ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ : 4 ปี สูงสุดสู่สามัญ
“ถ้าอยู่ที่นี่ต่อ ลิเวอร์พูล จะสร้างรูปปั้นเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลนายแน่”
นี่คือคำพูดของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่มีต่อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2017 ท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่าแข้งทีมชาติ บราซิล เริ่มฝักใฝ่อยากย้ายไปเล่นใน ลา ลีกา หลังฟอร์มระเบิดใน แอนฟิลด์ จนเตะตายักษ์ใหญ่มาร่วมปี
“ย้ายไปเล่นที่อื่น ไม่ว่าจะเป็น บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค หรือ เรอัล มาดริด นายจะเป็นแค่นักเตะธรรมดาๆคนนึงแต่ที่นี่นายเป็นอะไรมากกว่านั้น”
คำเตือนราวกับมองเห็นอนาคตของ JK แม่นเป๊ะเวอร์เพราะชีวิตหลังอำลา “หงส์แดง” เมื่อเดือนมกราคม 2018 คูตินโญ่ ในวัย 29 ปีและจะย่าง 30 ปีในเดือนมิถุนายนมีแต่กราฟแดงเถือกที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่า่ว่าจะหยุดลงง่ายๆ
ผ่านมาร่วม 4 ปี บาร์เซโลน่า ที่เคยตามจีบสารพัดจนนักเตะเลือกทางโหดยอมตัดสัมพันธ์กับ ลิเวอร์พูล ด้วยการขอขึ้นบัญชีย้ายแต่ตอนนี้กำลังหาทาง “เขี่ยทิ้ง” ให้เร็วที่สุดในตลาดหน้าหนาว
ค่าตัว 106 ล้านปอนด์และ add-ons อีก 36 ล้านปอนด์คือจำนวนเงินที่ “ต่างดาว” ทุ่มแบบไม่คิดชีวิต ส่งผลทำให้ คูตินโญ่ กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ณ เวลานั้น
สืบเนื่องมาจากสภาพทางการเงินที่หนักหนาสาหัสถึงขนาดต้องจำใจแยกทางกับ ลีโอเนล เมสซี่ ที่เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของสโมสรและ คูตินโญ่ ซึ่งหลุดจากตัวจริงและฟอร์มติด bug ถูกมองว่าเป็น “เนื้อร้าย” ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงมาได้อีกก้อนโต
เกิดอะไรขึ้นทำไมทีมใน “ฝัน” ของ “คูตี้” จึงกลายเป็น “ฝันร้าย” ภายในระยะเพียงแค่ 4 ปี?
การมา คัมป์นู ของ คูตินโญ่ เมื่อเดือนมกราคม 2018 ประกอบไปด้วยปัจจัยหลักๆ 2 ข้อคือ บาร์ซ่า เสีย เนย์มาร์ แบบช็อกโลกให้ เปแอสเช เมื่อเดือนสิงหาคม 2017
และ อันเดรียส อิเนสต้า สัญลักษณ์ของสโมสรกำลังโบกมือำลาในอีกไม่ช้านี้
จากเม็ดเงินที่ได้มาจาก เนย์มาร์ กว่า 200 ล้านปอนด์ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ต่างดาว” หมายหัว คูตินโญ่ ไว้เป็นเป้าหมายอันดับ 1 ที่ต่อให้โลกจะแตกต้องคว้ามาร่วมทีมให้ได้เพราะนี่คือ “นิวเนย์มาร์” และ “นิวอิเนสต้า” ทู อิน วัน ในร่างเดียวกัน
