กทม.พบสายพันธุ์โอไมครอน 18.3%
ศบค.สรุปสถานการณ์โอไมครอนในประเทศ ชี้เดลต้ายังเป็นสายพันธุ์หลัก ทั้งประเทศพบโอไมครอน 3.26% แต่หากแยกเฉพาะ กทม. โอไมครอนอยู่ที่ 18.3% จาก 180 ตัวอย่าง
วันที่ 20 ธันวาคม 2564 แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า โดยสรุปสถานการณ์การติดเชื้อโอไมครอนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมทั้งประเทศเป็นสายพันธุ์เดลต้าเป็นส่วนใหญ่ หรือคิดเป็น 96.61% สายพันธุ์โอไมครอน 3.26%
แต่หากแยกย่อยเฉพาะกรุงเทพมหานคร สายพันธุ์เดลต้าอยู่ที่ 81.1% ส่วนสายพันธุ์โอไมครอนอยู่ที่ 18.3% (จากจำนวน 180 ตัวอย่าง) ขณะที่ในภูมิภาคการระบาดของโอไมครอนอยู่ที่ 1.3% (จากจำนวน 1,415 ตัวอย่าง)
การคาดการณ์การระบาดถ้าคนในประเทศไม่มีภูมิคุ้มกันเลย ถ้าติดเดลต้า 1 คน สามารถแพร่เชื้อได้อีก 6.5 คน แต่ถ้าเป็นสายพันธุ์โอไมครอน 1 คน จะสามารถแพร่ไปได้ 8.45 คน จะเห็นว่าสายพันธุ์โอไมครอนระบาดได้เร็วกว่าเดลต้า
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลประเทศในทวีปแอฟริกาพบว่า คนที่ติดเชื้อโอไมครอน อัตราการป่วยหนักและนอนโรงพยาบาลยังไม่ได้มากกว่าคนที่ติดเดลต้า และองค์การอนามัยโลกได้ออกมาระบุว่าวัคซีนกระตุ้นจะสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโอไมครอนได้มากขึ้น
“โดยสรุปสถานการณ์โอไมครอนในประเทศไทยในขณะนี้เป็นสถานการณ์คล้ายกับสถานการณ์โลก มีคนติดเชื้อโอไมครอนมีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องกับสถานการณ์ทั่วโลกที่มีสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่มขึ้นเช่นกัน และทุกรายที่ติดเชื้อโอไมครอนในประเทศไทยก็ยังผูกโยงกับการเดินทางมาจากต่างประเทศ
และใน 1 ส่วน 4 ของคนที่มาจากต่างประเทศเป็นเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน ไม่เฉพาะแต่ประเทศในทวีปแอฟริกาเท่านั้น แต่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากหลายประเทศทั่วโลก” แพทย์หญิงสุมนีกล่าวและว่า
เพราะะฉะนั้นการยกระดับในการจัดการกับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาจะต้องมีการปรับอย่างแน่นอนซึ่งจะมีการพิจารณาใน ศบค.ชุดเล็กและเสนอต่อ ศบค.ชุดใหญ่ต่อไป