประเทศที่เป็น “ซาโกกุ” ในยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งหมายความถึงการเป็นชาติที่พยายามอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพียงลำพัง ไม่ต้อนรับการตั้งหลักแหล่งของผู้คนจากภายนอก ไม่เป็นความจริงอีกต่อไป

แต่เรื่องนี้ก็สร้างปัญหาให้กับสังคมญี่ปุ่นทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ในปัจจุบัน อุบัติการณ์เหล่านี้ส่งผลให้ประเด็นเรื่องผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานกลายเป็นประเด็นทางการเมืองขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และมีผู้อาศัยสถานการณ์ขัดแย้งนี้เป็นประโยชน์ให้เห็นกันแล้ว

ในการเลือกตั้งวุฒิสภาครั้งล่าสุด พรรคซานเซโต พรรคขนาดเล็กเอียงขวา สามารถกวาดที่นั่งในสภาสูงเพิ่มได้เป็นกอบเป็นกำจากการรณรงค์ต่อต้านผู้อพยพเหล่านี้

ซานเซโตสามารถเพิ่มที่นั่งในสภาสูง 248 ที่นั่งขึ้นเป็น 15 ที่นั่งได้อย่างน่าทึ่งทั้งๆ ที่มี ส.ส.อยู่ในสภาล่าง 3 ที่นั่งเท่านั้น

น่าเสียดายที่การเลือกตั้งทั่วไปยังมาไม่ถึงจนกว่าจะถึงปี 2028 ไม่เช่นนั้น ก็อาจพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า คนญี่ปุ่นทั่วไปยืนอยู่ข้างไหนในความขัดแย้งทางสังคมเรื่องนี้

กระนั้น ความสำเร็จของ ซานเซโตก็ทำให้ประเด็นว่าด้วยผู้อพยพกลายเป็นประเด็นระดับชาติไปแล้วในตอนนี้

บรรดาพรรคการเมืองสำคัญๆ ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งพรรคการเมืองแนวกลางซ้าย ต่างพากันออกมาแสดงความกังวลต่อแนวโน้มของแรงงานชาวต่างชาติ

ในขณะที่ พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) เองก็ประกาศจะลดการเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายลงให้เหลือศูนย์ และดำเนินมาตรการเพื่อให้แน่ใจว่า แรงงานต่างชาติที่ถูกต้องตามกฎหมายจะหลอมรวมตัวเองเข้ากับสังคมญี่ปุ่นได้อย่างกลมกลืนมากยิ่งขึ้น

แม้แต่คนอย่าง ซานาเอะ ทาคาอิชิ ซึ่งกำลังรอลุ้นการสนับสนุนจากสภาให้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ก็เคยใช้ประเด็นเรื่องแรงงานต่างชาตินี้สร้างแรงสนับสนุนจนได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแอลดีพี ทาคาอิชิ เคยอ้างว่าได้ประสบเหตุด้วยตนเองว่า ชาวต่างชาติแสดงพฤติกรรมเลวร้ายต่อบรรดากวางที่ตื่นกลัวในจังหวัดนารา บ้านเกิดและเขตเลือกตั้งของเธออย่างไร แม้จะไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ ประกอบก็ตามที

มีนักการเมืองญี่ปุ่นอีกไม่ใช่น้อย ที่อ้างโดยไม่มีหลักฐานเช่นกันว่า การเข้ามาทำงานของแรงงานต่างชาติในญี่ปุ่นถือเป็นการแย่งงานคนญี่ปุ่นและมีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมขึ้นมากกว่าคนในท้องถิ่น ข้อกล่าวอ้างและข้อถกเถียงในลักษณะนี้ นำไปสู่สภาวะหวาดระแวงชาวต่างชาติ จนเกิดกรณีต่อต้านและโจมตี

อย่างเช่น ชาวเคิร์ดรายหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ที่คาวากูจิ ใกล้โตเกียว ตกเป็นเป้าการโจมตีทั้งด้วยวาทกรรมจงเกลียดจงชังและข้อมูลใส่ร้ายแบบผิดๆ

หรือในกรณีของการชุมนุมประท้วงที่สกีรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่ฮอกไกโด เพื่อต่อต้านแผนการสร้างที่พักชั่วคราวให้กับแรงงานต่างชาติ 1,000 รายที่ถูกว่าจ้างให้มาทำงานด้านการท่องเที่ยวและก่อสร้าง เป็นต้น

นักวิชาการเชื่อว่า หากทุกอย่างยังคงดำเนินไปเช่นที่เป็นอยู่ด้วยความจำเป็นในเชิงเศรษฐกิจ จำนวนชาวต่างชาติในญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นเกินสัดส่วน 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรญี่ปุ่นแท้ๆ ภายใน 15 ปี เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ถึง 30 ปี

แต่ในขณะเดียวกัน ทาชิฮิโร่ เมนจู ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยคันไซ เตือนว่า รัฐบาลและสังคมญี่ปุ่นก็ต้องตกลงปลงใจให้ได้ว่าจะทำอย่างไรกับเด็กๆ ต่างชาติ ที่จะเติบใหญ่ขึ้นมาในอนาคต พูดญี่ปุ่น ทำงานเหมือนคนญี่ปุ่น มีรายได้เหมือนคนญี่ปุ่น สามารถเลี้ยงดูครอบครัวของตัวเองได้

ไม่เช่นนั้นญี่ปุ่นในอนาคตจะเผชิญกับสภาพสังคมที่แตกแยก แบ่งฝักฝ่าย ที่อันตรายอย่างยิ่งยวดนั่นเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เด็กเกิดใหม่ที่ญี่ปุ่นพุ่งสูง แต่ไม่ใช่จากพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...