เมื่อข่าวนี้เข้าหูอดีตดาวเตะ อินเตอร์ มิลาน แน่นอนเข่าระทวยเพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเหล่านักเตะลาตินล้วนแล้วมีความฝันเหมือนกันอย่างนึงคือไม่ว่าจะเล่นให้ที่ไหนของโลกต้องไปจบที่ บาร์เซโลน่า หรือไม่ก็ เรอัล มาดริด ทีมใดทีมหนึ่งถึงจะนอนตายตาหลับ
ลิเวอร์พูล ที่เสีย หลุยส์ ซัวเรซ เมื่อปี 2014 แสดงจุดยืนแข็งกร้าวไม่ขาย พวกเขาไม่อยากกลายสภาพเป็นทีมปลาเล็กที่ถูกปลาใหญ่ตามดูดนักเตะตัวหลักจนกลายเป็นเรื่องปกติ
แต่ 2 คน 2 คม มีความต้องการไม่ตรงกันจึงเกิด timeline แห่งความขัดแย้งดังนี้
- ศุกร์ที่ 21 กรกฏาคม 2017
ลิเวอร์พูล ปฏิเสธข้อเสนอ 72 ล้านปอนด์จาก บาร์เซโลน่า โดย เยอร์เก้น คล็อปป์ เผยว่าเขาต้องการคุยเปิดอกกับ “พ่อมดน้อย” เพื่อย้ำหนักแน่นถึงความสำคัญที่เขามีต่อสโมสร
คูตี้ ลงเล่นในช่วงปรีซีซั่นอยู่หลาดนัดและอีก 1 วันถัดมาเขายิงประตูสุดสวยในเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1
- พุธที่ 9 สิงหาคม 2017
“ต่างดาว” กลับมาอีกรอบพร้อมข้อเสนอใหม่เป็นเงิน 90 ล้านปอนด์และแน่นอน “หงส์แดง” ปฏิเสธทันที
ยอดทีมเมืองเมอร์ซีย์ไซด์ยืนยันเสียงดังว่าแข้งแซมบ้าจะไม่ย้ายไปไหนก่อนฤดูกาลใหม่เริ่มแน่นอน
- ศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2017 (10 โมง เวลาที่ อังกฤษ)
เฟนเวย์ สปอร์ตส กรุ๊ป เจ้าของสโมสรออกแถลงอย่างเป็นทางการผ่านทุกโซเชี่ยลมีเดียของสโมสรยืนยันว่า คูตินโญ่ จะไม่ย้ายไปไหนในซัมเมอร์นี้
“จุดยืนอันหนักแน่นของสโมสรคือจะไม่มีการรับฟังข้อเสนอใดๆเพื่อขอซื้อ ฟิลิปเป้ และเขายังคงเป็นสมาชิกของสโมสร ลิเวอร์พูล ต่อไปเมื่อตลาดซัมเมอร์นี้ปิดลง”
- ศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2017 (11โมง เวลาที่ อังกฤษ)
คล็อปป์ ออกมาหนุนหลังเจ้าของสโมสรในการแถลงข่าวก่อนเกมเปิดสนามพบ วัตฟอร์ด
“ถ้า FSG ออกมาพูดอะไรเช่นนั้น นั่นคือคำแถลงการ มันก็เป็นไปตามนั้นแหละ ไม่เห็นมีอะไรต้องพูดถึงเรื่องนี้เลย”
กุนซือชาว เยอรมัน ยืนยันปิดท้ายด้วยว่า “คูตี้” จะไม่มีชื่อในเกมเยือน วัตฟอร์ด เนื่องจากมีอาการ “เจ็บหลัง”
- ศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2017 (12.30 เวลาที่ อังกฤษ)
ข่าวลือในโลกออนไลน์วนลูปกลับมาว่า คูตินโญ่ ดิ้นเฮิอกสุดท้ายด้วยการขอขึ้นบัญชีย้ายทีมเพื่อบีบให้ “หงส์แดง” ไม่มีทางเลือก
