โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

หนองหาร บึงน้ำที่ใหญ่ที่สุดใน ภาคอีสาน กับตำนาน พญานาคถล่มเมือง

Inzpy

อัพเดต 01 พ.ย. 2565 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2565 เวลา 09.28 น. • inzpy.com

หนองหาร หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของจังหวัดสกลนคร เป็นบึงน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยสมัยก่อนก็มีเรื่องราวตำนาน พญานาคถล่มเมือง ที่เป็นจุดกำเนิดของบึงหนองหารแห่งนี้ ถ้าใครอยากรู้แล้วล่ะก็ ตามมาอ่านกันต่อได้เลยค่า

หนองหาร บึงน้ำที่ใหญ่ที่สุดใน ภาคอีสาน กับตำนาน พญานาคถล่มเมือง

เรื่องราวของหนองหารที่ต้นกำเนิดมาจากตำนานเรื่อง พญานาคถล่มเมือง จนเกิดผืนดินทรุดตัวขนาดใหญ่กลายเป็นบึงน้ำ ซึ่งเป็นตำนานที่คนภาคอีสานจะคุ้นเคยกันดี แต่ถ้าใครยังไม่ทราบวันนี้เราจะมาเล่าถึงตำนานหนองหารให้ทุกคนทราบกันค่ะ

ตำนาน พญานาคถล่มเมือง เป็นเรื่องที่เกิดจากความรักระหว่าง หญิงหนึ่ง ชายสอง ของวรรณคดีพื้นบ้านอีสาน “ผาแดงนางไอ่” เป็นตำนานรักระหว่างหญิงหนึ่งสองชาย โดยนางไอ่คำ เป็นธิดาผู้สิริโฉมของ พระยาขอม ผู้ปกครองนครเอกชะทีตา ด้วยความงดงามของนางไอ่คำทำให้เลื่องลือไปยังนครต่าง ๆ ทั้งโลกมนุษย์ และเมืองบาดาล มีชายหนุ่มมากมายที่หมายปองอยากได้นางมาอภิเษกสมรสด้วย

หนองหาร บึงน้ำที่ใหญ่ที่สุดใน ภาคอีสาน กับตำนาน พญานาคถล่มเมือง

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมถึง “ผาแดง” กษัตริย์แห่งเมืองผาโพง และ “ท้าวพังคี” โอรสพญาสุทโทนาคราช ครั้งหนึ่งพระยาขอมผู้เป็นบิดาของนางไอ่ได้ประกาศแจ้งข่าวตามเมืองน้อยใหญ่ให้จัดบั้งไฟมาจุดแข่งขันกันเพื่อบูชาพระยาแถนให้บันดาลฝนตกลงมาตามฤดูกาล และในครั้งนี้ถือว่าเป็นงานใหญ่ เพราะหากบั้งไฟของผู้ใดขึ้นสูงที่สุด ผู้นั้นจะได้อภิเษกกับนางไอ่ด้วย โดยกำหนดงานให้เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หลังจากที่ข่าวแพร่กระจายออกไปชายหนุ่มมากมายต่างก็สนใจเข้าร่วมแข้งบั้งไฟกันเป็นจำนวนมาก

มีผู้คนทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลมาร่วมงานจนแน่นเมือง ท้าวผาแดงเองก็ร่วมแข่งขันด้วย ทางพระยาขอมก็ให้การต้อนรับ ท้าวผาแดงเป็นอย่างดี เมื่อได้พบกับนางไอ่ต่างฝ่ายต่างก็หลงไหลซึ่งกันและกันเพียงในเวลาไม่ถึงวัน ส่วนฝ่ายท้าวพังคี หลังจากทราบข่าวก็รู้สึกอยากมาเห็นความสิริโฉมของธิดาพระยาขอมด้วย จึงได้แปลงกายเป็น “กระรอกเผือก” เพื่อเข้ามายังเมืองเอกชะทีตารอยลโฉมของนางไอ่ การแข่งขันบั้งไฟเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ในการแข่งขันนั้นมีบั้งไฟของพระยาแดดเมืองฟ้าแดดสูงยาง และของพระยาเชียงเหียน ที่ขึ้นสู่ท้องฟ้านานเป็นเวลา วัน 3 คืน แต่พระยาทั้งสองเป็นอาของนางไอ่ จึงยังไม่มีผู้ใดที่จะได้อภิเษกกับนาง

