โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ซื้อ (Host)

INN News

อัพเดต 16 ต.ค. 2568 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2568 เวลา 09.32 น. • INN News

ข้อมูลภาพยนตร์

ชื่อเรื่อง: แม่ซื้อ (Host)

ประเภท: สยองขวัญ

นักแสดง: ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์, เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช, จั๊มพ์-พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ, เอ๋-นรินทร ณ บางช้าง, วี-วีรยา จาง, เนปจูน-ณัฏฐ์กฤตา พูนสุขวัฒนา, เฟม-ศณัฐชา จันทร์ชุม, ปานใจ ศิริสุวรรณ

ผู้กำกับ: ปกป้อง-ไพรัช คุ้มวัน

ครีเอเตอร์: วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

ผู้เขียนบท: ชาญชนะ หอมทรัพย์, อิสราภรณ์ คุณติสุข, ไพรัช คุ้มวัน

ผู้กำกับภาพ: บุณยนุช ไกรทอง

ผู้ออกแบบงานสร้าง: เต้ย จารุวาทีกุล

ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย: ชญานุช เสวกวัฒนา

ผู้ตัดต่อภาพยนตร์: วิศรุต ดีล้อม

ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบ: ชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล, ฤทธี โจเอล ศรีจันทร์วงศ์, วุฒิพล อธิพงศ์กิจ

ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร: พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา, สัณห์จุฑา วิชชาวุธ, สง่า ฉัตรชัยรุ่งเรือง, ชยานนท์ อุลิศ

ผู้อำนวยการสร้าง: ขจรชัย วชิรพิศุทธ์โศภิน, ไพรัช คุ้มวัน, พิพัฒน์ จอมเกาะ

กำหนดสตรีม: วันที่ 23 ตุลาคม 2568

ช่องทางการรับชม: สามารถรับชมได้ที่ Prime Video เท่านั้น

ภาพยนตร์ แม่ซื้อ (Host) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญผลงาน Amazon Original โดยเป็นครั้งแรกที่มีการนำเสนอตำนานความเชื่อไทยเกี่ยวกับ “ผีแม่ซื้อ” มาถ่ายทอดในรูปแบบภาพยนตร์ ผ่านการตีความและสร้างสรรค์ในมุมมองใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ทั้งหลอนและเข้าถึงอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างเข้มข้น ทั้งผู้ชมชาวไทยและผู้ชมทั่วโลก สัมผัสความสยองพร้อมกันบน Prime Video เท่านั้น

จากเรื่องราวเล่าขาน สู่ตำนานบทใหม่ที่คุณต้องสะพรึง

ครั้งแรกของการปลุกตำนานวิญญาณ “แม่ซื้อ” ผ่านการตีความสุดหลอน

ในบรรยากาศโรงเรียนดัดสันดานหญิง

เรื่องย่อ

“อิง” เด็กสาวร่างผอมบาง ถูกส่งมายังโรงเรียนดัดสันดานพินิจคุณ คุกหญิงล้วนบนเกาะห่างไกล ที่นี่มีกฎเพียงอย่างเดียวคือทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น อิงตกเป็นเป้าเล่นงานจากหัวโจกของเหล่าเด็กสาว หลังจากที่มาถึงโรงเรียนได้ไม่นาน เหตุการณ์น่าหวาดกลัวก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอิงต้องเผชิญหน้ากับคำถามอันน่าสะพรึง ว่าแท้จริงแล้ว เธอเป็นเพียงเหยื่อของสิ่งเหนือธรรมชาติ หรือว่าเธอเองคือที่มาของมันกันแน่?

ตัวละคร

อิง (รับบทโดย ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์)

เด็กสาวร่างผอมบางที่เพิ่งถูกส่งมายังโรงเรียนดัดสันดานพินิจคุณ อิงตกเป็นเป้าเล่นงานจาก เอม หัวโจกของเหล่าเด็กสาว เธอเป็นคนเก็บตัวและมักไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และนั่นทำให้อิงดูเป็นตัวประหลาดในสายตาคนอื่น เธอไม่เคยเข้าใจว่าที่ผ่านมาทำไมชีวิตของเธอถึงดึงดูดให้มีคนเข้ามาทำร้ายเธออยู่เสมอ ปิ่นคือคนเดียวที่อิงพอจะวางใจได้และเป็นเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

แม่ซื้อคือหนังสยองขวัญเรื่องแรก และเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของใบปอจากบทบาทสาวมัธยมน่ารักสดใสและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ครั้งนี้เธอต้องรับบทเป็นตัวละครที่มีมิติความคิดที่ซับซ้อน เป็นผู้ถูกกระทำ และที่สำคัญคือไร้ซึ่งรอยยิ้มอย่างที่เคยได้เห็นในผลงานเรื่องก่อน ๆ