จากนั้นไม่นานมีการยืนยันจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือในโซเชี่ยลว่าเพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กได้ขอย้ายทีมผ่านอีเมลเพื่อขอยุติอาชีพค้าแข้งตลอด 4 ปีที่ แอนฟิลด์
- ศุกร์ที่ 1 กันยายน 2017 (ตลาดปิด)
หลังปฏิเสธลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ด้วยการอ้างว่าเจ็บหลังแต่ คูตินโญ่ กลับลงเล่นให้ทีมชาติ บราซิล ก่อนยิงประตูพร้อมร่ำไห้ด้วยความอัดอั้นจากการที่ไม่สามารถย้ายไปยัง คัมป์นู ได้ตามแผน
- พุธที่ 13 กันยายน 2017
คูตินโญ่ ลงสนามเกมแรกให้ “หงส์แดง” หลังถูกเปลี่ยนแทน เอ็มเร่ ชาน ในนาที 75 ก่อนเสมอ เซบีญ่า 2-2 ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก
- เสาร์ที่ 23 กันยายน 2017
อดีตดาวเตะ อินเตอร์ มิลาน ยิงประตูแรกใน พรีเมียร์ลีก ในเกมชนะ เลสเตอร์ 3-2
- พุธที่ 6 ธันวาคม 2017
คูตี้ สวมปลอกแขนกัปตันทีมครั้งแรกให้ ลิเวอร์พูล แทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ไม่ได้ลงสนาม แถมกดแฮทริคแรกในชัยชนะถล่มทลายเหนือ สปาร์ตัก มอสโกว์ 7-0 ซึ่งเป็นเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย
- อังคารที่ 26 ธันวาคม 2017
คูตินโญ่ รับบทกัปตันทีมอีกหนฉลองลงสนามนัดที่ 200 ให้ “หงส์แดง” โดยยิง 1 จ่าย 1 ในเกมที่ต้อน สวอนซี กระจุย 5-0
- เสาร์ที่ 30 ธันวาคม 2017
นัดสุดท้ายของ คูตินโญ่ ในสีเสื้อแดงเพลิงของ ลิเวอร์พูล หลังเปิด แอนฟิลด์ เบียดเอาชนะ เลสเตอร์ 2-1
- อาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม 2017
ภาพหลุดเสื้อไนกี้ของ บาร์ซ่า สกรีนชื่อ COUTINHO ทั้งๆที่ยังเป็นนักเตะ “หงส์แดง”
- จันทร์ที่ 1 มกราคม 2018
คูตินโญ่ ไร้ชื่อในเกมพบ เบิร์นลีย์ ในวันขึ้นศักราชใหม่หลังมีปัญหาบาดเจ็บเล็กน้อยที่ต้นขา
- เสาร์ที่ 6 มกราคม 2018
ลิเวอร์พูล แถลงอย่างเป็นทางการว่าได้ตกลงขาย คูตินโญ่ ให้บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวก้อนแรก 105 ล้านปอนด์และจะเพิ่มขึ้นแตะ 142 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้
ในระหว่างการตรวจร่างกาย “คูตี้” ได้รับการวินิจฉัยว่าเจ็บต้นขาก่อนเซ็นสัญญากับ บาร์ซ่า เพียงไม่กี่วันและทำให้เขาต้องพักรักษาตัวราว 3 สัปดาห์
ฝันร้ายที่ คัมป์นู
Timeline เกือบ 6 เดือนที่ คูตินโญ่ เฝ้ารอหนีจากเมือง ลิเวอร์พูล เพื่อเติมเต็มความฝันในวัยเด็กแต่สุดท้ายแล้วเจ้าตัวกลับพบว่ามันยากลำบากกว่าที่ฝันหวานเอาไว้เยอะ
