สถาบันโพธิคยาฯ จัดสัมวาทะ ถกแก้ ‘ปัญหาสงฆ์’ ชี้ ต้องเข้าใจธรรมะ จึงมองพระทะลุปรุโปร่ง
สถาบันโพธิคยาฯ จัดสัมวาทะ ถกแก้ ‘ปัญหาสงฆ์’ ชี้ ต้องเข้าใจธรรมะ จึงมองพระทะลุปรุโปร่ง
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่บริษัทไทยนครพัฒนา จำกัด อ.เมือง จ.นนทบุรี สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 จัดงาน สัมวาทะ ‘เสริมสร้างความมั่นคงแห่งพุทธศาสนา’ ภายใต้แนวคิด ‘ร่วมฟัง ร่วมคิด ร่วมหาทางออก’ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่มีบทบาทจากหลายหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และคณะสงฆ์ ได้ร่วมกันสะท้อนปัญหา แลกเปลี่ยนมุมมองและเสนอแนวทางฟื้นฟูพระพุทธศานาอย่างสร้างสรรค์
โดยภายในงาน มีการพูดคุยสะท้อนปัญหาและต้นเหตุของความศรัทธาในพระพุทธศานา นำโดย นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 พระเมธีวรญาณ คณบดี คณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) พระปลัดสมบท ปรกฺกโม ปราชญ์พุทธศาสนา วัดกลาง จังหวัดสุพรรณบุรี
บรรยากาศเวลา 09.00 น. ดร.วินัย วีระภุชงค์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ประธานมูลนิธิวีระภุชงค์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น พระเมธีวรญาณ คณบดี คณะพุทธศาสตร์ มจร. นำสวดบูชาพระรัตนตรัย ก่อนเข้าสู่ช่วง สัมวาทะ “การเสริมสร้างความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา” โดยมี พระเมธีวรญาณ, พระปลัดสมบท, น.ส.วัชรารัศมิ์ สุนทรพนาเวช ศิลปินดารา ตัวแทนอุบาสิกา และ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ร่วมแสดงความเห็น
ในตอนหนึ่งนายสุภชัย เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวว่า หากถามว่าอะไรคือสัญญาณเตือนที่เราต้องจัดสัมวาทะในครั้งนี้ คาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อย่างไร ? วันนี้สิ่งที่เห็นคือ สังคมเราและสังคมโลกเต็มไปด้วยอวิชชา กิเลส ตันหา ราคะ โมคะ โทสะ ครอบคลุม นี่คือสิ่งที่เห็น ตนอยากจะพูดว่าเราต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือพุทธบริษัท 4 (ภิกษุ ภิกษุนี อุบาสก อุบาสิกา) วันนี้พระ อาจไม่ใช่ปัญหาของสังคม แต่เป็นปัญหาของพวกเราทุกคน เพราะเราก็ไม่เข้าใจธรรมะ เราถึงมองพระไม่ออก
“เราไม่ต้องโทษพระ เรากลับมามองตนเอง เพราะเราไม่เข้าใจธรรม เราก็จะหลงอยู่ในวัฏสงสาร หลงอยู่ในอกุศลจิต จริงๆ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นจากพุทธบริษัท 4 ไม่เข้าใจธรรม
