โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แรงงานไทยร้อง! “ธุรกิจ” เจ๊งพุ่ง 8,069 แห่ง คนว่างงาน 4.3 แสนราย

อีจัน

อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 07.56 น. • อีจัน

เศรษฐกิจไทยขณะนี้ดูเหมือนจะขยายตัวได้ยากขึ้น หลังจากเกิดปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า เริ่มจากเปิดปี 2568 เกิดเหตุการไม่สู้ดี เริ่มตั้งแต่แผ่นดินไหวลามหนักไปถึงภัยภิบัติน้ำท่วม ซ้ำร้ายมาเจอนโยบายของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บภาษีไทยในอัตรา 19% ไม่เพียงเท่านั้นปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยังแรงถึงขั้นทำให้ “รัฐบาลไทย” สั่นคลอน จนถึงขันเปลี่ยนหัวเรือใหญ่อย่าง “นายกรัฐมนตรี”

ปัญหาเหล่านี้ล้วนสร้างผลกระทบใหกับทุกภาค “ธุรกิจ” ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่ หรือ รายเล็ก ต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับให้ทันกับทุกสถานการณ์ พร้อมกับต้องพากิจการให้อยู่รอด ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ส่อแววชะลอตัวลงต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มเห็นผลกระทบหนักสุดแล้วกับ“ภาคแรงงานไทย”

ยอดว่างงานพุ่ง 4.3 แสนคน

ข้อมูลจาก สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุอัตราการว่างงานในช่วงไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 0.91% โดยมีจำนวนผู้ว่างงาน 3.7 แสนคน ลดลง 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีจำนวนผู้ว่างงาน 4.3 แสนคน คิดเป็นอัตราว่างงาน 1.07% ส่วนอัตราการว่างงานในระบบประกันสังคม อยู่ที่ 2.07% ขณะที่ผู้เสมือนว่างงาน มีจำนวน 2.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 60.9% เป็นแรงงานในภาคเกษตรฯ

ค่าจ้างลด-หั่นโอที

สำหรับค่าจ้างเฉลี่ยในภาพรวมของแรงงานทุกสถานภาพปรับตัวลง 2 ไตรมาสติดต่อกัน อยู่ที่ 15,977 บาทต่อคนต่อเดือน ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 โดยลดลง 1.9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนว่ากลุ่มแรงงานอาชีพอิสระมีรายได้ลดลง ขณะที่ ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น โดยอยู่ที่ 14,370 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจาก 2.4% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เช่นเดียวกับค่าจ้างเฉลี่ยของแรงงานในระบบอยู่ที่ 15,712 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 2.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยในภาพรวม ลดลง 0.4% หรืออยู่ที่ 42.7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนผู้ทำงานล่วงเวลา (Over Time: OT) ที่มีชั่วโมงการทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ขึ้นไป มีจำนวน 6.3 ล้านคน ลดลง 8.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น ค่าจ้างที่ลดลง และชั่วโมงการทำงานที่ลดลง เกิดขึ้นท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ขยายตัว 2.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ชะลอลงจากการขยายตัว 3.2% ในไตรมาสแรกปี 2568 และชะลอตัวเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน

“ธุรกิจ” มีแนวโน้มลดพนักงาน

สภาพัฒน์ฯ ยังห่วงประเด็นแรงงานที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ 1.ผลกระทบจากการปรับอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อการจ้างงานในไทย ทั้งนี้ หากการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯลดลง จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังสถานประกอบการ เช่น อาจต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กร ลดจำนวนพนักงาน ปรับลดเวลาการทำงาน และลด/ตัด OT เป็นต้น ซึ่งภาครัฐต้องมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น การขยายตลาดใหม่ ส่งเสริมการใช้สินค้าไทย และกำกับดูแลด้านการสวมสิทธิ์