ตำแหน่งและบทบาทของ คูตินโญ่ กับ บาร์ซ่า ไม่เอื้ออย่างแรง เจ้าตัวอยากเล่นในพื้นที่ๆสูงกว่า อิเนสต้า และต้องการหุบมายืนตรงกลางมากกว่าฝั่งซ้ายซึ่ง เนย์มาร์ เคยเป็นเจ้าที่มาก่อน
“คูตี้” วาดภาพตัวเองวาดลวดลายอยู่ตรงกลางสนามและหาพื้นที่ระหว่างมิดฟิลด์/กองหลังของฝ่ายตรงข้าม
แต่ “ต่างดาว” มีคนทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว เขาคนนั้นคือ ลีโอเนล เมสซี่ ที่ไม่ว่านักเตะแพงแค่ไหนดังขนาดไหนย้ายมาที่ คัมป์นู มีอันเป็นไปทุกคน ไม่มีทางเลยที่ดาวเตะแซมบ้าจะมาแย่งสัมปทานที่ว่านี้
เมื่อสไตล์จากที่เคยเล่นให้ ลิเวอร์พูล ที่เพื่อนมักจะมาองหาก่อนเป็นคนแรกเพื่อให้เอาไปปั้นเกมต่อแต่กับ บาร์ซ่า เขาเป็นคนทำลายจังหวะการเล่นของทีมไปโดยปริยายด้วยการเล่นบอลมากจังหวะและบ้ายิงแบบเลอะเทอะ
จนโลกโซเชี่ยลเอาล้อกันสนุกปากว่า “Shootinho”
ฮันนีมูนจบไว
แม้บั้นปลายจะคว้าแชมป์ ลา ลีกา กับ บาร์เซโลน่า ด้วยสถิติลงเล่น 54 เกมยิงไปทั้งสิ้น 11 ประตู แต่ความรู้สึกลึกๆย่อมรู้ดีว่าไม่มีเขายังไงเสีย “ต่างดาว” ก็จบลงที่การคว้าแชมป์อยู่ดี
การมาของ อองตวน กรีซมันน์ ในเดือนกรกฏาคม 2019 ยิ่งทำให้ความหวังเป็น key player ของ คูตินโญ่ มืดมนเข้าไปอีกก่อนเก็บข้าวของระเห็จย้ายไปเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค แบบยืมตัวด้วยสนนค่าเช่าราว 8.5 ล้านยูโร
ที่เจ็บแสบไปกว่านั้นคือ บาร์ซ่า แอบหวังว่า “พี่เสือ” จะช่วยซื้อไปร่วมทีมแบบถาวรหลังจบฤดูกาลนี้
ฟอร์มการเล่นของ “พ่อมดน้อย” ในถิ่น อาลิอันซ์ อาเรน่า ถือว่าพอไหวแต่ก็ออกสต๊าร์ตเป็นตัวจริงไม่ถึงครึ่งของจำนวนเกมที่ลงสนาม
อย่างไรก็ตาม “ทีเด็ด” สุดอยู่ตรงที่ คูตินโญ่ ลงเป็นตัวสำรองยิง 2 ประตูใส่ บาร์ซ่า ทีมที่เขายังมีสัญญาอยู่ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายก่อน “พี่เสือ” บุกถล่มในสนาม คัมป์นู ที่ไร้คนดูด้วยสกอร์ขี้กระจาย 8-2
ในซีซั่นนี้เองที่ คูตินโญ่ ประสบความสำเร็จด้วยการคว้าเทรปเปิ้ลแชมป์ทั้ง บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และ แชมเปี้ยนส์ลีก
แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวรู้สึกอิ่มเอมแบบไม่สุดเพราะไม่ใช่ starting 11 และสาเหตุที่ว่านี้จึงทำให้ “พี่เสือ” ตัดสินใจส่งกลับ บาร์ซ่า
เหตุผลหลักที่ไม่ซื้อ คูตินโญ่ ถาวรเนื่องจากช่วงโควิด-19 ระบาดทำให้งบที่มีอยู่จำกัดถูกเอาไปใช้กับการทุ่มคว้าตัว เลรอย ซาเน่ มาจาก แมนฯซิตี้ ราว 54.8 ล้านปอนด์เมื่อช่วงซัมเมอร์ 2020
กลับมาวุ่นวายกว่าเดิม