“ใบปอรู้สึกว่าแม่ซื้อเป็นเรื่องที่ยากมากๆ เรื่องหนึ่งเลยค่ะ รู้สึกว่ามันเป็นโลกใหม่มากๆ ตัวคาแรกเตอร์อิงขวัญเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการและเติบโตเป็นอย่างมากระหว่างที่เรื่องราวดำเนินไป ทำให้ใบปอค่อนข้างที่จะทำการบ้านตัวละครนี้อย่างหนักเลย อิงขวัญถ่ายทอดความซับซ้อนของมนุษย์ และเป็นตัวละครที่มีเลเยอร์เยอะมากๆ ภายนอกอิงขวัญอาจจะดูนิ่ง แต่ข้างในเต็มไปด้วยความรู้สึกหลายอย่าง มันจึงเป็นสิ่งที่ยากและท้าทายสำหรับใบปอที่จะถ่ายทอดภายนอกที่ดูนิ่ง แต่สามารถสื่อสารสิ่งที่อยู่ข้างในให้คนดูรับรู้ได้

การกลับมาทำการบ้านกับตัวละคร ทำให้เราเข้าใจตัวละครขึ้น อิงขวัญสอนอะไรใบปอเยอะมากๆ เขาสอนให้หนูรู้ว่าการเป็นมนุษย์คนหนึ่ง มันมีหลากหลายปัจจัยมากๆ ที่ทำให้เขาแสดงออกและตัดสินใจในแต่ละเหตุการณ์ มันมาจากอดีตของเขาทั้งที่อยากจะลืมและก็ยากจะลืม อิงขวัญเป็นตัวละครที่สมเหตุสมผลมากๆ

อีกจุดหนึ่งที่ทำให้หนูรู้สึกประทับใจมากกับการถ่ายทำเรื่องแม่ซื้อ คือหนูได้มีโอกาสลองทำอะไรหลายอย่าง ที่อาจจะดูยากแต่สนุกมาก เพราะเรื่องนี้หนูได้ลองครบเลย ทั้ง สัตว์ เด็ก เอฟเฟ็กต์ สลิง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน และอีกอย่างที่ได้ลองทำครั้งแรกคือการฝึกพูดภาษาเหนือด้วยค่ะ

การที่ใบปอได้มาเล่นเรื่องนี้ ทำให้ใบปอรู้ว่าเรารักและพร้อมจะเต็มที่กับอาชีพการแสดงจริงๆ เพราะว่าทุกครั้งที่หนูทำการบ้านตัวละคร หนูจะพยายามศึกษาตัวละครนี้ให้ละเอียดมากที่สุด และเมื่อถึงเวลาถ่ายทำแล้วเราสามารถแสดงออกมาได้ตามที่เราคิดไว้ หรือเวลาที่พี่ปกป้อง (ผู้กำกับ) เขาโอเค ให้ผ่าน หนูจะมีความสุขและฟินมากๆ เรื่องแม่ซื้อเป็นการแสดงที่หนูทุ่มเทมากๆ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และหนูภูมิใจกับตัวละครอิงขวัญมากค่ะ”

เอม (รับบทโดย เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช)

หัวหน้านักเรียน ผู้รับหน้าที่เป็นมือขวาของครูปริศนา เอมมีความเป็นผู้นำและรักพวกพ้อง เธอคือผู้ควบคุมกฎในโรงเรียน ไม่ให้ใครหน้าไหนกล้ากระด้างกระเดื่อง พร้อมจะทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเธอเองไม่ถูกครูปริศนาลงโทษ สิ่งเดียวที่เอมเรียนรู้และเลียนแบบจากครูปริศนา คือการใช้อำนาจในมือทำร้าย ลงโทษ และข่มขู่คนอื่นให้กลัว เพื่อที่จะควบคุมพวกเขาได้

แม่ซื้อ คือหนังผีเรื่องแรกที่ เพิร์ธ ได้ทำการถ่ายทำเอาไว้ก่อน ATTACK13 ซึ่งการได้รับบทนำในหนังสยองขวัญนั้นคือหนึ่งในสิ่งที่เพิร์ธฝันอยากจะทำมาตลอด ด้วยความที่เธอเป็นคนกลัวผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การแสดงในภาพยนตร์สยองขวัญจึงเป็นความท้าทายที่ตัวเธอเองก็อยากรู้ว่าเธอจะสามารถทำออกมาได้ดีแค่ไหน

