โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความท้าทายของ ‘นุ่น-ณิชยา เอครพานิช’ ทายาทรุ่น 2 ของแบรนด์ไฮจิวเวลรี่ “Blue River” ที่มีอายุมากกว่า 4 ทศวรรษ

ELLE Thailand

เผยแพร่ 08 ก.ย 2565 เวลา 16.00 น. • ELLE Thailand

ความพิถีพิถันในงานคราฟต์ของ ‘Blue River’ (บลู ริเวอร์) แบรนด์ High Jewelry สัญชาติไทยที่เปี่ยมด้วยความหรูหราของอัญมณีอันล้ำค่าและพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องประดับชั้นสูงอันโดดเด่นทั้งรูปทรงที่มีความร่วมสมัยและลวดลายอันวิจิตรแบบไทย จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง มากกว่า 4 ทศวรรษ จากจุดเริ่มต้นโดย คุณณรงค์ – คุณวิภาดา ธรรมาวรานุคุปต์ ผู้ก่อตั้ง Blue River Diamond ตั้งแต่ปี 1973 จนถึงการสืบทอดกิจการในทายาทรุ่นที่สองคุณนุ่น-ณิชยา ธรรมาวรานุคุปต์ เอครพานิช ลูกสาวคนสุดท้องของตระกูล ผู้กุมบังเหียนและบริหารงานในตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท บลูริเวอร์ 1977 จำกัด

วันนี้ แอล ประเทศไทย จะพาคุณมารู้จัก ‘ผู้หญิงเก่ง’ คนนี้ถึงไลฟ์สไตล์การทำงานและกลยุทธ์การรักษาเอกลักษณ์ การปรับตัวตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไปตามค่านิยมของ Blue River รวมถึงความพิเศษที่แบรนด์ได้เตรียมไว้สำหรับงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ครั้งที่ 67 ในวันที่ 7-11 กันยายน 2565 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นุ่น-ณิชยา เอครพานิช

ELLE: เล่าถึงการตัดสินใจมารับช่วงสืบทอดกิจการ Blue River ในฐานะทายาทรุ่นที่สอง

Noon: อย่างแรกที่นุ่นเลือกมาอยู่ตรงนี้ คือ เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก ซึ่งเป็นธุรกิจของคุณพ่อคุณแม่ที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็ก ว่าท่านสร้างมาอย่างไร เรียกได้ว่ามันเป็นดีเอ็นเอหนึ่งในร่างกายเรา จริง ๆ แล้ว ตัวนุ่นมีแพชชั่นหลายอย่าง ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ให้อิสระในการศึกษากับเรา นุ่นไม่ได้จบจิวเวลรี่มาโดยตรง แต่จบทาง Finance & Accounting ในช่วงนั้นเราได้ออกไปเรียนรู้เห็นมุมมองหลากหลาย รวมถึงการค้นพบแรงจูงใจที่เกิดจากการทำสิ่งที่เรารักแล้วมีความสุข นำมาปรับใช้กับธุรกิจของครอบครัว แล้วตอนนี้ยิ่งมีสื่อออนไลน์ก็ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้และนำมาพัฒนาตัวเองเสมอ โดยมีทีมงานคอยสนับสนุน ส่งผลให้แบรนด์ของเรามีทิศทางที่ชัดเจนสามารถฝ่าวิกฤตต่าง ๆ ไปได้

ELLE: บทบาทและความรับผิดชอบของคุณนุ่นที่ Blue River

Noon: นุ่นดูแลในส่วนของ Sale & Marketing เป็นหลักค่ะ รวมถึงการทำ Branding ที่เป็นตัวตั้งต้นในการระบุตัวตนของ ‘Blue River’ เพื่อให้เห็นชัดถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการสื่อถึงเขา นำมาพัฒนาต่อเป็นโปรดักชั่นที่เรามองว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใคร ช่องทางไหนที่เหมาะสม ซึ่งจะออกมาในรูปแบบของกิจกรรมทางการตลาดทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว โปรโมชันต่าง ๆ รวมถึงการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดโดยทีมเล็ก ๆ คุณภาพของเราที่มีเพียง 4 คน และมีบางส่วนที่ Outsource ออกไปค่ะ

ELLE: คุณนุ่นจัดลำดับความสำคัญอย่างไรให้ชีวิตส่วนตัวและบทบาทหน้าที่ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขในทุกๆ วัน

Noon: ในฐานะที่เราเป็น ‘Working Mom’ ต้องสวมหมวกหลายใบ ทั้งการเป็นคุณแม่ที่ดี แล้วยังต้องเป็นผู้นำแบบมืออาชีพ มันเป็นสิ่งที่ท้าทายให้เราต้องทำออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด เราโชคดีที่สามารถยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้ ทุกวันนี้นุ่นได้จัดลำดับความสำคัญว่าต้องทำอะไรบ้าง และทำอย่างไร อาทิ การเป็น ‘แม่’ นุ่นจะให้ลูก ๆ เข้าใจและเห็นถึงการทำงานของเราเป็นแบบอย่าง เพื่อพวกเขาจะได้ไม่น้อยใจที่เราไม่เหมือนกับแม่คนอื่น ส่วนการทำงานเราสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ในการประชุมได้ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและได้งานที่มีประสิทธิภาพที่เท่ากันหรือมากกว่าเดิม

