โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อะโวคาโด” ผลไม้สายสุขภาพกับทริคการกินยังไงให้ดี

อีจัน

อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 18.44 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2568 เวลา 11.44 น. • อีจัน

วันนี้จะมาตอบว่า “อะโวคาโด” ผลไม้ชื่อนี้มีประโยชน์ยังไง?

วันนี้(25 ก.ย.68) ‘อีจัน’ ยังไม่หมดเรื่องราวจะบอกต่อ แต่จะขอมาพูดเกี่ยวกับผลไม้ชนิดหนึ่ง อย่าง “อะโวคาโด” ที่สายกินคลีนนิยมกินกันเป็นจำนวนมาก เพราะอุดมไปด้วยโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ แต่….จะกินยังไงให้ได้ประโยชน์นี่สิ อันนี้น่าคิด?

ก่อนอื่นเลยขอพามารู้จักกับ “อะโวคาโด” ก่อนค่ะ

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันที่ดี โดยร้อยละ 70 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated fatty acid:MUFA) และใยอาหารสูง รวมทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีต่างๆ เช่น ลูทีน ซีแซนทีน การกินอะโวคาโด ช่วยลดการอักเสบ ลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) รวมทั้งมีผลเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-C) ที่เป็นผลดีต่อร่างกาย ซึ่งลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินเคสูง จึงควรระมัดระวังในผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน (warfarin) เพราะอาจไปยับยั้งกลไกต้านการแข็งตัวของเลือดของยาได้ แต่อะโวคาโดมีพลังงานสูง ปริมาณ 100 กรัม (ประมาณ ½ ผล) มีพลังงาน 160 กิโลแคลอรี จึงแนะนำให้กินไม่เกินครึ่งผลต่อครั้ง และในแต่ละวันควรกินผลไม้ให้หลากหลายชนิดและสี ตามฤดูกาล เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน

นี่ก็คือข้อมูลคร่าวๆของผลไม้ชนิดนี้นะคะ งั้นเดี๋ยวเรามาดูว่าการอะโวคาโดให้เกิดประโยชน์ สามารถทำอย่างไรได้บ้าง?

1.เลือกกินอะโวคาโดที่สุกเต็มที่ โดยดูจากสีของเปลือก ถ้ายังเขียวจัดแปลว่ายังดิบ รอจนเปลือกมีสีคล้ำ ๆ ม่วงปนเขียวนิด ๆ กดเนื้อแล้วสัมผัสได้ถึงความนิ่ม ถึงจะเรียกว่าสุกพร้อมกิน ซึ่งจะได้ทั้งความอร่อย ไม่ฝาด และมีคุณค่าทางโภชนาการที่จัดเต็ม

2. รับประทานแบบสด ๆ จะดีที่สุด โดยเฉพาะคนที่เป็นห่วงเรื่องน้ำตาลหรือกำลังลดน้ำหนัก การรับประทานอะโวคาโดที่ปรุงเป็นเมนูอาจได้น้ำตาล ไขมัน คาร์บ และพลังงานเพิ่มได้จากวัตถุดิบอื่น ๆ ในเมนู

3. รับประทานแต่น้อย แม้จะอุดมไปด้วยประโยชน์ แต่อะโวคาโดมีไขมันและแคลอรีที่ต้องระวังกันหน่อย ดังนั้น ถ้าถามว่า อะโวคาโด ควรกินวันละกี่ลูก เราขอแนะนำให้กินอะโวคาโดครั้งละ 1/3 ของผลขนาดกลาง ซึ่งจะให้พลังงานประมาณ 70-100 กิโลแคลอรี และกินได้เต็มที่ไม่เกินวันละครึ่งผล – 1 ผล

4. จับคู่กับอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น กินอะโวคาโดสุกจิ้มน้ำผึ้งเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติและสารต้านการอักเสบ หรือจะบดเนื้ออะโวคาโดหยาบ ๆ ทาลงบนขนมปังโฮลวีตแทนเนยก็จะได้ไขมันดีแทนไขมันทรานส์จากเนย หรือจะใส่เนื้ออะโวคาโดสดลงไปในกรีกโยเกิร์ตเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารก็ได้ และถ้าอยากให้ร่างกายดูดซึมวิตามินได้ดีขึ้น แนะนำให้เพิ่มเนื้ออะโวคาโดลงไปในสลัดผัก เพื่อให้ไขมันดีในอะโวคาโดช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินเค วิตามินอี จากผักในชามสลัดได้ง่ายขึ้น

5. เลือกกินให้ถูกช่วงเวลา อะโวคาโด กินตอนไหนดีที่สุด ? แนะนำว่ากินอะโวคาโดตอนเช้าหรือกลางวันจะดีกว่าช่วงเย็นหรือก่อนนอน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายมีโอกาสได้เผาผลาญพลังงานจากอะโวคาโดไปกับการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ลดโอกาสสะสมแคลอรีและไขมันในร่างกาย

ก็ลองดูนะคะ ผลไม้ทุกอย่างมีประโยชน์แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโทษเลย ต้องรู้หลักการกินและกินให้ถูกถึงจะได้ประโยชน์นะคะ

ที่มา: สำนักโภชนาการ https://nutrition2.anamai.moph.go.th/th/rrhlnews/209487#, , webmd.com, eatingwell.com, healthline.com, webmd.com, timesofindia.indiatimes.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...