“ตอนติดต่อให้มาแคสต์ ความรู้สึกแรกคือตื่นเต้นมากๆ ค่ะ เพราะเพิร์ธเป็นคนชอบดูหนังผี คือกลัวด้วย แต่เป็นคนชอบเรื่องราวอะไรประมาณนี้ ชอบฟัง ชอบดู แล้วก็รู้สึกว่าเรายังไม่เคยลองเลย ก่อนหน้านี้พอมีใครถามเพิร์ธว่า คิดว่าในอนาคตอยากทำอะไรในสายงานนี้ เพิร์ธก็ตอบไปตอบไปตลอดค่ะ ว่าอยากเล่นภาพยนตร์ค่ะ อยากเล่นภาพยนตร์ผี เพราะเพิร์ธกลัว ก็เลยอยากลองทำสิ่งนั้นว่าเพิร์ธจะสามารถทำมันได้แค่ไหน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เพิร์ธมีโอกาสได้ทำอะไรหลายๆ อย่างที่เพิร์ธไม่เคยทำ เพิร์ธตั้งใจและพยายามถ่ายทอดตัวละครเอม ให้ออกมาดีที่สุดตามแบบที่เราตั้งใจไว้ บทเอมยากมากสำหรับเพิร์ธ เพราะตัวละครมีความห่างจากตัวเพิร์ธมาก ทั้งคำพูด การแสดงออก หรือวิธีคิดต่างๆ

ตอนที่อ่านบทและวิเคราะห์ตัวละคร เพิร์ธรู้สึกว่าเอมเป็นคนกล้าแสดงออก กล้าทำ กล้าควบคุมคนอื่น เป็นคนมั่นๆ แล้วเรารู้สึกว่าสิ่งนั้นมันแสดงออกมายากมาก เพิร์ธอยากให้รู้สึกว่า เอมเป็นคนแบบนี้จริงๆ ไม่ใช่การพยายามจะเป็น ตอนแสดงเป็นเอม เพิร์ธพยายามจะเปลี่ยนน้ำเสียงตัวเองเวลาพูด พยายามจะใช้น้ำเสียงที่ต่ำลง ทุ้มลง เพื่อให้ดูเป็นคนหนักแน่น มีความน่าเกรงขาม เพื่อจะเป็นเอมให้สมบูรณ์ที่สุดค่ะ”

ปิ่น (รับบทโดย จั๊มพ์-พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ)

เด็กหนุ่มกำพร้าที่เติบโตมากับเรือ อยู่กับทะเลมาทั้งชีวิต ปิ่นเป็นคนใสซื่อ อ่อนโยน ดูไม่มีพิษภัย รักความถูกต้อง รักอิสระ เอาชีวิตรอดได้ด้วยตัวคนเดียว ทำให้เขาดูเป็นที่พึ่งของทุกคน ปิ่นเป็นหนุ่มที่ดูโตกว่าคนวัยเดียวกัน ตรงไปตรงมาตามแบบลูกชาวเล เขาคือความหวังเดียวที่น่าจะพาอิงหนีออกจากเกาะได้ ก่อนที่เอมจะเปลี่ยนโรงเรียนนี้ให้เป็นนรกสำหรับเธอ

นี่คือการกลับมารับบทในหนังสยองขวัญอีกครั้งของจั๊มพ์ ที่ครั้งนี้มีความพิเศษขึ้น เมื่อการมาของปิ่นจะส่งผลกับตัวละครตัวอื่นในเรื่อง รวมไปถึงลักษณะตัวละครมีความแตกต่างกับตัวตนของจั๊มพ์อยู่พอสมควร นั่นทำให้เขาทำการบ้านตัวละครด้วยการลงไปศึกษาชีวิตของชาวประมงจริง ๆ

“พอผมอ่านบทแล้ว ผมรู้สึกเลยว่าต้องทำการบ้านกับตัวละครนี้เป็นพิเศษ นอกจากพื้นฐานตัวละครที่มีความห่างไกลกับตัวผมแล้ว ตัวละครปิ่นยังมีทักษะต่างๆที่เขาทำได้อย่างเชี่ยวชาญ ทั้งการซ่อมเรือและซ่อมแซมของใช้ต่างๆ ผมอยากเป็นปิ่นให้ได้ใกล้เคียงและเนียนที่สุด เลยพยายามไปศึกษาว่าชาวประมงเขาใช้ชีวิตอย่างไร มีไปพูดคุยกับเขา สอบถามเรื่องต่างๆ สังเกตบุคลิก วิธีการทำงาน เพื่อให้เรามีภาพของชาวประมงจริงๆ

ที่ผมตั้งใจกับบทปิ่นมากๆ เพราะการปรากฏตัวของปิ่นในเรื่อง จะมีผลต่อเรื่องราวโดยรวมทั้งหมด ปิ่นก้าวเข้ามาในสถานที่และสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นผู้ชายคนเดียวในโรงเรียนหญิงล้วน ซึ่งผมอยากให้ผู้ชมคอยติดตามว่าผู้ชายคนนี้เข้ามาทำอะไรที่นี่และอยู่ตรงไหนในสมการเรื่องราวทั้งหมด”

ครูปริศนา (รับบทโดย เอ๋-นรินทร ณ บางช้าง)

ครูผู้คอยควบคุมนักเรียนในโรงเรียนให้อยู่ในระเบียบวินัย เธอเป็นคนเข้มงวด แม้ภายนอกเธอจะรักนักเรียนทุกคนเหมือนลูก แต่แท้จริงแล้วเธอเป็นพวกชอบบงการความคิดคนอื่น ด้วยความเชื่อว่าเด็กทุกคนควรอยู่ในกรอบที่ตัวเธอเองเชื่อเท่านั้น และนั่นให้เธอยอมทำทุกทางเพื่อหล่อหลอมให้เด็กเป็นแบบเดียวกันกับแนวคิดของตัวเอง