ELLE: นิยามความเป็น “ผู้หญิง” เมื่อเปรียบกับ “เครื่องประดับและอัญมณี” อันล้ำค่า

Noon: อัญมณีเป็นสิ่งสวยงาม ทรงคุณค่า และมีความหลากหลาย เฉกเช่นเดียวกับผู้หญิงที่มีความสวยงามในแบบของตัวเองที่แตกต่างกัน อัญมณีจำพวกเพชร พลอย ทับทิม โกเมน บุษราคัม เมื่อได้รับการเจียระไนและดีไซน์แล้ว อัญมณีเหล่านี้ก็จะเฉิดฉายความสวยในแบบของตัวเองออกมา

ELLE: กลยุทธ์ในการรักษาความเป็นเอกลักษณ์ท่ามกลางยุคสมัยนิยมของ Blue River ให้ยังคงเป็นแบรนด์ไฮจิวเวลรี่อันดับต้น ๆ ของประเทศ

Noon: ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็นสิ่งที่นุ่นได้รับมาจากคุณพ่อเต็ม ๆ ด้วยความจริงใจและความซื่อสัตย์ที่เรามีให้ลูกค้า บวกกับจุดแข็งเรื่องดีไซน์งานคราฟต์ของฝีมือช่างไทย ที่บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจให้ลูกค้ามองเห็นถึงความพิเศษของเครื่องประดับชิ้นนั้น จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

เมื่อเวลาเปลี่ยนผ่าน เข้าสู่เจนเนเรชั่นที่สองต่อจากรุ่นของคุณพ่อ ในช่วงสามปีแรกนุ่นได้ทำการรีแบรนด์จาก Blue River Diamond เป็น Blue River ในช่วงนั้นนุ่นทำงานกับทีมในทุกขั้นตอนว่าเราจะทำอย่างไรให้แบรนด์ยังคงอยู่คู่กับคนไทยแบบไม่เอาต์ ด้วยตัวแบรนด์ที่มีอายุมาก เราไม่ได้มีแค่ข้อดีที่ทำให้อยู่นาน แต่ก็มีข้อเสียที่ถ้าเราไม่ปรับตัวก็อาจทำให้ผู้บริโภคคิดว่าเราแก่ เราจึงต้องย้อนกลับมาที่ตัวเองและมองกลุ่มลูกค้าของเราในระยะสิบปีที่ผ่านมาว่าเป็นใคร คาแรคเตอร์เป็นอย่างไร

ลูกค้าของเรา คือ กลุ่มคนที่ชื่นชอบสรรหาของคุณภาพให้ตัวเอง โดยดูจากวัสดุและการออกแบบที่ทางร้านเราได้สร้าง Demand และ Supply ให้ลูกค้าได้เห็นถึงรูปแบบที่หลากหลาย เป็นสีสันให้วงการจิวเวลรี่ ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ จะรู้ว่าเราเปลี่ยนแปลงดีไซน์ให้แปลกตาและโดดเด่นอยู่เสมอตามสมัยนิยม และเพื่อให้ลูกค้าจดจำเราได้ เราจะมีข้อมูลลูกค้าวีไอพีที่ยังคงดูแลกันอยู่ตลอด เมื่อเข้าสู่ยุคออนไลน์ก็ยิ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ได้มากขึ้น และปรับให้มีการซื้อขายทางออนไลน์ที่ง่ายและยังคงความน่าเชื่อถือไว้อยู่

ELLE: เทคนิคการเจาะตลาดต่างประเทศในด้านธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ

Noon: เดิมทีเรามีตลาดหลัก ๆ คือ ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง เมื่อเข้าสู่วิกฤตโควิด-19 ทำให้งานนิทรรศการโชว์สินค้าก็ยกเลิกจัดในแถบยุโรป อเมริกาก็โดนพิษเศรษฐกิจ ทำให้ช่วงเวลานั้นลูกค้าหายไปเยอะ แต่ก็ยังมีลูกค้าแถบตะวันออกกลางที่ยังมีการทำธุรกิจด้วยกันอยู่ทั้งรูปแบบ B2B และ B2C ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ที่มาซื้ออัญมณีกับเรา แล้วนำไปขายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เราก็ยังคงใช้ ‘การจัดนิทรรศการ’ ให้เป็นที่รู้จักก่อน ซึ่งรูปแบบนี้ในฮ่องกงทำให้เราเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยม แต่การมีหน้าร้านในต่างประเทศยังเป็นเรื่องที่ทางแบรนด์ยังต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะตอนนี้ช้อปในไทยของเรายังมีความเสถียร หลังจากที่สถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้นแล้ว ทำให้เราสามารถรองรับลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยได้สะดวกขึ้น คาดว่าสิ้นปีนี้จะดีขึ้นตามลำดับค่ะ

