โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช้างกับมังกร ระบำแทงโก้ ความสัมพันธ์ จีน - อินเดีย ต่อเนื่องแค่ไหน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 31 ส.ค. 2568 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2568 เวลา 09.00 น.

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เดินทางถึงจีนในสุดสัปดาห์นี้ ขณะยังคงกังวลผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จัดเก็บสินค้านำเข้าจากอินเดีย เช่น เพชร และกุ้ง อยู่ที่ 50% ตามที่ทรัมป์ต้องการลงโทษอินเดีย ยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียต่อ

"การเรียกเก็บภาษีดังกล่าว อาจสร้างความเสียหายถาวรให้กับภาคการส่งออกอินเดีย และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าหมายไว้สูงขึ้น" ผู้เชี่ยวชาญชี้

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจจีนที่ซบเซา ในช่วงเวลาที่สหรัฐกำหนดภาษีศุลกากรสูงลิ่ว อันจะส่งผลต่อแผนฟื้นเศรษฐกิจจีน

ผู้นำของสองประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อาจมองหาการฟื้นฟูความสัมพันธ์ โดยที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ ปัญหาส่วนใหญ่มาจากข้อพิพาทชายแดน

อินเดียจะไม่มีทาง เป็นด่านหน้าต่อต้านจีน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหรัฐ) คิดว่าการเยือนจีนของโมดี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ” ยู เจี๋ย จาก Chatham House เขียนไว้ในบทบรรณาธิการล่าสุด

ผนึกความสัมพันธ์แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

อินเดียและจีนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ โดยเป็นประเทศใหญ่อันดับ 5 และอันดับ 2 ของโลก

รายงานไอเอ็มเอฟคาดการณ์ การเติบโตเศรษฐกิจอินเดีย จะยังคงสูงกว่า 6% มีมูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ และตลาดหุ้นมีมูลค่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ จะทำให้อินเดียก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ภายในปี 2028

ขณะที่โลกให้ความสัมพันธ์กับความสำคัญทวิภาคีอย่างและจีนมาโดยตลอด ถึงเวลาแล้ว เราต้องหันมามองความสำคัญจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 และ 3 จะสามารถทำงานร่วมกันอย่างไร เชียน ลู่ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทที่ปรึกษาอูซาว่า ในกรุงปักกิ่งกล่าว

แต่ความสัมพันธ์ก็ถูกท้าทายอย่างยิ่ง เมื่อทั้งสองฝ่ายมีข้อพิพาทเรื่องชายแดนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และยืดเยื้อยาวนาน บ่งบอกถึงยังคงเป็นคู่แข่งกัน

ผลกระทบใหญ่ที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้ เที่ยวบินตรงถูกยกเลิก วีซ่าและการลงทุนจากจีนถูกระงับ ส่งผลให้ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ล่าช้า นอกจากนี้ อินเดียยังแบนแอปจีนกว่า 200 แอป รวมถึงติ๊กต็อกด้วย

“จีน และอินเดียเป็นปัจจัยสำคัญสร้างความเสถียรภาพในเอเชีย” อองตวน เลอเวสก์ นักวิจัยอาวุโสด้านการป้องกัน กลยุทธ์ และการทูตเอเชียใต้และเอเชียกลางของ IISS กล่าว

ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของจีนกับประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ในเอเชียใต้ไม่ค่อยดีนัก ขณะที่จีนเป็นพันธมิตรทางการค้าที่สำคัญของปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา และอัฟกานิสถาน

“คงสร้างความแปลกใจ ถ้าโรงงานบีวายดีมาตั้งอยู่ที่อินเดีย ” ปรียันกา คีชอร์ ผู้ก่อตั้งและนักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทวิจัย Asia Decoded กล่าว

ล่าสุด มีการประกาศแล้วว่าเที่ยวบินตรงอินเดีย-จีน จะกลับมาให้บริการอีกครั้ง อาจมีการผ่อนปรนเรื่องวีซ่ามากขึ้น และมีข้อตกลงทางเศรษฐกิจอื่นๆ อีกด้วย

แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าความสัมพันธ์ที่ถดถอยระหว่างเดลีกับวอชิงตัน กระตุ้นให้อินเดียค้นพบประโยชน์ของการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน จีนมองหาคุณค่าการแสดงความสามัคคีในกลุ่มประเทศโลกใต้ ท่ามกลางความวุ่นวายจากภาษีศุลกากรของทรัมป์

แนวทางความร่วมมือเศรษฐกิจจีน - อินเดีย

อินเดียยังคงพึ่งพาการผลิตจากจีน ด้วยการจัดหาวัตถุดิบและส่วนประกอบจากจีน รวมไปถึงอินเดียน่าจะมองหาการลดภาษีนำเข้าสินค้าด้วย

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านโยบายอุตสาหกรรมของอินเดียที่เข้มงวด จะเป็นอุปสรรคไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานจากจีนไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ในกรณีการสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง อินเดียพยายามใช้ประโยชน์เพื่อผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนเพิ่มสูงขึ้น” คีชอร์ชี้ให้เห็นว่า อย่างแอ๊ปเปิ้ลผลิตแอร์พอดในเวียดนาม และการผลิตไอโฟนในอินเดียไม่มีทับซ้อนการผลิตกัน

เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนขึ้น การพบกันเพียงครั้งเดียวไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอินเดียยังต้องพัฒนาอีกมาก

การเยือนจีนของโมดี อาจช่วยบรรเทาความขัดแย้ง และส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังวอชิงตันว่า "อินเดียยังมีทางเลือก"

อ้างอิง BBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...