โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำตลาดโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ส.ค. 2568 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2568 เวลา 01.36 น.
ภาพ : ประชาชาติธุรกิจ

เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนปลายสัปดาห์ กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ ทั้งประเด็นการเมืองในประเทศ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของไทย ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และราคาทองคำในตลาดโลก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงแรกจากแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่อ่อนค่ากลับมาบางส่วนท้ายสัปดาห์

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังสัญญาณของประธานเฟดที่ Jackson Hole หนุนความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC เดือนก.ย. นี้

นอกจากนี้ เงินบาทยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมในช่วงต่อมาสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ และราคาทองคำในตลาดโลก (ที่ปรับขึ้นเหนือแนว 3,400 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์อีกครั้ง) เนื่องจาก Sentiment ของเงินดอลลาร์ฯ ถูกกดดันมากขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับประเด็นความเป็นอิสระของเฟด แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งจีดีพีไตรมาส 2 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ จะออกมาดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดก็ตาม

อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงขายสุทธิหุ้นไทยของต่างชาติ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ น.ส. แพทองธาร สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี

เงินบาท : กรอบสัปดาห์หน้า

ในวันศุกร์ที่ 29 ส.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (22 ส.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 25-29 ส.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 12,393 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 2,625 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันบัตร 3,126 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 501 ล้านบาทตามลำดับ

สำหรับสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 1-5 ก.ย. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.80-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัจจัยการเมืองในประเทศ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของไทย ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน การจ้างงานนนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนส.ค. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนส.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ และตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับประเด็นสงครามการค้าและสถานการณ์การเมืองในประเทศ

ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังประธานเฟดส่งสัญญาณว่าอาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในเร็ว ๆ นี้ ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากตัวเลขส่งออกเดือนก.ค. ของไทยที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยปัจจัยบวกดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มไฟแนนซ์ โรงไฟฟ้าและผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงในเวลาต่อมาตามแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ หลังมีรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งปลดผู้ว่าการเฟดท่านหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง รวมถึงขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนสูงถึง 200% หากจีนจำกัดการส่งออกแม่เหล็กแร่ธาตุหายากไปยังสหรัฐฯ ประกอบกับนักลงทุนยังอยู่ในบรรยากาศระมัดระวังระหว่างรอติดตามประเด็นการเมืองในประเทศ

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงลึกในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมครม. ทั้งคณะ ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มพลังงาน ค้าปลีกและสื่อสาร

ในวันศุกร์ที่ 29 ส.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,236.61 จุด ลดลง 1.34% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 46,844.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.96% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.04% มาปิดที่ระดับ 248.86 จุด

ส่วนสัปดาห์ถัดไป (1-5 ก.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,225 และ 1,200 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,245 และ 1,265 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของไทย ประเด็นการเมืองในประเทศ รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. ของญี่ปุ่น จีน และยูโรโซน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. (เบื้องต้น) ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 ของยูโรโซน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำตลาดโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...