โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนประกาศความสำเร็จพัฒนา ‘ชิป 6G ครอบคลุมทุกย่านความถี่’ เร็วกว่า 5G หลายสิบเท่า โหลดหนัง 8K ได้ในไม่กี่วินาที

THE STANDARD

อัพเดต 30 ส.ค. 2568 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2568 เวลา 08.46 น. • thestandard.co
จีนประกาศความสำเร็จพัฒนา ‘ชิป 6G ครอบคลุมทุกย่านความถี่’ เร็วกว่า 5G หลายสิบเท่า โหลดหนัง 8K ได้ในไม่กี่วินาที

ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนได้ประกาศความสำเร็จในการพัฒนา ‘ชิป 6G ครอบคลุมทุกย่านความถี่’ (all-frequency 6G chip) ได้เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งถือเป็นการปฏิวัตเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย และอาจเป็นรากฐานสำคัญของเครือข่ายอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในอนาคต

เทคโนโลยีใหม่นี้มีความสามารถในการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนมือถือด้วยความเร็วสูงกว่า 100 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ครอบคลุมทุกย่านความถี่ไร้สาย ตั้งแต่คลื่นความถี่ต่ำที่ใช้ในพื้นที่ห่างไกลไปจนถึงคลื่นความถี่สูงในเมือง ซึ่งหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ความเร็วระดับนี้จะทำให้เราสามารถส่งภาพยนตร์ความละเอียดสูง 8K ขนาด 50GB ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

ปัจจุบัน เทคโนโลยีไร้สายที่เราใช้กันอยู่นั้นมีความกระจัดกระจายอย่างมาก โทรศัพท์ 5G, สัญญาณดาวเทียม หรือเทคโนโลยีอนาคตอย่างการผ่าตัดทางไกล ต่างก็ใช้ย่านความถี่ที่แตกต่างกัน (ตั้งแต่ 3 GHz ไปจนถึง 100 GHz) ทำให้นักวิศวกรต้องออกแบบระบบฮาร์ดแวร์แยกกันสำหรับแต่ละย่านความถี่ ซึ่งส่งผลให้ระบบโดยรวมมีความซับซ้อน, ค่าใช้จ่ายสูง และเกิดปัญหาคลื่นรบกวนได้ง่าย

แต่ความสำเร็จของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) และมหาวิทยาลัยซิตี้แห่งฮ่องกง (City University of Hong Kong) อาจทำให้ปัญหานี้กลายเป็นอดีต พวกเขาสามารถรวมย่านความถี่ไร้สายทั้งหมด ตั้งแต่ 0.5 GHz ถึง 115 GHz เข้าไว้ด้วยกันได้ในชิปขนาดเท่าเล็บหัวแม่มือ (11mm x 1.7mm) เพียงตัวเดียว ซึ่งเป็นการแทนที่ระบบวิทยุที่เคยต้องใช้แยกกันถึง 9 ระบบ ให้เหลือเพียงระบบเดียวที่ทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า photonic-electronic fusion หรือการหลอมรวมเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ (แสง) และอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน โดยทีมวิจัยได้ใช้ประโยชน์จากแบนด์วิดท์ที่กว้างมหาศาลของแสงเพื่อครอบคลุมทุกย่านความถี่ ทำให้ชิปสามารถแปลงสัญญาณไร้สายเป็นสัญญาณแสงเพื่อประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ศาสตราจารย์ หวังซิงจวิน จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง อธิบายว่าเครือข่ายยุคหน้าจำเป็นต้องดึงจุดแข็งของทุกย่านความถี่มาใช้ร่วมกัน “คลื่นความถี่สูงอย่างมิลลิเมตรเวฟ (millimetre-wave) และเทราเฮิรตซ์ (terahertz) ให้แบนด์วิดท์ที่มหาศาลและมีความหน่วงต่ำมาก เหมาะสำหรับการใช้งานอย่าง VR หรือการผ่าตัด ขณะที่คลื่นความถี่ต่ำอย่างไมโครเวฟมีความสามารถในการครอบคลุมพื้นที่กว้างและทะลุทะลวงสูง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเชื่อมต่อในพื้นที่ภูเขาห่างไกล, ใต้ทะเลลึก หรือแม้แต่อวกาศ”

นอกจากนี้ ชิปดังกล่าวยังมีระบบนำทางคลื่นความถี่(frequency-navigation) ซึ่งหากย่านความถี่ใดมีความหนาแน่นหรือถูกรบกวน ระบบก็จะสลับไปใช้ช่องสัญญาณที่ว่างอยู่ได้โดยอัตโนมัติในทันที ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาสัญญาณรบกวนในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น เช่น คอนเสิร์ตหรือสนามกีฬาได้

ประสิทธิภาพของชิปตัวใหม่นี้ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญ โดยสามารถทำความเร็วในการส่งข้อมูลได้สูงกว่า 100 Gbps ซึ่งเมื่อเทียบกับความเร็วอินเทอร์เน็ตบนมือถือโดยเฉลี่ยในพื้นที่ชนบทของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีใหม่นี้เร็วกว่าหลายพันเท่า และมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนคลื่นความถี่ได้เร็วกว่าการกะพริบตาหลายร้อยเท่า

ศาสตราจารย์หวังซิงจวินกล่าวว่า เทคโนโลยีนี้จะเป็นรากฐานฮาร์ดแวร์สำคัญสำหรับ ‘เครือข่าย AI อัจฉริยะ’ (AI-native network) อย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก เครือข่ายดังกล่าวจะสามารถใช้ AI ในการปรับเปลี่ยนค่าพารามิเตอร์การสื่อสารได้เองแบบเรียลไทม์ เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ซับซ้อน พร้อมทั้งตรวจจับสภาพแวดล้อมไปในตัว

เป้าหมายต่อไปของทีมวิจัยคือการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้กลายเป็นโมดูลการสื่อสารอัจฉริยะแบบ plug-and-play ที่มีขนาดเล็กซึ่งจะสามารถนำไปฝังไว้ในอุปกรณ์ทุกชนิด ตั้งแต่สมาร์ทโฟน, สถานีฐาน, โดรน ไปจนถึงอุปกรณ์ IoT

ภาพ:LAW Ho Ming / Getty Images

อ้าวอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...