2.การปรับรูปแบบการจ้างงานของสถานประกอบการจากสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน จากเดิมที่มีการจ้างงานแบบเต็มเวลา (Permanent Full-time) ก็จะหันไปใช้รูปแบบการจ้างงานแบบไม่เต็มเวลามากขึ้น โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งการจ้างงานพนักงานประจำในรูปแบบพนักงานชั่วคราว และการจ้างงานพนักงานแบบสัญญาจ้าง หรือพนักงานชั่วคราว

เทียบตัวเลขในปี 2565 พนักงานประจำในรูปแบบพนักงานชั่วคราว มีสัดส่วน 6% เพิ่มเป็น 42% ในปี 2567 ขณะที่พนักงานสัญญาจ้างและพนักงานชั่วคราว ปรับจาก 4% ในปี 2565 เป็น 28% ในปี 2567 และน่าจะเป็นแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคตจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะไปกระทบความมั่นคงในแง่การจ้างงานและรายได้แรงงาน

ทั้งนี้ จากรายงานผลสำรวจ Hiring Compensation & Benefits Report 2025 โดย Jobsdb พบว่า 25% ขององค์กรในไทย มีแนวโน้มจะลดพนักงานลง เพื่อลดต้นทุนและปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

7 เดือนแรกปี’68 เลิกกิจการ 8,069 ราย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้เผยยอดการจดทะเบียนเลิกช่วง 7 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-ก.ค.) มีจำนวน 8,069 ราย เพิ่มขึ้น 140 ราย (1.77%) เมื่อเทียบกับช่วง 7 เดือนของปี 2567 อยู่ที่ 7,929 ราย ทุนจดทะเบียนเลิกสะสมอยู่ที่ 50,700 ล้านบาท ลดลง 34,880 ล้านบาท หรือ -40.76% เมื่อเทียบกับช่วง 7 เดือนของปี 2567 อยู่ที่ 85,579 ล้านบาท

ธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 707 ราย คิดเป็นสัดส่วน 8.76%
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 412 ราย คิดเป็นสัดส่วน 5.11%
  • ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 352 ราย คิดเป็นสัดส่วน 4.36%

อุตุฯ ปิดโรงงาน 425 แห่ง คนตกงานนับหมื่นคน

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.-ก.ค.) มีโรงงานเลิกกิจการรวมทั้งสิ้น 425 แห่ง คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนที่หายไป 12,705.97 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อแรงงานที่ต้องว่างงานทันที จำนวน 12,769 คน

สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการปิดกิจการ 3 อันดับแรก ดังนี้

  • กลุ่มผลิตเครื่องจักรและเครื่องกล ผลิตตู้เย็นและอุปกรณ์เสริม มูลค่า 1,727.81 ล้านบาท
  • กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี การทำวัสดุสังเคราะห์สำหรับซักฟอก เช่น สบู่ แชมพู ผลิตสารป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ มูลค่า 1,371.65 ล้านบาท
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ ผลิตภัณฑ์โลหะสำหรับใช้ในการก่อสร้าง ตัดหรือม้วนเหล็กแผ่น มูลค่า 1,365.89 ล้านบาท

“กกร.” แนะรัฐเพิ่มสกิลคนไทย

ขณะที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวเพียงประมาณ 1% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว หลังจากเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 2.8% ลดลงจาก 3.2% ในไตรมาสที่ 1 ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2568 ไทยจะขยายตัวได้ที่ 1.8%-2.2%

นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงปัญหาภายในประเทศ โดยอัตราการว่างงานในระบบในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นเป็น 2.07% จาก 1.88% ในไตรมาสที่ 1 และมีจำนวนผู้เสมือนว่างงานอยูที่ 2.1 ล้านคน สูงขึ้นราว 5% จากปีก่อน

ทั้งนี้ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการจ่ายอัตราค่าจ้างตามทักษะฝีมือแรงงาน (Pay by Skills) ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน มากกว่าการปรับขึ้นค่าจ่างขั้นต่ำ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการ UP-Skill & Re-Skill , Multi-Skill และ New Skill เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะฝีมือให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity) สามารถ ลดต้นทุนและสร้างความสามารถในการแข่งขัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...