ELLE: Blue River มีวิธีรับมือและปรับตัวจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร

Noon: จิวเวลรี่ไม่ใช่สินค้าหลักที่คนจะซื้อในช่วงวิกฤตโควิด-19 อยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องปรับตัวอย่างแรกคือ‘การสื่อสาร’ ในฐานะผู้บริหาร เราต้องแอ็กทีฟอยู่ตลอดเวลา และอย่างที่สองคือ ‘การจัดระบบ’ การทำงานของพนักงานให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า จากเดิมลูกค้าจะ Walk-in เข้ามาที่ร้าน แต่ช่วงนั้นลูกค้าน้อยลงหรือแทบไม่ได้เปิดร้านเลย เราจึงปรับตัวด้วยการขายทางออนไลน์ทั้ง Instagram และ Facebook ซึ่งเราก็ทำคอนเทนต์สื่อสารกับลูกค้าให้พวกเขาสัมผัสถึงประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ อีกทั้ง เรายังมี VIP Consumer Service Online ที่จะคอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำไปจนถึงปิดดีลการขาย ซึ่งออนไลน์ก็ทำให้เราได้เจอลูกค้าหน้าใหม่เข้ามาเยอะมากเหมือนกัน

ELLE: จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเหตุใดเครื่องประดับและอัญมณีไทย ยังเป็นที่ต้องการในต่างประเทศและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

Noon: จริง ๆ มันก็มีหลายปัจจัยที่เครื่องประดับและอัญมณีไทย ยังได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘งานคราฟต์’ เพราะฝีมือคนไทย ขึ้นชื่อในเรื่องงานคราฟต์จิวเวลรี่ที่ดีที่สุด และจังหวัดจันทบุรีก็ยังคงเป็น Hub สำคัญของอัญมณีส่งออก โดยเฉพาะชาวแอฟริกันที่เข้ามาทำธุรกิจเทรดดิ้งในไทยเป็นจำนวนมาก บวกกับสิ่งแวดล้อมที่ดีทั้งอาหาร ผู้คน ความเป็นอยู่ ก็ล้วนทำให้ต่างชาติเลือกมาทำธุรกิจอัญมณีในบ้านเรา

ELLE: ความพิเศษที่ทาง Blue River ได้เตรียมไว้สำหรับงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ครั้งที่ 67

Noon: เราจัดทำ ‘คอลเล็กชั่นพิเศษ’ ที่จะเปิดตัวในงานนี้โดยเฉพาะ มีประมาณ 20 ชิ้น เน้นวัสดุพวกเพชรและพลอยหลายชนิดนำมาดีไซน์เป็นเอเชียนสไตล์ ซึ่งเราหาสิ่งใหม่ ๆ มาให้ลูกค้าได้หายคิดถึงแบรนด์ หลังจากที่ไม่ได้จัดมา 2 ปี ในช่วงวิกฤตโควิด-19 อย่าลืมแวะมาชมกันนะคะ

ELLE: การกลับมาของ Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ครั้งที่ 67 มีความพิเศษอย่างไร

Noon: ความพิเศษแรก คือ ผู้จัดนิทรรศการหรือผู้ค้าจิวเวลรี่เต็มจนล้นเลยค่ะ นั่นหมายถึงว่าเราจะได้พบกับจิวเวลรี่ที่หลากหลายและมากมายตระการตาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Gemstone, Fine Jewelry, Mixed Jewelry และระบบการจัดงานของเมืองไทย ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการอำนวยความสะดวก ทั้งโรงแรม หรือ Shuttle bus รับ-ส่ง รวมถึง Buyer ต่างชาติที่ในปีนี้น่าจะเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะการผ่อนผันมาตรการของรัฐบาลที่เอื้อต่อการเข้ามาอย่างสะดวกซึ่งเป็นทางเลือกที่ดี

ELLE: สิ่งที่ผู้เข้าชมงานจะได้รับจาก Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ครั้งที่ 67

Noon: สิ่งแรกที่ผู้เข้าชมได้พบ คือ ผู้ประกอบการที่เป็นแบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและผู้ประกอบการแบบ OEM ที่ส่งออก Product จะมีตั้งแต่เครื่องจักร Packaging เพชรและพลอย รวมไปจนถึงจิวเวลรี่ ซึ่งแน่นอนว่าผู้เข้าชมก็จะได้เห็น Trend การออกแบบและการใช้วัสดุแปลกใหม่ในชิ้นงานจิวเวลรี่ในรอบ 3 ปีหลังโควิดค่ะ

เตรียมชมความวิจิตรสวยงามและคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดของ Blue River ที่งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 67 ตั้งแต่วันที่ 7-11 กันยายน 2565 โดยแบ่งเป็น วันเจรจาธุรกิจ วันที่ 7-9 กันยายน 2565 เวลา 10.00-18.00 น. เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้วันที่ 10 กันยายน เวลา 10.00-18.00 น. และ 11 กันยายน 2565 เวลา 10.00-17.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bkkgems.com หรือทาง Bangkok Gems & Jewelry Fair

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...