โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 11 ต.ค. 2568 เวลา 22.43 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2568 เวลา 22.43 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2568

>> แก๊สระเบิด! ในหมู่บ้าน ตรงข้าม อบจ.ปทุมธานี เสียชีวิต 1 ราย

07.10 น. ได้รับแจ้งเหตุ เกิดแก๊สระเบิด ภายในบ้านพักอาศัยหลังหนึ่งใน ตำบลบางปรอก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเยื้องกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

แรงระเบิดมีความรุนแรงมาก จนเกิดเสียงดังสนั่นทั่วบริเวณ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านและใกล้เคียง เบื้องต้น บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมดับเพลิงได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ และเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ จากการตรวจสอบและเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บ 7 ราย

ล่าสุด โครงสร้างบางส่วน มีการแตกร้าวทรุดตัวลงมา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการดับเพลิง มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

>> ตำรวจไซเบอร์บุกรวบ! พ่อค้าหัวใสใช้กล่องอาหาร อำพรางส่งบุหรี่ไฟฟ้าให้ลูกค้า คาหน้าคอนโดดังย่านคลองหลวงปทุมธานี

12.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำกำลัง เข้าจับกุม ชายอายุ 36 ปี พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก ขณะเตรียมส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าบริเวณริมถนนสาธารณะหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.2 ได้สืบทราบว่ามีผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ และใช้วิธีนำบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุลงใน "กล่องโฟมใส่อาหาร" หรือ "กล่องบรรจุไอศกรีม" เพื่ออำพรางการตรวจสอบ ก่อนจะนำมาส่งมอบให้กับลูกค้าตามจุดนัดหมาย

เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว จนกระทั่งพบชายต้องสงสัย ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในพื้นที่ โดยมีกระเป๋าส่งของ ของแอปพลิเคชันบริการเดลิเวอรีแห่งหนึ่ง ก่อนที่ผู้ต้องสงสัยจะนำกล่องใส่อาหาร ซึ่งภายในบรรจุเครื่องบุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง เจ้าหน้าที่ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นยึดของกลางบุหรี่ ผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่า ตนไปรับของกลางทั้งหมดจากคนรู้จัก เพื่อนำมาส่งให้ลูกค้าที่สั่งไว้ โดยคนรู้จักเป็นผู้บรรจุบุหรี่ไฟฟ้าและหัวพอตลงในกล่องอาหารหรือกล่องไอศกรีมเพื่ออำพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบ ซึ่งวิธีการนี้เป็นที่รู้กันในกลุ่มผู้ส่งของออนไลน์ที่รับงานผิดกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา "ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่มิได้ผ่านพิธีการศุลกากร" ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ตร.ทางหลวงไทรโยค สกัดรถขนต่างด้าว 11 คน คนขับรับจ้างหัวละ 6,000 บาท

13.00 น. ตำรวจทางหลวงไทรโยค พบรถยนต์ ลักษณะบรรทุกหนักและใช้ความเร็วสูงมีพิรุธ 1 คัน วิ่งมาบน ทล.3188 ลาดหญ้า ติดไฟแดงสี่แยกหนองบัว จ.กาญจนบุรี จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบพบคนขับ เป็นชาย อายุ 44 ปี

ในรถพบต่างด้าว 11 คน และนอนในกระบะตอนท้าย 4 คน โดยมีผ้าสแลนปกปิดมา เจ้าหน้าที่ได้สอบถามทั้งหมด ไม่สามารถแสดงเอกสารทางราชการหรือหนังสือเดินทางได้

คนขับเผย รับบุคคลต่างด้าว มาจากริมถนน 323 (เนินยาว) โดยได้รับค่าหัวคนละ 6,000 บาท รวม 90,000 บาท หากส่งคนถึงที่หมาย

ชาวเมียนมา เผย เดินเท้าเข้าและมาขึ้นรถคันดังกล่าว ที่ถนนเนินยาว อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี เพื่อจะเดินทางทำงานที่ ตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร

ตำรวจคุมตัวทั้งหมด ส่ง พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> กันจอมพลัง พร้อมรั้วตู้คอนเทนเนอร์ เตรียมลงบ้านหนองจาน ทำกำแพงกั้นเขตชายแดนไทย-กัมพูชา