มะปราง (รับบทโดย วี-วีรยา จาง)

เพื่อนสนิทของเอมที่คอยทำหน้าที่เป็นแขนขาให้เอมมาตลอด มะปรางมักจะใช้กำลังกดขี่ข่มเหงคนอื่น ซึ่งเธอเองก็ดูจะมีความสุขกับการได้กดขี่คนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เธอทำทุกอย่างเพื่อเอาใจเอมและครูปริศนา เพราะเชื่อว่าเอมคือคนโปรดของครู และเอมคือคนที่น่าจะได้พ้นโทษออกไปจากโรงเรียนดันสันดานนี้ก่อนใคร และเมื่อวันนั้นมาถึง เธอจะได้ขึ้นมากุมอำนาจแทนที่เอม

นุช (รับบทโดย เนปจูน-ณัฏฐ์กฤตา พูนสุขวัฒนา)

เด็กสาวขี้สงสัย ช่างสังเกต และจอมปั่นประสาท ถ้ามะปรางเป็นแขนขาของเอม นุชก็เป็นเสมือนหูและปากของเธอ นุชมักจะพูดจาปั่นประสาทบรรดาเด็กใหม่เพื่อสร้างความหวาดกลัว ซึ่งนั่นจะช่วยให้เอมและมะปรางควบคุมพวกเด็กใหม่ได้ง่ายๆ เธอเป็นพวกชอบถากถางคนอื่นด้วยคำพูด และคอยยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดเรื่อง

พลอย (รับบทโดย เฟม-ศณัฐชา จันทร์ชุม)

เด็กสาวชาวเหนือที่มีพื้นเพคล้ายอิง ทำให้ท่ามกลางเด็กสาวที่กลั่นแกล้งอิงสารพัดสารเพ พลอยเป็นคนเดียวที่ไม่รังแกอิง แต่ถึงอย่างนั้นเธอเองก็ไม่กล้าพอที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยอิงเช่นกัน พลอยคือเพื่อนคนเดียวเท่านั้นที่กล้ามาผูกมิตรกับอิง เพราะพลอยเองก็เป็นเหยื่อของพวกเอมมาตลอดเช่นกัน

ผีแม่ซื้อคืออะไร

“คุยกับแม่ซื้อเหรอ?” คำพูดหยอกล้อที่ใครหลายคนอาจเคยได้ยินจนติดหูเรื่อยมาเวลาเห็นเพื่อนหรือใครก็ตามพูดคนเดียว แต่ด้วยยุคสมัยและกาลเวลาที่เปลี่ยนไปทำให้ตัวตนหรือแม่ซื้อกลายเป็นสิ่งที่เลือนรางจนบางคนอาจลืม จำไม่ได้ หรือแม้แต่ไม่รู้แล้วว่า แม่ซื้อคืออะไรกันแน่

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ให้ความหมายของแม่ซื้อเอาไว้ว่า “เทวดาที่คอยดูแลคุ้มครองเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 12 ขวบ ตามความเชื่อของคนไทยสมัยก่อน ที่เชื่อว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาต้องมีแม่ซื้อประจำวันเกิดคอยดูแล ความเชื่อนี้มีอยู่ทุกภาค ซึ่งทางภาคเหนือและภาคกลาง แม่ซื้อจะมีชื่อและรูปร่างต่างกันไปในแต่ละวัน”

แม่ซื้อ เป็นความเชื่อที่อยู่กับคนไทยมาอย่างนาวนาน และจากความเชื่อนั้นเองทำให้ ปกป้อง-ไพรัช คุ้มวันผู้กำกับของเรื่องได้ลองค้นคว้า หาข้อมูล และนำเรื่องราวเหล่านั้นมาพลิกและเปลี่ยนมุมมอง เป็นเรื่องราวแม่ซื้อที่แตกต่าง ผ่านการตั้งคำถามที่ว่า “จะเกิดอะไรขึ้นหากเทวดาที่คอยคุ้มครองดูแลเด็กพลิกผันมาเป็นผีที่ทำร้ายเด็กเสียเอง” และพัฒนาจนกลายมาเป็นโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่อง “แม่ซื้อ”

