“กัมพูชา” ใช้กฎหมายสัญชาติใหม่ เพิ่มอำนาจเพิกถอนสัญชาติผู้สมคบต่างชาติ-บ่อนทำลายความมั่นคง
"กัมพูชา" ใช้กฎหมายสัญชาติใหม่ เพิ่มอำนาจเพิกถอนสัญชาติผู้สมคบต่างชาติ-บ่อนทำลายความมั่นคง กลุ่มสิทธิมนุษยชนเตือนถ้อยคำกฎหมายคลุมเครือ อาจนำไปสู่การใช้อำนาจตามอำเภอใจ กระทบสิทธิขั้นพื้นฐาน
วันที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 03.00 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า กฎหมายสัญชาติฉบับแก้ไขของกัมพูชา ที่เปิดทางให้มีการเพิกถอนสัญชาติได้ในบางกรณี มีผลบังคับใช้แล้ว โดยถูกมองว่าเป็นมาตรการเพื่อปิดปากฝ่ายเห็นต่างและผู้ที่วิจารณ์รัฐบาลกรณีการจัดการปัญหาข้อพิพาทชายแดนกับไทย
กฎหมายดังกล่าวเพิ่มข้อกำหนดให้สามารถเพิกถอนสัญชาติได้ หากประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในความร่วมมือกับต่างชาติที่เป็นภัยต่อผลประโยชน์หลักของกัมพูชา หรือกระทำการที่บ่อนทำลายความมั่นคงแห่งชาติ
กลุ่มสิทธิมนุษยชนกัมพูชาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายนี้ โดยชี้ว่าการเพิกถอนสัญชาติจะทำให้บุคคลสูญเสียสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน รวมถึงสิทธิในการทำงาน การสมรส การมีส่วนร่วมทางการเมือง และการเข้าถึงการรักษาพยาบาล พร้อมเตือนว่าการใช้ถ้อยคำที่คลุมเครืออาจนำไปสู่การบังคับใช้อย่างตามอำเภอใจ และเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายนี้
ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 25 ส.ค. และจากวุฒิสภาเมื่อวันที่ 1 ก.ย.
วุฒิสภาระบุในแถลงการณ์ว่า ภายใต้บริบทของข้อพิพาทชายแดนกับไทย ชาวกัมพูชาบางส่วนที่พำนักอยู่ต่างประเทศได้สมคบกับต่างชาติในการกระทำที่เข้าข่ายกบฏ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของชาติ
ก่อนหน้านี้ รัฐสภาได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อเดือน ก.ค. เพื่อปูทางสู่การแก้กฎหมายสัญชาติ โดยมาตรา 33 ได้ถูกปรับใหม่ให้บัญญัติว่า “การได้มาและการสูญเสียสัญชาติกำหนดโดยกฎหมาย” จากเดิมที่ระบุว่า “สัญชาติจะไม่ถูกเพิกถอน”
การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายครั้งนี้มี ฮุน เซน เป็นผู้ผลักดัน โดยเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ในช่วงที่ความสัมพันธ์กับไทยตึงเครียดจากปัญหาชายแดน เขาได้สั่งการให้รัฐมนตรีกระยุติธรรมพิจารณาแก้กฎหมาย โดยอ้างว่าจำเป็นเพื่อป้องกันการรุกรานจากต่างชาติที่สมคบกับชาวกัมพูชา
ตามปกติแล้ว กฎหมายใหม่ต้องลงนามโดยสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา แต่เนื่องจากพระองค์เสด็จเยือนจีน ฮุน เซน ในฐานะประธานวุฒิสภาได้ลงนามแทนเมื่อวันศุกร์
กฎหมายฉบับนี้อาจมุ่งเป้าไปที่ผู้นำฝ่ายค้าน เช่น สม รังสี ที่พำนักอยู่ในฝรั่งเศส และเคยวิจารณ์การจัดการข้อพิพาทชายแดน โดยกล่าวหาว่าฮุน เซน มีผลประโยชน์ส่วนตัวในธุรกิจคาสิโน อีกทั้งยังให้สัมภาษณ์กับสื่อไทยหลายครั้ง
ไบรออนี เหลา รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของฮิวแมนไรท์วอตช์ กล่าวว่า “รัฐบาลกัมพูชาได้สร้างเครื่องมืออันตรายเพื่อปิดปากผู้เห็นต่าง โดยมอบอำนาจกว้างขวางให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดว่าใครควรหรือไม่ควรเป็นคนกัมพูชา” พร้อมเตือนว่ากฎหมายนี้เสี่ยงทำให้แกนนำภาคประชาสังคม นักข่าว นักการเมืองฝ่ายค้าน และแม้แต่ประชาชนทั่วไป กลายเป็นคนไร้รัฐ
ฮิโรชิ ยามาดะ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Niigata University of International and Information Studies ประเทศญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองกัมพูชา ให้ความเห็นว่า“การเพิกถอนสัญชาติจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองของแกนนำฝ่ายค้านที่อยู่ต่างประเทศ”
เขาเสริมว่า ฮุน เซน อาจผลักดันกฎหมายนี้เพื่อเสริมฐานอำนาจให้รัฐบาลในอนาคตของฮุน มาเนต บุตรชายและนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
หลังเหตุพิพาทชายแดน ความนิยมของฮุน เซน กลับเพิ่มสูงขึ้นในกัมพูชา โดยการจัดการปัญหานี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเขาเป็นผู้นำที่แข็งกร้าวในการยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจในภูมิภาค
อ้างอิง : asia.nikkei.com