คูตินโญ่ กลับมาบ้านหลังเดิมเพิ่มเติมคือความอึมครึมภายในสโมสรหลัง เมสซี่ งัดกับ โจเซป มทเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรซึ่งภายหลังต้องลาออกพร้อมทิ้ง ”มรดกขี้” เอาไว้เต็มกระสอบ
โรนัลด์ คูมันน์ เข้ารับตำแหน่งเป็นกุนซือคนใหม่แทน กิเก้ เซเตียง และเหมือน “คูตี้” กำลังค่อยๆกลับมาหลังเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งเมื่อปลายเดือนธันวาคมเกิดเรื่องไม่คาดฝันเมื่อเข่าพังในเกมเสมอ เออิบาร์ 1-1 ต้องรูดม่านทั้งซีซั่นก่อนพักรักษายาว 8 เดือน
จาก “มรดกขี้” ที่ บาร์โตเมว ทิ้งไว้ทำให้ บาร์ซ่า เป็นหนี้มหาศาลถึง 1.35 พันล้านยูโรจึงจำเป็นต้องโละค่าเหนื่อยที่คิดเป็น 103% ของรายรับ
ตรงนี้เองที่ทำให้แม้กระทั่งสตาร์เบอร์ 1 และเป็นลมหายใจของคนคาตาลันยังไม่ได้สัญญาใหม่จนต้องระเห็จไปซบ เปแอสเช
ในยุคของ ชาบี้ ดาวเตะวัย 29 ปีเข้าๆออกและไม่สามารถเอาชนะใจโค้ชใหม่โดยเกมพ่าย เรอัล เบติส คาบ้านเมื่อต้นเดือนนี้เขาได้รับโอกาสเป็นตัวจริงครั้งแรกและแม้จะเริ่มต้นได้วูบวาบสุดท้ายก็หายไปจากเกมก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ 1 ชั่วโมง
โดมากอจ คอสแตนจ์ซาค นักวิเคราะห์วัย 25 ปีที่เป็นแฟนตัวยงของ บาร์ซ่า ได้กล่าวกับ บีบีซี เอาไว้ว่า
“ในยุค ชาบี้ การเล่นจะกว้างและแนวดิ่งมากกว่าในอดีต”
“ชาบี้ชอบมิดฟิลด์ที่เล่นดุดันและควบไปยังแดนคู่แข่ง เติมเกมบุกด้วยความไวและทรงพลัง คูตินโญ่ ทำแบบนั้นไม่ได้”
“เราจะไม่มีวันเห็นศักยภาพเต็มๆของ คูตินโญ่ ที่ บาร์ซ่า ตราบใดที่ระบบไม่แมทช์กับเขาซึ่งไม่มีความเป็นไปได้นั้นเลย”
“เขาไม่เหมาะกับตำแหน่งปีกหรือมิดฟิลด์ ส่วนในตำแหน่งเบอร์ 10 ที่เขารักมากกลับไม่ตอบโจทย์กับทักษะที่เขามีอยู่”
ไม่มี “คูตี้” ไม่มี “หงส์” ในวันนี้
เดอะ ค็อป หลายคนเคยโกรธและไม่เผาผี คูตินโญ่ กับการย้ายทีมที่ไร้ class แต่ตอนนี้เชื่อว่าหลายคนให้อภัยและน่าจะ say thank you ให้ 3 ครั้งด้วยซ้ำ
เพราะหากไม่มี “พ่อมดน้อย” ในวันนั้นคงไม่มี เวอร์กิล ฟาน ไดคจ์ (75 ล้านปอนด์) และ อลิสซอน เบคเกอร์ (ุ65 ล้านปอนด์) ในวันนี้ เป็นวลีที่ชาว “หงส์” รำลึกเสมอเมื่อมีใครเอ่ยถึงความดีความชอบสุดท้ายที่ “คูตี้” ทำไว้ให้
ทั้งคู่เข้ามายกระดับ “หงส์แดง” เป็นนักเตะที่พูดได้เต็มปากว่าระดับโลกแบบจริงๆจังๆ ก่อนคว้าแชมป์ UCL ในปี 2019 และลีกสูงสุดในฤดูกาล 2019-20 เป็นหนแรกในรอบ 30 ปี