ส่วนตัวผมวันนี้มองว่า สังคมพอมีข่าวอะไรออกมา ก็จะตอกย้ำอยู่กับปัญหาแต่ไม่เคยคิดว่าปัญหานี้สาเหตุหลักมาจากอะไร และวิธีการแก้ปัญหาคืออะไร เพราะผมทำธุรกิจ ผมจะไม่ขี่ม้ารอบเมืองเพราะอายุผมสั้น ผมกลัวผมตายไปแล้วไม่ได้ทำ ผมเป็นคนคิดเมื่อ 50 ปี ที่แล้ว ‘คุณธรรมนำธุรกิจ’ จะมีเงินพันล้าน หมื่นล้าน มีอำนาจแค่ไหน คุณก็ตายมือเปล่า เกิดมือเปล่า คุณหลงอยู่ในวัฏสงสาร มีทิฐิมานะ เราทำงานแสวงหาลาภ สักการะ จนวินาทีสุดท้ายคุณเอาไปไม่ได้เลย เพราะผู้นำไม่เข้าใจธรรมะ” นายสุภชัยกล่าว
นายสุภชัยกล่าวต่อว่า การที่บอกว่ารัฐออกกฏหมายมาขัดแย้งกับพระธรรมวินัยนั้น แท้จริงแล้วพระขึ้นอยู่กับเราทั้งนั้น จะมี พ.ร.บ.สงฆ์หรือไม่ ตนไม่สนใจเลย ถ้าบวชพระจะมี พ.ร.บ.สงฆ์หรือไม่มีก็ได้ หากปฏิบัติตามพระธรรมวินัยก็เป็นพระผู้ปฏิบัติได้
“ไม่ได้บวชแค่ห่มผ้าเหลือง ถ้าเป็นเช่นนั้นบวชไปสิบนาทีก็สึกได้ ออกมาแต่งงานได้ หรือบวชใหม่ได้ แต่วันนี้เพราะลาภ สักการะ มันนำพาให้พระที่เห็นในข่าวได้ประพฤติอย่างนี้ เพราะโยมก็มองพระไม่ออก อย่าโทษพระอย่างเดียว เราต้องรับผิดชอบทุกคนเพราะเราโง่งมงาย มองพระไม่ออก” นายสุภชัยชี้
นายสุภชัยกล่าวต่อว่า ประเด็นที่อาณาจักร(ภาครัฐ) ถึงขนาดออกกฏหมายในควบคุมอุบาสิกา หรือสงฆ์ที่มีการเสพเมถุน ส่วนตัวไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน เพราะท่านไม่ได้เป็นฆาตรกร ซึ่งอาจจะเกิดการพลาดพลั้งได้
“ผมเป็นผู้ชาย ผมเข้าใจ แต่สิ่งที่ผมเห็นด้วยกับเรื่องนี้คือการแก้เรื่องเงิน ท่านแก้เรื่องเงินได้ไหม การแก้ที่ต้นเหตุปัญหาพุทธบริษัท 4 ต้องมองให้ออกว่าอะไรถูกอะไรผิด พระที่เราเข้าไปกราบนั้นเป็นพระปฏิบัติอยู่ไหม ต้องหาตรงกลาง ปัญหาที่อาณาจักร(ภาครัฐ) ทุกคนเข้าใจ
ไม่ใช่เพียงรัฐบาลอย่างเดียว แต่คือทุกๆ คนที่มีส่วนร่วม ผู้นำรัฐบาล คุณเลือกผู้นำที่ไม่มีความเข้าใจธรรม เลือกผู้นำที่ยังหลงอยู่ในราคะ โมหะ โทสะ อวิชชา ความเคียดแค้น กิเลส ตัณหา”
“ผมว่าถ้าเราจะแก้ปัญหานี้ เราต้องกลับมามองที่ตนเอง เรามีธรรมหรือไม่ มีสติระลึกรู้ไหม วันนี้การที่พระสงฆ์บางรูปเป็นผู้แพ้ (กระทำผิดวินัยสงฆ์) ผมเองก็เป็นผู้แพ้มาทั้งชีวิต มันก็ไม่ต่างจากที่ผมเป็นนักธุรกิจ ยังมีสงฆ์ดีๆ อีกมาก แต่ท่านรูปที่แพ้ก็ยังขึ้นเป็นอริยะบุคคลได้ ผมยืนยัน นี่คือสิ่งที่ชาวพุทธต้องเรียนรู้และเข้าใจ” นายสุภชัยกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สถาบันโพธิคยาฯ จัดสัมวาทะ ถกแก้ ‘ปัญหาสงฆ์’ ชี้ ต้องเข้าใจธรรมะ จึงมองพระทะลุปรุโปร่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th