โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คิง เดอะวอยซ์” ป่วยสโตรก แพทย์เตือน! เวียนหัวแบบไหนคือสัญญาณอันตราย

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 20.48 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 03.47 น.

หลายคนคงได้ยินข่าวว่า “คิง เดอะวอยซ์” ล้มป่วยด้วยโรคสโตรก หรือโรคหลอดเลือดสมอง โดยภรรยาเล่าว่าช่วงแรก ๆ เจ้าตัวมีอาการ “เดินเซ เวียนหัว และหมดสติ” ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า แล้วอาการเวียนหัว เดินเซ ที่เราพบเจอบ้างในชีวิตประจำวัน เป็นสัญญาณอันตรายของ Stroke หรือเป็นเพียงภาวะ “น้ำในหูไม่เท่ากัน” ที่ไม่ร้ายแรงกันแน่?

นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา คุณหมออารมณ์ดีเจ้าของเพจ "หมอเจด" ออกมาเตือน เวียนหัวแบบไหนคือสัญญาณอันตราย การแยกความแตกต่างเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากเข้าใจผิดหรือปล่อยปละละเลย อาจทำให้การรักษาล่าช้าและเสี่ยงต่อการสูญเสียการทำงานของร่างกายอย่างถาวรได้ ไปดูวิธีสังเกตอาการเบื้องต้นว่าแบบไหนเข้าข่ายสโตรกที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที และแบบไหนเป็นเพียงภาวะน้ำในหูไม่เท่ากันที่ไม่อันตรายร้ายแรง เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันและป้องกันได้อย่างถูกวิธี

1. สโตรกคืออะไร ทำไมมันน่ากลัวกว่าเยอะ

สโตรกหรือที่หลายคนเรียก “เส้นเลือดสมองแตก-ตีบ” จริง ๆ คือการที่สมอง ขาดเลือดเฉียบพลัน อาจจะเพราะเส้นเลือดตีบ ตัน หรือแตก ทำให้สมองขาดออกซิเจนแล้วเสียหายเร็วมากอาการของ Stroke มักจะไม่ได้มีแค่เวียนหัวอย่างเดียว แต่จะมาพร้อมอย่างอื่น เช่น

•ปากเบี้ยว หน้ายกไม่ขึ้น

•แขนขาอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น หรือชา

•พูดไม่ชัด พูดไม่ออก ฟังไม่เข้าใจ

•เกิดขึ้นแบบทันที อยู่ดี ๆ เป็นเลย

ที่สำคัญ บางคนถึงขั้น เดินไม่ได้จริง ๆ หรือหมดสติ แบบที่พี่คิงเจอเลยครับ

2. น้ำในหูไม่เท่ากัน จริงๆ มันคืออะไร

อันนี้หมอเรียกว่า เวียนศีรษะจากหูชั้นในผิดปกติ (Vertigo) หลัก ๆคือเวลาน้ำในหูเสียการทรงตัว จะทำให้รู้สึกเหมือนโลกหมุน ๆลักษณะเด่นๆ คือ

•เวียนหัว สัมพันธ์กับท่าทาง เช่น ลุก นั่ง หันหัว แล้วหมุนหนักขึ้น

•มักมีอาการหูอื้อ หรือได้ยินเสียงหึ่ง ๆ เสียงจิ้งหรีดในหู

•ไม่มีอาการปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด

•ส่วนใหญ่ไม่หมดสติ แต่จะทรงตัวยาก คลื่นไส้อาเจียนแทน

สรุปคือ ถ้าเวียนหัวอย่างเดียว แบบขึ้น ๆ ลง ๆ ตามท่าทาง → มักเป็นเรื่องของหูครับ ไม่ใช่ สโตรก

3. วิธีแยกง่าย ๆ แvs น้ำในหู

เวลามีอาการเวียนหัว เดินเซ ให้นึกถึงแบบนี้ครับ

•สโตรก → อาการมาเร็วปุ๊บเลย + มีอาการอื่นร่วม (ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด) + เดินไม่ได้/อาจหมดสติ

•น้ำในหูไม่เท่ากัน → เวียนหัวตามท่าทาง + มีอาการในหู (หูอื้อ เสียงดังในหู) + ไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรง/พูดไม่ชัด

พูดง่ายๆ คือ

• ถ้าเวียนหัวเฉย ๆ แล้วขยับหัวแล้วแย่ลง แต่ไม่มีแขนขาชา ปากเบี้ยว พูดไม่ออก = ส่วนใหญ่เป็นหู

• แต่ถ้าอยู่ดี ๆ หนักมากทันที + ร่างกายครึ่งซีกทำงานแปลกไป = ให้คิดถึง Stroke ก่อนเลย

4. สูตรจำง่าย ๆ “BE FAST”

ถ้าเจอแบบนี้ต้องนึกถึงสโตรกนะครับ

•B – Balance : เดินเซ ทรงตัวไม่ได้

•E – Eyes : มองมัว เห็นภาพซ้อน

•F – Face : หน้าตก มุมปากเบี้ยว

•A – Arm : แขนขาอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น

•S – Speech : พูดไม่ชัด พูดไม่ออก

•T – Time : รีบโทร 1669 ทันที

เพราะยิ่งรักษาเร็ว สมองเสียหายน้อย โอกาสกลับมาเป็นปกติก็มากขึ้น

5. สิ่งที่ทุกคนควรจำ

ถ้ามีอาหารเวียนหัว บ้านหมุน อย่าชะล่าใจ อย่ามองเป็นเรื่องเล็กนะยิ่งมี ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ร่วมด้วยคิดถึง สโตรกก่อนเสมออย่านั่งรอดูนาน ถ้าอาการไม่หายภายใน 5 นาที → โทร 1669 ทันที น้ำในหูไม่เท่ากันส่วนใหญ่ไม่ถึงชีวิต แต่สโตรกพลาดทีเดียวอาจพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้เลย ข่าวพี่คิง The Voice ทำให้หลายคนหันมาสนใจเรื่องสโตรกมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว การแยกสโตรกกับน้ำในหูไม่เท่ากันไม่ยากครับ

ถ้ารู้หลักสังเกตง่ายๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ถ้าไม่ชัวร์ อย่าเสี่ยงเดาเอง ให้รีบไปโรงพยาบาล เพราะในโรคสโตรกนี่ เวลา = สมอง สมองที่เสียไปแล้ว เอากลับคืนไม่ได้ครับ แล้วอีกอย่างนะไม่ว่าอาการไหนก็ควรไปหาหมอ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเป็นเรื่องใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...