หนองหาร บึงน้ำที่ใหญ่ที่สุดใน ภาคอีสาน กับตำนาน พญานาคถล่มเมือง

ด้วยความหลงใหลในตัวนางไอ่ของท้าวพังคี อยากที่จะเข้าไปดูใบหน้าให้เห็นใกล้ ๆ จึงได้ไต่ขึ้นต้นไม้ที่อยู่ใกล้กับหน้าต่างห้องนอนของนางไอ่ แต่รูปลักษณ์ของกระรอกเผือกที่งดงาม และมีกระดิ่งทองห้อยไว้บนคอ จึงเป็นที่โดดเด่นจนสะดุดตาของนางไอ่เข้า นางไอ่ก็พยายามตามจับแต่จับเท่าไรไม่ได้สักที จนเกิดเป็นความโมโหก็ได้สั่งให้นายพรานตามจับกระรอกเผือกมาให้ได้ ไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตาย

เมื่อท้าวพังคีรู้ตัวก็รีบวิ่งหนีจนไปพบกับต้นมะเดื่อที่ออกผลอยู่เต็มต้นไม้ ด้วยความหิวจึงหยุดกินผลมะเดื่อ นายพรานที่ตามมาติด ๆ จึงได้โอกาสเป่าลูกดอกอาบยาพิษ เมื่อกระรอกเผือกรู้ว่าตนเองกำลังจะตาย จึงได้สั่งให้บริวารนำเรื่องไปแจ้งกับบิดาให้ทราบก่อนตาย และตั้งจิตอธิษฐานว่า “ขอให้เนื้อของตนนั้นมีมากมายถึงแปดพันเล่มเกวียนพอเพียงที่จะเลี้ยงคนได้ทั้งเมือง” เมื่อกระรอกเผือกสิ้นใจ กระรอกเผือกก็ขยายใหญ่ขึ้น จนมากพอที่นายพรานจะชำแหละเนื้อไปแบ่งให้กับชาวบ้านกินโดยทั่วกันทั้งเมือง เว้นเพียงแต่แม่หม้าย ที่ต่างรังเกียจ

หนองหาร บึงน้ำที่ใหญ่ที่สุดใน ภาคอีสาน กับตำนาน พญานาคถล่มเมือง

เมื่อบริวารไปบริวารไปบอกสุทโธนาคราชผู้ครองเมืองบาดาล ท่านทรงโกรธแค้นมาก และได้สั่งให้เหล่าบริวารทั้งหลายจัดเตรียมกองทับไปถล่มเมืองพระยาขอม ใครที่ได้กินเนื้อของกระรอกเผือกให้ฆ่าทิ้งเสียให้หมด ขณะที่พญานาคกำลังนำทับขึ้นมาจากเมืองบาดาล ท้าวผาแดงก็กำลังขี่ม้า “บักสาม” มุ่งหน้ามายังเมืองเอชะทีตา เพื่อมาพบกับนางไอ่ ระหว่างทางก็ได้เห็นพญานาคมากมายอยู่เต็มไปหมด จึงนำความมาบอกกับนางไอ่ แต่นางไอ่กับไม่ได้สนใจอะไร และนำเนื้อกระกอกมาให้ผาแดงกิน และอยู่ด้วยกันจนค่ำมืด และเผลอหลับไป