“ทุกภาคในประเทศไทยจะมีความเชื่อเรื่องตำนานแม่ซื้อ ทั้งเหนือ ใต้ กลาง อีสาน แต่ว่าความพิเศษคือแต่ละที่เขาจะมีรูปลักษณ์ มีหน้าตาแตกต่างกัน อย่างบางภาคจะมีหน้าตาเป็นสัตว์ไปเลย เป็นวัว เป็นม้า เราเลยพยายามค้นคว้าหาข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อนำมาพัฒนาเป็นบท เราต้องเลือกว่าจะนำเสนอแม่ซื้อในหนังของเราออกมาอย่างไร เพราะส่วนใหญ่คนจะเคยได้ยินชื่อแม่ซื้อ แต่อาจจะไม่เคยคิดวาดภาพว่าแม่ซื้อควรจะมีหน้าตาหรือลักษณะแบบไหน ก็เป็นช่องว่างให้เราเติมแต่งและสร้างตำนานฉบับนี้ขึ้นมาให้ Original ได้

นอกจากการค้นหาข้อมูลจากเอกสารต่างๆ เรายังได้ไปสัมภาษณ์พูดคุย รวมถึงได้ฟังเรื่องเล่าของหลายๆ คน รวมถึงที่คุณแม่ของผมเองเล่าให้ฟังด้วย แม่เคยเล่าว่าตอนเป็นเด็กผมเคยตกจากชั้นสองลงมา เคยตกจากลังผลไม้ แต่ว่าโชคดี ไม่เป็นอะไร ซึ่งมันเป็นอะไรที่หาเหตุผลไม่ได้ ว่าทำไมถึงตกลงมาแล้วไม่เป็นอะไร - ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับ

จากต้นทางความคิดเกี่ยวกับแม่ซื้อที่ได้มา ปกป้อง ผู้กำกับ ได้นำโปรเจกต์นี้ไปปรึกษาและพัฒนาต่อกับ แป๊ป-ชาญชนะ หอมทรัพย์ทีมเขียนบทที่เคยร่วมงานกันมาก่อนในภาพยนตร์ สยามสแควร์ และซีรีส์ Get Rich เปิด/โรงเรียน/ปล้น ซึ่งแป๊ปได้ทำการศึกษาข้อมูลจากกรมศิลปกรและที่วัดโพธิ์ เพื่อเนรมิต ผีแม่ซื้อ ให้มีมิติ และภาพที่ชัดเจนมากขึ้น

“ตอนแรกเรามองหาผีที่เป็น IP (Interlectual Properties) ของไทย ที่เรารู้สึกว่ามันแข็งแรงทั้งต่อผู้ชมในไทยและต่างประเทศ เราพยายามเล่าเรื่องผีไทยให้แตกต่างไปจากเดิมที่เคยมีมา เราก็เลยหาผีที่มีลักษณะกึ่งผี กึ่งปีศาจ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่วิญญาณ แล้วจากที่ผมค้นหามา ผีแม่ซื้อมีความใกล้เคียงกับ Guardian Angels ของทางตะวันตก ที่เขาเชื่อว่าเด็กๆ จะมีเทวดาอารักษ์อยู่ ซึ่งความใกล้เคียงนี้น่าจะทำให้แม่ซื้อสามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมทั่วโลกได้“ - ชาญชนะ หอมทรัพย์ ทีมเขียนบทภาพยนตร์

คุณยาย สัตว์ เจ้าแม่ ภาพลักษณ์จากจินตนาการของผู้สร้างแม่ซื้อ

จากบันทึกในเอกสาร และข้อมูลที่ทางผู้กำกับและผู้เขียนบทได้ทำการศึกษาข้อมูลมาเผยว่า ภาพลักษณ์ หรือหน้าตาของแม่ซื้อนั้นไม่ได้มีความตายตัว หรือมีลักษณะที่เฉพาะเจาะจง เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นจะมีความเชื่อในด้านภาพลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป

“เราเลือกนำเสนอผีแม่ซื้อ โดยอิงจากความเชื่อของภาคเหนือ ซึ่งเชื่อมโยงกับความเชื่อของชาติพันธุ์รวมไปถึงความเชื่อเรื่องนัตของพม่าด้วย ก่อนจะมาสรุปที่ตรงนี้เราลองมาหลายแบบเหมือนกัน ทั้งดีไซน์ที่เป็นหัวสัตว์ตามความเชื่อของบางภาค แล้วเรารู้สึกว่ามันดูเป็นหนังฝรั่งเกินไป และการอิงจากภาคเหนือมันสอดคล้องไปกับเนื้อเรื่องและตัวละครในหนังด้วย” - ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับ

“เรารู้สึกว่าแม่ซื้อจะน่ากลัวมากๆ ถ้าเขามีลักษณะที่เหมือนจะเป็นคนแต่ไม่ใช่คน“ - ชาญชนะ หอมทรัพย์ ทีมเขียนบทภาพยนตร์

หลังจากที่ได้ทิศทางที่ต้องการในการนำเสนอผีแม่ซื้อแล้ว ปกป้อง ก็ได้นำไอเดียที่มีไปพูดคุยกับ เต้ย จารุวาทีกุล ผู้ออกแบบงานสร้าง และ มาย-ชญานุช เสวกวัฒนา ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายของภาพยนตร์ เพื่อรังสรรค์ให้ภาพร่างของผีแม่ซื้อที่มีอยู่นั้นออกมามีตัวตนขึ้นจริง และสร้างความผวาในโลกภาพยนตร์

