โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เขาเขียวน้ำใส… คือยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน

China Media Group

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 09.10 น.

เขาเขียวน้ำใส… คือยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน

โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์

“เขาเขียวน้ำใส ก็คือภูเขาเงินภูเขาทอง” คนจีนทุกคนรู้จักคำพูดประโยคนี้ดี คนชาติอื่นที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับจีนก็รู้จักดีเช่นกัน มันคือ โวหารเปรียบเทียบที่แหลมคมของสีจิ้นผิง ที่ต้องการสื่อให้มนุษยชาติตระหนักว่า มนุษย์เราที่อยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมของธรรมชาติ มีหน้าที่ต้องถนอมรักษาสิ่งแวดล้อมรอบตัวทุกอย่างให้อยู่ในสภาพดี ไม่สร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติด้วยความมักง่ายหรือเห็นแก่ได้ หากไม่เช่นนั้นมนุษย์ก็จะถูกธรรมชาติลงโทษให้ได้รับหายนภัยหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ฤดูกาลต่างๆ ผิดเพี้ยนไปจากเดิมจนมนุษย์ควบคุมไม่ได้ ถ้าไม่ใช่น้ำท่วมหนัก ก็จะเป็นภัยแล้งจัด จนเกิดไฟไหม้ป่าหาทางดับไม่ได้อยู่เป็นเดือน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มนุษย์เราใน “ยุคนี้” เริ่มประจักษ์กับตัวเองแล้ว และหากไม่รีบแก้ไข จะทิ้งภาระหนักหน่วงให้กับคนรุ่นลูกรุ่นหลานให้ต้องประสบกับสภาวะเลวร้ายอย่างเดียวกัน กระทั่งหนักหน่วงกว่าที่เรากำลังประสบอยู่ก็ได้

สีจิ้นผิงเป็นผู้กล่าวโวหารเปรียบเทียบนี้มาตั้งแต่ปี 2005 ตอนนั้นท่านเป็นเลขาพรรคฯของมณฑลเจ้อเจียง หมู่บ้านอวี้ ขณะที่ วันหนึ่งไปสำรวจสภาพในพื้นที่ ก็ได้ยินมาว่า ทางหมู่บ้านเพิ่งสั่งปิดภูเขาเหมืองแร่ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม แล้วหันมาพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้สวยงามเพื่อดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาท่องเที่ยว สีจิ้นผิงรู้สึกทึ่งกับไอเดียของชาวบ้านเป็นอย่างมาก เขากล่าวกับประชาชนว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจจะต้องไม่แลกมาด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมโดยตัวของมันเองก็คือเศรษฐกิจ คือ พลังการผลิตที่ใช้ไม่รู้จักหมดในครั้งนั้นเองที่สีฯได้กล่าวกับคนในหมู่บ้านว่า “เขาเขียวน้ำใสก็คือภูเขาเงินภูเขาทอง” ซึ่งก็เป็นจริงตามที่สีฯกล่าว จากการสำรวจในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมธรรมชาติที่หมู่บ้านอวี้ มากถึง 1.22 ล้านคนครั้ง ทำรายได้ให้ถึง 60 ล้านหยวน

เวลาผ่านไป 20 ปี ประกายน้อยๆ จากหมู่บ้านอวี้ ไหม้ลามไปทั่วทั้งแผ่นดิน มวลชนช่วยกันสร้างโครงการรูปธรรมต่างๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเก็บกวาดเศษพลาสติกจากแหล่งน้ำ การปลูกป่าป้องกันการขยายตัวของทะเลทราย ฯลฯ สหประชาชาติได้มอบ “รางวัลผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม” ให้จีน ทำให้จีนก้าวจากการมีส่วนจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ไปสู่การเป็นผู้นำพาการพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมของโลก จีนเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ถึงขั้นที่ยกให้การรักษาระบบนิเวศ เป็นเสาหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งของการพัฒนาประเทศ

วันที่ 10 สิงหาคมที่เพิ่งผ่านไป คลังปัญญาระดับสูงของจีนได้ร่วมกับศูนย์วิจัยความคิดระบบนิเวศของสีจิ้นผิง ร่วมกันออกคำรายงานที่กรุงปักกิ่งพร้อมกับจัดให้มีการสัมมนาใหญ่ คำรายงานชี้ให้เห็นว่า จีนกำลังเร่งรัดปรับโครงสร้างการผลิต แปรเปลี่ยนพลังการผลิตไปสู่เศรษฐกิจสังคมนิยมที่เป็นแบบสีเขียวทั่วทุกด้าน การผลิตสีเขียวคาร์บอนต่ำของจีนมีสัดส่วนสูงขึ้นทุกวัน จีนได้สร้างระบบการผลิตเหล็กกล้าที่ปราศจากมลพิษ ระบบพลังงานไฟฟ้าสะอาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างตลาดซื้อขายสิทธิ์การปล่อยคาร์บอน (carbon credit) ที่ใหญ่ที่สุด

ปัจจุบันจีนได้ก้าวไปสู่ยุทธศาสตร์ที่จัดแบ่งท้องถิ่นต่างๆ ที่อยู่ใกล้กันให้ทำงานประสานกัน เช่นการพัฒนาระหว่างปักกิ่งกับเทียนสิน ดินแดนเศรษฐกิจแถบลุ่มแม่น้ำแยงซี อ่าวมาเก๊าร่วมกับฮ่องกงและกวางตุ้ง รวบรวมดินแดนโดยรอบสามเหลี่ยมแม่น้ำแย่งซีเข้าด้วยกัน ดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำฮวงโห และการพัฒนาท้องถิ่นต่างๆ ให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนาแบบสีเขียว

สถิติเมื่อปีที่แล้ว ปรากฏว่า การเกษตรระบบนิเวศ การท่องเที่ยวระบบนิเวศ อุตสาหกรรมระบบนิเวศ ได้สร้างภูมิทัศน์ที่งดงามปราศจากมลพิษ ต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วมากกว่า 6,700 ล้านคน/ครั้ง ผลิตภัณฑ์สีเขียวที่มีตรา “ออร์แกนิค” ในแต่ละท้องถิ่นรวมกันมีถึง 7.6 หมื่นราย

ในกระบวนการรับมือกับภูมิอากาศของโลกที่แปรปรวน บางประเทศใช้วิธีก้าวถอยหลัง เพราะไม่สนใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะความเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า แต่ประเทศจีนได้ใช้ท่าทีที่มั่นคงต่อการแก้ปัญหาภูมิอากาศของโลก เป็นตัวอย่างให้กับการสร้างความทันสมัย สร้างทางเลือกใหม่ให้กับการจัดการสิ่งแวดล้อมโลก ให้การสนับสนุนแก่ประเทศกำลังพัฒนา ร่วมมือกันผลักดันการบริหารจัดการด้วยระบบนิเวศสีเขียวเท่าที่จะทำได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...