8 แคมเปญการตลาด ที่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น
Best Seller ตลอดกาล! กับ 8 แคมเปญการตลาด ที่ออกมาเมื่อไหร่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น พร้อมเปย์ พร้อมจ่ายกันทุกที
Double Day Promotion
9.9, 10.10, 11.11 กลายเป็นธรรมเนียมไปซะแล้วสำหรับการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม E-commerce สักชิ้น ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ก็ขยันออกโปรนี้กันมาทุกเดือน
แคมเปญสำหรับสายมู
เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่บูมและได้ผลอย่างเห็นได้ชัดในบ้านเรามาแล้วประมาณ 3-4 ปี โดยมีวิธีการขายก็คือยกตัวอย่างอุปสรรค และปัญหาในชีวิตขึ้นมา แล้วยกโปรดักขึ้นมานำเสนอว่าช่วยแก้ปัญหา แต่ต้องเป็นในแนวที่ดูไม่เกินจริงเกินไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกอินแล้วอยากลอง
ของแถมมูลค่าสูง
แคมเปญแนวนี้เป็นที่นิยมในธุรกิจประเภทร้านเสริมสวยและสปาต่าง ๆ เพราะจากสถานการณ์ล็อคดาวน์ทำให้ต้องปิดไปชั่วคราว พอมีการคลายล็อคดาวน์หลาย ๆ ร้านจึงงัดกลยุทธ์นี้ขึ้นมาเพื่อดึงดูดลูกค้ามากขึ้น ตัวอย่างเช่น ซื้อคอร์สเลเซอร์ แถมฟรี voulcher นวดตัว 1 ครั้ง
จ่ายทีเดียวถูกกว่าผ่อน
เช่นเมื่อจ่ายเต็มจำนวนตั้งแต่ครั้งแรก รับส่วนลดไปเลย 1,000.- ซึ่งการตลาดแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่กำลังได้รับความนิยมจากคลินิกความงาม คลินิกต่าง ๆ
Co-Branding
เพราะเมื่อแต่ละแบรนด์เริ่มหมดมุข ไม่รู้จะออกคอลเลคชั่นใหม่ยังไงกันแล้ว การ Co-Branding จึงเป็นคำตอบ แล้วยิ่งเป็นแบรนด์ดัง x แบรนด์ดัง จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ง่าย เพราะทางแบรนด์มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ลูกค้าจึงเก็ทง่าย และรู้สึกพึงพอใจกับตัวสินค้าได้ง่าย
กล่องสุ่ม
จากสถิติ Google แล้ว ผู้คนเสิร์จคำว่า ‘กล่องสุ่มอาหารทะเล’ เพิ่มมากขึ้นถึง 1,100% เพราะด้วยสินค้าพรีเมี่ยมที่มูลค่าสูงล่อตาล่อใจ หรือสินค้าแรร์ที่หาได้ยาก แต่จ่ายในราคาที่ไม่สูง จึงทำให้ผู้คนยอมจ่าย
ชิ้นที่ 2 ราคา 1.-
กลยุทธ์นี้ดึงดูดเงินในกระเป๋าสาว ๆ เป็นอย่างมาก คล้าย ๆ กับการซื้อ 1 แถม 1
สินค้าที่อิงกระแสโซเชียล
กลยุทธ์นี้เรียกได้ว่าใครเร็วคนนั้นได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำโปรดักใหม่ขึ้นมาก็ใช้กลยุทธ์นี้ขายได้เช่นกัน อย่างชฎาลิซ่า และกลยุทธ์แบบนี้มักได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น/คนรุ่นใหม่มากเป็นพิเศษ
ถือว่าเป็นไอเดียสำหรับหลาย ๆ แบรนด์ที่ต้องการสร้างยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้กัน
อ้างอิง : กรุงเทพธุรกิจ