“ตอนแรกคุยกับปกป้อง แล้วเขาเอาภาพร่างของผีที่เคยทำเอาไว้มาให้ดู เป็นผีผู้หญิงแก่ๆ นมยาน หน้าเหี่ยว ดูน่ากลัว ซึ่งผมก็รู้สึกว่ามันอาจจะเคยเห็นกันบ่อยแล้ว ผมเลยเสนอปกป้องไปว่า ถ้าเราตีความผีแม่ซื้อในแบบที่ว่า ถ้าผีแม่ซื้อคือของเล่นเด็กล่ะ? ผมก็ลองตีความไปว่า สมมุติให้เป็นตุ๊กตาโบราณสมัยก่อน แล้วก็เอาไปผสมเข้ากับคนแก่ที่จะมาเลี้ยงเด็ก บวกกับปกป้องโยนไอเดียเรื่องรูปปูนปั้นเจ้าแม่ซึ่งเขาไปเจอมาจากวัดทางภาคเหนือมาด้วย จากนั้นผมก็เลยลองไปหาข้อมูลหน้ากากต่างๆ กับตุ๊กตาโบราณ แล้วก็ลองเอาทั้งสองอย่างมาผสมกัน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากหุ่นกระบอกไทยโบราณ ผสมผสานกับศิลปะของภาคเหนือ และของทางอินโดนีเซีย เลยออกมาเป็นผีแม่ซื้อแบบที่เราจะได้เห็นในภาพยนตร์ครับ“ - เต้ย จารุวาทีกุล ผู้ออกแบบงานสร้าง

“มายเอาแรงบันดาลใจมาจากจิตรกรรมฝาผนังในวัดค่ะ ส่วนใหญ่เอาหลายๆ ที่มาประกอบกัน แล้วตีความในแบบของเรา” - ชญานุช เสวกวัฒนา ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย

‘3 วันลูกผี 4 วันลูกคน’ พิธีกรรมตัดแม่ซื้อที่ยังมีอยู่จริง

จากภาพแรกที่มีอยู่ในหัวของผู้กำกับและคนเขียนบท พิธีตัดแม่ซื้อคืออีกหนึ่งฉากที่น่าสนใจในภาพยนตร์

“พิธีตัดแม่ซื้อมีอยู่จริงครับ แม้แต่ในยุคสมัยนี้ก็ยังมีอยู่ ซึ่งแต่ละท้องที่จะมีวิธีการในการทำพิธีกรรมไม่เหมือนกัน แตกต่างไปตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น สำหรับในหนังเราได้คิดวิธีการและบทสวดพิธีกรรมตัดแม่ซื้อขึ้นมาใหม่ ไม่ได้อิงตามที่ไหนแบบเป๊ะๆ เราได้ คุณจำปา แสนพรม ที่รับบทเป็นหมอผีในเรื่อง มาช่วยออกแบบบทสวดบางส่วนให้ด้วย ซึ่งจะเป็นบทสวดที่สร้างขึ้นใหม่ ไม่อิงกับพิธีกรรมอะไรที่มีมาก่อนเลย ตัวจริงของคุณจำปาเป็นศิลปินพื้นบ้านที่เชียงราย เขาจะมีความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมท้องถิ่นของภาคเหนือค่อนข้างเยอะ” - ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับ

เปิดรั้วโรงเรียนดัดสันดานพินิจคุณ

หนึ่งในเงื่อนไขที่น่าสนใจของภาพยนตร์แม่ซื้อ คือสถานที่เกิดเหตุการณ์ในเรื่อง ที่เป็นโรงเรียนดัดสันดานหญิงล้วนที่ตั้งอยู่บนเกาะอันห่างไกลและโดดเดี่ยว

“ในประเทศไทยเคยมีคุกอยู่บนเกาะจริงๆ ที่เกาะตะรุเตาและเกาะเต่าครับ เป็นนักโทษคดีการเมืองในสมัยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ส่วนในหนังแม่ซื้อเราเลือกถ่ายทอดเป็นโรงเรียนดัดสันดานหญิงล้วน เหมือนเอาคุกมาผสมกับโรงเรียนกินนอนสอนวิชาชีพ เพราะเรารู้สึกว่าเป็น World Building ที่แปลกปะหลาดดีเวลาผู้หญิงอยู่ด้วยกันมันจะมีพลังบางอย่างที่รุนแรงมากๆ อยู่ข้างใน“ - ชาญชนะ หอมทรัพย์ ทีมเขียนบทภาพยนตร์

“ที่เราให้เรื่องราวเกิดขึ้นบนเกาะห่างไกล เพราะเราอยากได้ภาพที่ดูเคว้งคว้าง ไม่รู้จะเอาตัวรอดอย่างไร เป็นสถานที่ที่เข้าถึงได้ยากและในขณะเดียวกันก็ยากต่อการหลบหนี รวมถึงมีบรรยากาศที่น่ากลัว นอกจากนี้สถานการณ์ในโรงเรียนดัดสันดานพินิจคุณ จะนำเสนอให้เห็นการกดทับของอำนาจที่สอดแทรกไว้ด้วย” - ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับ

“เราพยายามสร้างโลกที่เป็นพื้นที่ของตัวละครที่เต็มไปด้วยผู้หญิง อย่างโครงสร้างของสถาปัตยกรรมต่างๆ เราพยายามเลือกลักษณะที่มีความโค้ง ความมน แทรกเข้าไปในรายละเอียดของงานสร้าง เพื่อช่วยเพิ่มความรู้สึกเฟมินีน (feminine) แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างบรรยากาศให้ดูลึกลับ ไม่น่าไว้วางใจ ตามอารมณ์ของเรื่อง เราประยุกต์ใช้งานออกแบบจากหลากหลายยุคมาเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อสร้างโลกเฉพาะตัวของโรงเรียนดัดสันดานในเรื่องขึ้นมา” - เต้ย จารุวาทีกุล ผู้ออกแบบงานสร้าง

สีชมพู ความหม่นหมอง ที่ซุกซ่อนอยู่ในเครื่องแต่งกาย

การออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่สร้างให้โรงเรียนดัดสันดานพินิจคุณดูสมจริงขึ้นมา และยังสื่อความหมายบางอย่าง สีชมพูเป็นสีที่ถูกเลือกมาใช้ แต่จะเป็นสีชมพูที่แตกต่างจากภาพจำของสีชมพูทั่วไป การออกแบบชุดนักเรียนและเครื่องแต่งกายต่างๆ ในเรื่องนับเป็นความท้าทายสำหรับ มาย-ชญานุช เสวกวัฒนา

“เราผ่านการทำชุดนักเรียนมาบ่อยมาก แต่อยากให้เรื่องแม่ซื้อมีชุดนักเรียนที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ มันเลยเป็นจุดที่ท้าทาย เพราะถ้าเราออกแบบให้แตกต่างและแปลกมากเกินไป ก็อาจจะดูไม่ออกว่ามันคือชุดนักเรียน อีกโจทย์คือที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนธรรมดาทั่วไป แต่คือโรงเรียนดัดสันดาน เราเลยรู้สึกว่ามันจะมีกฎระเบียบที่เข้มงวด ที่ส่งผลออกมาถึงเสื้อผ้าที่นักเรียนจะต้องใส่ รวมไปถึงทรงผมใดๆที่นักเรียนสามารถทำได้

ตอนแรกเราอยากให้นักเรียนทุกคนตัดผมให้เท่ากันหมดเลย แต่ด้วยเงื่อนไขต่างๆเราไม่สามารถทำได้ เลยปรับนิดนึงว่าคนที่ผมยาวจะต้องรวบผมทุกคน เวลาที่จะปล่อยผมได้คือเวลากลางคืนช่วงเวลาที่จะนอนเท่านั้น

อีกอย่างคือการที่เป็นโรงเรียนดัดสันดาน ในอีกแง่มันคือคุก เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าจะต้องไม่มีรายละเอียดอะไรมากมาย เน้นสวมใส่ง่าย ดูแลง่าย เราเลยพัฒนาให้เป็นเสื้อแนวกะลาสี เพราะโรงเรียนก็อยู่บนเกาะด้วย เราเลยได้แรงบันดาลใจให้ดีไซน์ออกมาลักษณะนี้ ส่วนสีที่เลือกเป็นสีชมพู อย่างหนึ่งสีชมพูจะหมายถึงความเป็นผู้หญิง แต่ชมพูที่เราเลือกใช้ จะไม่ใช่ความอ่อนหวาน ความสดใส แต่จะเป็นสีชมพูโทนหม่นๆตุ่นๆ ให้ความรู้สึกของกลุ่มเด็กผู้หญิงที่อยู่รวมกัน แบบไร้ทางออก ต้องพยายามหาทางเอาตัวรอดในที่ปิดแห่งนี้” - ชญานุช เสวกวัฒนา ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย

ไม่เพียงแค่ชุดนักเรียนเท่านั้นที่ออกแบบโดยคำนึงถึงเรื่องของการเป็นเด็กในโรงเรียนดัดสันดาน ตัวละครอื่นอย่างครูปริศนาที่มีความเจ้าระเบียบ ก็มีการออกแบบให้มีกลิ่นอายแบบทหาร หรือแม้แต่การเลือกให้ตัวละครปิ่นใส่เสื้อสีฟ้าก็เป็นการถ่ายทอดถึงความสดใสที่เข้ามาแต่งแต้ม ให้กับโลกที่แสนมืดหม่นในรั้วโรงเรียนดันสันดานพินิจคุณด้วยเช่นกัน