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องสุมหัวกับสต๊าฟโค้ชเพื่อเปลี่ยนสไตล์และแท็คติกส์ในวันที่ชีวิตไร้ คูตินโญ่ จนได้สูตรใหม่แบ็คเติมเกมบุก มีมิดฟิลด์คอย cover และใช้ความสามารถเฉพาะตัวของ 3 ตัวบนวิ่งโต้สตรงจนฝ่ายตรงข้ามหัวหมุน
โอกาสสุดท้ายหนาวนี้
ว่ากันว่า บาร์ซ่า กระสันอยากขายให้เร็วที่สุดด้วยการตั้งค่าตัวไว้แค่ 30-35 ล้านปอนด์เท่านั้นเรียกว่าราคาหล่นฮวบเหยียบ 100 ล้านปอนด์ภายใน 4 ปี
แม้มีเสียงซุบซิบในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาว่า “คูตี้” อาจรีเทิร์นกลับ แอนฟิลด์ แต่ด้วยค่าเหนื่อยที่รับอยู่ใน คัมป์นู เกือบ 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 383k) ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ที่ “หงส์แดง” จะยอมควักเงินจำนวนนี้ให้นักเตะที่กำลังอายุ 30 ปี
ขนาด โม ซาลาห์ สตาร์เบอร์ 1 ยังรอแล้วรออีกในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ที่มีค่าเหนื่อยไม่หนีจากตัวเลขที่ว่านี้เลย
อีกทางที่ยังตัดความน่าจะเป็นทิ้งไม่ได้คือ บาร์ซ่า อาจยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้บางส่วนเพื่อสนองความต้องการของนักเตะที่อยากย้ายกลับบ้านเก่า
แต่ในความเป็นจริงเมื่อพิจารณาจากความต้องการเคลียร์บิลค่าเหนื่อยแล้ว “ต่างดาว” ไม่น่าจะตามใจนักเตะและพร้อมรอขายให้ทีมที่จะมาแบกค่าเหนื่อย 100% มากกว่า
อย่างไรก็ตามหากเคสนี้ไม่เกิดขึ้น “คูตี้” ต้องหาบ้านใหม่ให้ได้โดยเร็วเนื่องจาก “ต่างดาว” แจ้งเป็นการส่วนตัวแล้วว่ายังไงต้องย้าย
นิวคาสเซิ่ล เป็นตัวเลือกที่มีความเป็นไปได้ที่สุดสำหรับ คูตินโญ่ ณ เวลานี้ แต่ปัญหาคือแข้งทีมชาติ บราซิล จะยอมเอาชีวิตค้าแข้งที่กำลังจะขึ้นเลข 3 มาฝากไว้กับทีม “รองบ๊วย” ที่มีแต้มเท่า “บ๊วย” สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นเอามากๆหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีข่าวยิบๆย่อยๆให้แฟนได้อ่านแล้วมโนตามไม่ว่าจะเป็นการที่ บาร์เซโลน่า เสนอขาย คูตินโญ่ ให้ทั้ง แมนฯซิตี้ และ แมนฯยูฯ ในดีลแบบสลับขั้วทั้งในรายของ เฟอร์ราน ตอร์เรส และ อันโธนีย์ มาร์ซิยาล หรือ เอดิสัน คาวานี่ คนใดคนหนึ่ง
อีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ตลาดหน้าหนาวกำลังจะเปิดแล้ว เป็น 30 วันที่จะชี้ชัดอนาคตของ คูตินโญ่ ว่าจะรูดม่านอาชีพการค้าแข้งในรูปแบบไหน
สุดท้ายนี้เดอะ ค็อป ทุกคนล้วนแล้วแฮปปี้กับจุดที่ ลิเวอร์พูล ดำรงอยู่ ณ เวลานี้และถึงเวลาแล้วที่จะเอาใจช่วยให้ คูตินโญ่ ใช้เวลาที่เหลืออยู่กลับมาเป็น “พ่อมดน้อย” ให้ได้เหมือนเดิม…