13.37 น. ที่บ้านหนองจานตำบลโนนหมากมุ่นอำเภอโคกสูงจังหวัดสระแก้ว กัน จอมพลัง หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ และนักช่วยเหลือสังคม พร้อมกับทีมงาน ได้เดินทางมาตรวจสอบรถตู้คอนเทนเนอร์จำนวนเกือบ 40 คัน และ วางแผนในการนำรถตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดลงไปยังพื้นที่บริเวณแนวชายแดนซึ่งเส้นทางค่อนข้างแคบแคบ และจำเป็นต้องจัดระเบียบในการเข้าออกรวมถึงรถเครนที่จะใช้ในการนำตู้วางเรียงซึ่งตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด ทยอยเดินทางมาจากจังหวัดชลบุรี และเตรียมที่จะลำเลียงเข้าไปยังเขตรอยต่อบ้านหนองจานแนวหลักเขตแดนที่ 46 โดยมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ ลุ้นให้รถตู้คอนเทนเนอร์ผ่านเส้นทางเข้าไปยังพื้นที่เป้าหมายได้อย่างเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมอบปัจจัยสนับสนุนในการดำเนินการของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้

โดยกันจองพลังได้เปิดเผยว่าที่ผ่านมา /ด้วยพลังและความร่วมมือจากพี่น้องคนไทย จึงได้สามารถจัดสรรตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 60 ตู้ และทยอยลำเลียงมายังพื้นที่ได้ราบรื่น โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพภาคที่ 1 ในการลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์เข้าในพื้นที่ และ ได้กล่าวถึงกิจกรรมรถเครื่องเสียง ที่ปฏิบัติการด้านจิตวิทยากับ ชาวเขมรที่อาศัยรุกดินแดนบ้านหนองหญ้าแก้วโดยวิธีการเปิดเสียง รบกวน สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวเขมร วิ่งหนี เพราะเป็นเสียง เครื่องบิน และเสียงร้องโหยหวน โดยย้ำว่าหลังจากนี้ก็จะทำต่อเนื่องไปอีกนอกจากปฏิบัติการกิจกรรมใช้รถเครื่องเสียงยังจะมีกิจกรรมให้กับชาวเขมรที่ยึดพื้นที่คนไทยได้รับรู้อีกซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้อีกหลายรายการ

>> แม่ทัพภาค2 ยันไม่นิ่งนอนใจ ทหารกัมพูชา รื้อรั้วลวดหนามไทย สั่งเคลียร์พื้นที่ หวั่นฝังทุ่นระเบิด ล่อทหารไทย

14.50 น. พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่2 กล่าวถึงกรณี ทหารกัมพูชา ตัดรือรั้วลวดหนามของไทยว่า อยากชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจ ว่าไม่ได้นิ่งนอนแต่อย่างใด แต่ยังไม่สามารถที่จะให้ทหาร เข้าไปวางแนวรั้วลวดหนามใหม่ได้ เนื่องจากต้องส่งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าไปเคลียร์พื้นที่ก่อน

พล.ท.วีระยุทธ กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้เข้าไปดำเนินการแล้วแต่ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะเรากังวลว่าทหารกัมพูชา จะวางทุ่นระเบิด และจะเป็นอันตรายต่อกำลังพล เนื่องจากอาจเป็นแผนที่ถ่ายคลิป แล้วนำมาลงในโซเชียล เพื่อให้ทหารไทยเร่งรีบเข้าไปดำเนินการล้อมรั้วใหม่

และหาก เจ้าหน้าเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ตรวจสอบพื้นที่แล้วปลอดภัย ก็จะให้ทหารไปวางแนวรั้วลวดหนามเอาไว้เช่นเดิม นอกจากนี้ได้เน้นย้ำหากพบทหารกัมพูชา เข้ามารื้อรั้วลวดหนามให้ดำเนินการตาม มาตรการที่มอบไวทันที