ความน่ากลัวแบบไม่เน้นโฉ่งฉ่างแต่สร้างความหลอนลึกสู่จิตใจ

ความตั้งใจหลักของผู้กำกับและทีมเขียนบท คือการทำแม่ซื้อให้เป็นหนังสยองขวัญที่ไม่ได้มีจังหวะที่โฉ่งฉ่าง (Jump Scare) หากแต่เป็นการทำหนังที่เน้นสร้างความหลอนลึกในจิตใจของคนดู

เมื่อแม่ซื้อไม่ใช่หนังผีที่เน้นไปที่ความโฉ่งฉ่าง นอกจากงานสร้างที่ต้องเสริมบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจและชวนขนลุกแล้ว อีกสองสิ่งที่ช่วยให้แม่ซื้อมีความโดดเด่นและเพิ่มความหลอนลึกให้กับคนดูยิ่งขึ้น คืองานภาพและดนตรีประกอบ

“พอแม่ซื้อเป็นหนังผี ที่ไม่ได้เน้นความน่ากลัวให้คนดูตกใจแบบ Jump Scare ก็เลยรู้สึกว่ามันยาก เราต้องเลือกมุมภาพ จังหวะของกล้อง ที่มันเหมาะกับสถานการณ์นั้นๆ ในเรื่อง โดยคำนึงถึงอารมณ์ที่อยากให้คนดูรู้สึก อีกอย่างที่ยาก คือเราต้องไม่พยายามเกินไปที่จะให้มันดูน่ากลัว เลยค่อนข้างวางแผนการทำงานไปล่วงหน้าได้ยาก เนื่องจากต้องดูตามสถานการณ์หน้างานเลย ว่าควรจะถ่ายทอดออกมาอย่างไรและใช้วิธีไหน แต่ที่ช่วยในการทำงานได้ดี คือพูดคุยสื่อสารกับพี่ป้อง ผู้กำกับ เยอะๆ ค่ะ

ผลงานที่ผ่านมาของเราส่วนใหญ่จะเป็นงานภาพที่ให้ความรู้สึกหม่นๆ แต่ละเมียดละไม ถึงแม้แม่ซื้อจะเป็นหนังผี แต่มันมีงานภาพที่ให้อารมณ์เช่นเดียวกับงานที่ผ่านมาของเราเหมือนกัน มันจะไม่หวือหวา แต่จะค่อยๆ สร้างอารมณ์ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด - บุณยนุช ไกรทอง ผู้กำกับภาพ

ขณะที่ดนตรีประกอบจะเลือกใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านเป็นหลักในการสร้างสรรค์บทเพลงและและดนตรีขึ้นมา โดยจะใช้เมโลดี้น้อยๆ เพื่อสร้างความน่ากลัวและทำให้คนดูเกิดความสงสัย ไปจนถึงตั้งคำถามกับบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจ

“ในเรื่องนี้เราพยายามไม่ใช้ซินธิไซเซอร์ หรือพวกเสียงดนตรีสังเคราะห์ต่างๆ ถ้าจะมีเข้ามาก็จะแบบเบาบางมาก เราค่อนข้างใช้เอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีไทยซะเยอะ แต่จะไม่ได้ใช้เฉพาะเสียงของเครื่องดนตรีนั้นจากการเล่นในรูปแบบปกติ แต่จะลองในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การใช้ตัวสายของซอให้เกิดเสียงเอฟเฟ็กต์ต่างๆ เพื่อให้ได้อารมณ์ของเสียงที่เราต้องการ คือ มีความหลอน มีความน่าสงสัย ชวนให้ตั้งคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น” - วุฒิพล อธิพงศ์กิจ ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบ

“ความตั้งใจของผู้กำกับคือไม่ให้หนังมันโฉ่ฉ่างเกินไป แต่ก็มีจังหวะให้กระตุกเป็นระยะ ให้เพลงกับภาพช่วยให้มันน่ากลัว สำหรับดนตรีประกอบ ที่มาของทำนองหลัก ผมได้แรงบันดาลใจมาจากบทสวดของพระทางภาคเหนือ คือการสวดของพระแต่ละท้องถิ่นก็จะมีความแตกต่างกันไป ผมเลือกใช้ท่วงทำนองและโทนของภาคเหนือ เพราะตัวละครหลักในเรื่องก็มีความเกี่ยวข้องกับภาคเหนือ แต่เรานำมาปรับให้มีความหม่นไปตามอารมณ์และบรรยากาศของเรื่อง

ผมรู้สึกว่านี่คือหนังผีแนว Folk Horror ที่ใช้เครื่องดนตรีไทย นำเสนอในสไตล์สากล” - ชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบ

…ไม่ได้ให้กำเนิด แต่อยู่จนวันตาย…

ภาพยนตร์ แม่ซื้อ (Host) พร้อมพาคุณสัมผัสประสบการณ์ความหลอน

23 ตุลาคม นี้ ที่ Prime Video เท่านั้น

#แม่ซื้อ

#HostOnPrime
#PrimeVideoTH

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...