เปิดประวัติ Black Diamond Truffle ส่วนผสมเลอค่าใน Re-Nutriv Ultimate Diamond
ในแวดวงอาหารใครหลายคนคงจะคุ้นเคยกันดีกับ‘เห็ดทรัฟเฟิล’ วัตถุดิบหายากอันเลอค่าทั้งรสชาติและสรรพคุณที่แค่ฝานบางๆ ลงบนจานอาหารก็เพิ่มมูลค่าได้เป็นกอง สำหรับแวดวงความงามเองก็ได้มีการนำทรัฟเฟิลมาใช้เพื่อประสิทธิภาพในด้านการบำรุงผิวพรรณเช่นกันอย่างBlack Diamond Truffle ส่วนผสมเอกสิทธิ์ใน‘Re-Nutriv Ultimate Diamond’ ไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยมของEstēe Lauder
ล่าสุดเรามีโอกาสได้ไปพบปะกับทีม Estēe Lauder ประเทศไทยพร้อมฟังเรื่องราวของเห็ด Black Diamond Truffle ซึ่งทำให้ถึงบางอ้อว่าทำไมมันถึงถูกขนานนามว่า ‘เพชรสีนิลของโลก’
Discover the Black Diamond Truffle
เห็ดทรัฟเฟิลแบล็กไดมอนด์พบได้ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันระหว่างรากของต้นโอ๊คและต้นเฮเซลนัทที่สูงตระหง่านอยู่ในผืนป่าซึ่งเหล่ารากและดินที่อุดมสมบูรณ์นี้จะทำหน้าที่ดูดซับเอาสารอาหารเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมต่อการเติบโตก็อาจต้องใช้เวลานานถึง 10 ปีกว่าที่เห็ดทรัฟเฟิลแบล็กไดมอนด์จะเริ่มกำเนิด แม้แต่เหล่านักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดทรัฟเฟิลเองก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้แน่นอนว่าจะพบเห็ดทรัฟเฟิลหรือไม่และเมื่อไหร่
สิ่งที่รู้ได้แน่ชัดคือเห็ดทรัฟเฟิลจะเติบโตเต็มที่ในช่วงฤดูหนาวดังนั้น การเก็บเกี่ยวจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลานี้ของปีเท่านั้น และเพื่อการคงคุณภาพที่ดีที่สุดเห็ดทรัฟเฟิลจะถูกเก็บรวบรวมด้วยมือโดยใช้ขอเกี่ยวที่เรียกว่า cavadou และสุนัขที่ได้รับการฝึกมาเพื่อการค้นหาเห็ดทรัฟเฟิลโดยเฉพาะ ซึ่งทาง Estēe Lauder เองก็ได้ร่วมมือกับผู้ชำนาญด้านการเก็บเห็ดทรัฟเฟิลรายเดียวมาเป็นเวลากว่าทศวรรษเพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพของเห็ดที่ได้ล้วนเป็นเกรดพิเศษ (Extra Class) และยังเป็นเกรดที่สงวนไว้สำหรับ Re-Nutriv เท่านั้น
Sourcing Only the Best
แค่ขั้นตอนการเก็บเห็ดก็รู้สึกเหนื่อยแทนแล้ว ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มเท่านั้น หลังจากที่ทาง Estēe Lauder ได้เห็ดทรัฟเฟิลหายากเหล่านี้มาแล้วก็จะนำมันมาเข้าสู่กระบวนการจัดเรียงแล้วทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่หลงเหลืออยู่ออกจนหมด จากนั้นจัดวางลงในตะกร้าหวายและนำไปเก็บไว้ในที่มืด เย็น และแห้ง ซึ่งเห็ดที่สมบูรณ์เต็มดอก โตเต็มที่ และได้รับการคัดเลือกว่าเป็นเกรดพิเศษเท่านั้นที่จะถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นสารสกัด Re-Nutriv Black Diamond Truffle Extract เทคนิคในการคัดเลือกเกรดคือการสังเกตการตัดกันของเส้นลายที่คล้ายหินอ่อนสีขาวสดใสที่ถักทออย่างละเอียดไปทั่วทั้งบริเวณสีดำที่อยู่ด้านใน เปรียบได้กับเพชรที่จะถูกคัดเกรดตามคุณสมบัติของเพชรแต่ละเม็ดก่อนที่จะถูกนำมาเจียระไนโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญ
A post shared by Estee Lauder Thailand Market (@esteelauderth)
หลังจากที่เห็ดทรัฟเฟิลแบล็กไดมอนด์ถูกเก็บมาด้วยกรรมวิธีอันซับซ้อนข้างต้นแล้ว ทางแบรนด์ก็ยังไม่สามารถเริ่มการสกัดได้ทันที แต่ยังต้องบรรจุและปิดผนึกอย่างดีในถุงสุญญากาศ และขนส่งไปยังห้องปฏิบัติการวิจัยซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองคานส์ในประเทศฝรั่งเศสเสียก่อน โดยจะไม่มีการแช่แข็งหรือทำให้แห้งเพื่อรักษาองค์ประกอบของสารอาหารของทรัฟเฟิลที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าอันน่าทึ่งเอาไว้
The Transformation
และแล้วก็เดินทางมาถึงขั้นตอนสุดท้ายกับการสกัดส่วนผสมกันล้ำค่าภายในเห็ดทรัฟเฟิลแบล็กไดมอนด์เพื่อที่จะนำมาผสมผสานในไลน์ผลิตภัณฑ์ ReNutriv โดยเห็ดทรัฟเฟิลทั้งดอกจะถูกบดละเอียดแล้วนำมากรองสองชั้นเพื่อให้มีความบริสุทธิ์มากเป็นพิเศษ และคงสารอาหารที่เข้มข้นอย่างครบถ้วนเพื่อประสิทธิภาพการบำรุงสูงสุด เรียกว่ากว่าจะได้มาแต่ละหยดหยาดของ Black Diamond Truffle Extract อันล้ำค่านี้ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ยาวนานถึงเกือบ 10,000 ชั่วโมงเลยทีเดียว
หลังจากที่ได้ฟังประวัติอันน่าทึ่งนี้ เรายังมีโอกาสได้พิสูจน์ผลลัพธ์กับไลน์ผลิตภัณฑ์ Ultimate Diamond ผ่านการปรนนิบัติผิวหน้าด้วยการนวด 14 ท่า ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นฮีโร่อย่าง Re-Nutriv Ultimate Diamond Transformative Brilliance Serum เซรั่มสูตรนวัตกรรมที่มอบผลลัพธ์ผิวเปล่งประกาย สว่างกระจ่างใส เผยผิวกระชับ และอ่อนนุ่ม
A post shared by Estee Lauder Thailand Market (@esteelauderth)
รวมไปถึง Eye Serum และ Energy Creme Rich ที่ใช้เป็นมาสก์ในขั้นตอนสุดท้าย ประกอบกับการนวดด้วยแปรง หินร้อน และโรลเลอร์ แล้วเราคงต้องยืนยันว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นช่างน่าประทับใจ
Editor’s Thoughts
“ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากการนวดผิวหน้าด้วยไลน์ Ultimate Diamond ตั้งแต่ครั้งแรกคือรอยด่างดำและรอยแดงจากสิวที่ดูจางลงทันที รูขุมขนดูเบลอ ผิวดูกระชับ อิ่มเอิบ และนุ่มเด้งขึ้นจริงๆ”