>> สาวดีใจได้แหวนเพชรมูลค่า 2 ล้านคืน หลังตำรวจหนองปรือตามหาจนนำส่งคืนสำเร็จ

17.20 น. พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ สั่งการให้ทางชุดสืบสวน ลงพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด หลัง น.ส.ธัญยรัตน์ อายุ 37 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ เพื่อให้ช่วยติดตามแหวนเพชร 2 วง มูลค่ารวมกว่า 2,000,000 บาท หลังเข้าใช้บริการที่สนามเทนนิสในเขตพื้นที่หนองปรือ โดยได้ถอดแหวนเพชรลืมไว้ที่หน้าเนต ในวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา

น.ส.ธัญยรัตน์ หลังเลิกเล่นได้มีชาวต่างชาติมาเล่นต่อและได้เก็บไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงเดินทางไปที่ห้องพักของชาวต่างชาติที่พักอยู่บริเวณเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา พบชาวต่างชาติจึงได้มอบแหวนคืนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนสาเหตุนั้น ชาวต่างชาติบอกว่าไม่กล้าไปฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่ของสนาม เพราะกลัวไม่ส่งคืนเจ้าของ

หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ส่งแหวนเพชรคืนให้กับ น.ส.ธัญยรัตน์ ซึ่งไม่ได้ติดใจอะไร และได้มอบช่อดอกไม้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ที่ได้ติดตามจนสามารถนำแหวนคืนได้ มูลค่าถึง 2 ล้านบาท

>> ตร.ทางหลวง ตามสกัดจับรถบรรทุก พบชาวพม่า 108 ชีวิต อัดแน่นเป็นปลากระป๋อง

18.10 น. ตำรวจทางหลวงกาญจนบุรี สนธิกำลังฝ่ายปกครอง และฝ่ายทหาร เข้าจับกุมรถบรรทุกหกล้อตู้ทึบ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บนถนนสาย 15-027 บ้านเขาเม็ง หมู่ที่ 7 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ภายในรถพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายรวม 108 คน เป็นชาย 70 คน และหญิง 38 คน สภาพอิดโรย เบียดเสียดกันอยู่ในตู้ จึงคุมตัวทั้งหมดไปยังหอประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยมี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางมาร่วมสอบสวน

จากการตรวจสอบ รถคันดังกล่าวแจ้งยกเลิกการใช้งานแล้ว ขณะที่ตู้ทึบภายนอกถูกติดสติกเกอร์โลโก้ปลากระป๋องยี่ห้อดัง เพื่ออำพรางสายตาไม่ให้เจ้าหน้าที่สงสัย ขณะที่ นายบัว อายุ 28 ปี ชาวมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี คนขับรถให้การรับสารภาพ อ้างว่ารับจ้างขนแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่ อ.ไทรโยค มาส่งต่อในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 7,000 บาท และเคยทำมาแล้วสองครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม จะมีรถอีกคันมารับแรงงานไปต่อยังพื้นที่ปลายทาง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> เตือนช้างป่าชายแดน 3 ตัว เข้าพื้นที่กาบเชิง จ.สุรินทร์ บุกฐานทหาร โรงเรียน

19.20 น. นางสาววิมลรัตน์ ธรรมเจริญ หน.ชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันช้างป่า เขตรักษาพันสัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ร่วม 10 นาย ได้วางแผนเตรียมเข้าผลักดันช้างป่า จำนวน 3 ตัว ประกอบด้วย สีดอจิก อายุประมาณ 20 กว่าปี, สีดอน้อย หรือ สีดอเล็ก อายุประมาณ 19 ปี และสีดอสังข์ทอง อายุประมาณ 30 กว่าปี ที่เดินหากินเตลิดเข้ามายังพื้นที่หมู่บ้านตาเกาว์ใหม่ ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

หลังจากเมื่อคืนนี้ สีดอจิก ที่กำลังตกมัน และสีดอน้อย ได้พากันไปรื้อหาข้าวเปลือกกินที่โรงครัว ภายในโรงเรียนกาบเชิงวิทยาและฐานปฏิบัติการทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ รวมทั้งลงไปกินข้าวเปลือกที่กำลังตั้งท้องออกรวงและพืชเกษตรต่างๆ ของชาวบ้าน และเกรงว่าดึกๆช้างจะพากันเข้าไปหากินในหมู่บ้าน ซึ่งจะเกิดอันตรายกับประชาชนขึ้นได้ ซึ่งได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลและผลักดันช้างแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...