ในช่วงเวลายามค่ำคืน จู่ ๆ เมืองเอชะทีตาก็เกิดแผ่นดินไหว บ้านบ้านเมืองก็เริ่มทรุดตัวลงอย่างช้า ๆ เหตุจากเหล่าพญานาคช่วยกันขุดโพรงใต้เมืองให้เป็นหลุมขนาดใหญ่จนในที่สุด เมืองเอชะทีตาก็จนลงไปอยู่ด้านล่าง และในขณะนั้นเหล่าพญานาคก็ออกตามล่าผู้คนที่ได้กินเนื้อกระรอก ครั้นเมื่อผาแดงรู้ตัวก็จึงเรียก บักสาม ม้าตัวโปรดของผาแดงมา และพานางไอ่ควบม้าหนีออกไป แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหนีพ้นพลังของพญานาค ทั้งผาแดง นางไอ่ และม้าบักสาม จึงถูกดูดลงสู่ใต้เมืองเฉกเช่นเดียวกับผู้อื่น และบริเวณเมืองเอชะทีตาก็ได้กลายเป็นเมืองที่จมลงสู่ใต้บาดาล จะเหลือเพียงเกาะเล็ก ๆ อยู่ 7-8 เกาะ ที่เป็นที่อพยพของแม่หม้ายที่ไม่ได้กินเนื้อกระรอกเหมือนคนอื่น ๆ

ส่วนสาเหตุที่ท้าวพังคีต้องตายนั้น เชื่อกันว่า เกิดจากแรงอธิษฐานของนางไอ่ เมื่อสมัยอดีตชาติเคยเกิดเป็นคนยากจนที่ได้มาทำงานในบ้านของเศรษฐีผู้หนึ่ง เขาเป็นคนขยันมาก ทำงานไม่จักเหน็ดเหนื่อย จนเศรษฐีพึงพอใจ และยกลูกสาวให้ภรรยา แต่ผู้เป็นสามีก็เอาแต่ขยันทำงานจนไม่เคยสนใจไยดีกับภรรยาเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่นางก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก อยู่มาวันหนึ่งคนยากจนผู้นี้ก็ชวนเธอกลับไปยังบ้านเกิด ระหว่างทางเกิดเสบียงหมด โชคยังดีที่อยู่ใกล้กับต้นมะเดื่อที่ออกผลเต็มต้น คนยากจนจึงปีนขึ้นไปเก็บลูกมะเดื่อลงมากินโดยไม่แบ่งให้ผู้เป็นภรรยาเลย นางจึงตัดสินใจขึ้นไปเก็บกินเอง เมื่อกินอิ่มแล้วลงมาจากต้นมะเดื่อก็ไม่พบสามีของตนแล้ว นางจึงรู้สึกทุกทรมานเป็นอย่างมาก เดินด้วยจิตใจที่ว่างเปล่ามายังแม่น้ำแห่งหนึ่ง และได้ลงอาบน้ำ ดื่มน้ำกินให้รู้สึกสดชื่น ตอนนี้เองนางก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ชาติหน้าขอให้สามีนอนตายอยู่บนกิ่งไม้ อย่าได้มาเป็นสามีภรรยากันอีกเลย”

หนองหาร บึงน้ำที่ใหญ่ที่สุดใน ภาคอีสาน กับตำนาน พญานาคถล่มเมือง

ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์มอง หนองหาร เกิดจากการยุบตัวของแผ่นเปลือกโลกอันเนื่องมาจากการถูกชะล้างของชั้นหินเกลือใต้ดินจนเกิดโพรงขนาดใหญ่ และเกิดการพังทลายยุบตัวลงเป็นหนองน้ำในเวลาต่อมา หนองหารกลายเป็นทะเลสาบน้ำจืด ขนาดลึก 2 – 10 เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดมากมาย ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชาวสกลนคร และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่หนึ่งในจังหวัดสกลนคร หากใครมีโอกาสได้ไปก็อย่าลืมแวะไปสัมผัสธรรมชาติที่หนองหารกันได้นะคะ


ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:

https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...