โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NEWS UPDATE: สศช.เผยเด็กไทยภาวะเตี้ยสูงขึ้น ดื่มนมน้อยเป็นปัจจัยสำคัญ

Mood of the Motherhood

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 08.29 น. • News Update

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2568 พบปัญหาสุขภาพที่น่าเป็นห่วงคือภาวะเตี้ยในเด็กไทยเพิ่มสูงขึ้น พร้อมจำนวนผู้ป่วยจากโรคเฝ้าระวังหลายโรคเพิ่มตามไปด้วยข้อมูลจากกรมอนามัยในปี 2568 ระบุว่า คนไทยดื่มนมเฉลี่ยเพียง 23.1 ลิตรต่อคนต่อปี หรือประมาณ 2 แก้วต่อสัปดาห์ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 31 ลิตรต่อคนต่อปี และต่ำกว่าประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ (36 ลิตรต่อคนต่อปี) รวมถึงประเทศตะวันตก เช่น แคนาดา (56.8 ลิตรต่อคนต่อปี) และเดนมาร์ก (52.0 ลิตรต่อคนต่อปี)การดื่มนมน้อยส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของเด็กไทย จาก DOH Dashboard ของกรมอนามัยในงบประมาณปี 2568 (1 ต.ค. 67 – 1 มิ.ย. 68) พบว่า เด็กอายุ 0-5 ปี มีภาวะเตี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 12.9 เปอร์เซ็นต์ จาก 12 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2567 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่เกิน 9 เปอร์เซ็นต์ส่วนเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปี มีภาวะเตี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 10.8 เปอร์เซ็นต์ จาก 9.8 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2567 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สศช. และกรมอนามัยเน้นย้ำให้ผู้ปกครองดูแลสุขภาพเด็กแบบองค์รวม โดยปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะเตี้ย ส่งเสริมการบริโภคอาหารครบ 5 หมู่ สนับสนุนให้เด็กออกกำลังกายและทำกิจกรรมที่เหมาะสม ดูแลการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน และพาเด็กไปตรวจสุขภาพเพื่อติดตามพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอนอกจากนี้ ยังรณรงค์ให้คนไทยทุกวัย โดยเฉพาะเด็ก ดื่มนมจืดอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตที่เหมาะสมและสุขภาพที่แข็งแรงอ้างอิงbangkokbiznews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...