โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ไล่เรียงเรื่องราวดราม่า Piastri ย้ายซบ McLaren

Car2day

อัพเดต 05 ก.ย 2565 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2565 เวลา 10.58 น. • Car2Day

การต่อสู้แย่งชิง Oscar Piastri ระหว่าง McLaren และ Alpine ได้ผลสรุปออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นฝ่ายแรกที่ได้ตัวนักแข่งออสซีไปร่วมทีมในปี 2023

ผลของเหตุการณ์ข้างต้นไม่เพียงแต่ทำให้ Alpine ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมทางกฎหมายสูงถึง 540,000 ปอนด์ เท่านั้น แต่มันยังทำให้หลายฝ่ายได้รับผลกระทบจากคำด่าทอดูถูกเหยียดหยามมากมาย โดยเฉพาะตัวของ Piastri เอง

Piastri นั้นถูกกล่าวหาว่า ‘ขาดความซื่อสัตย์’ ต่อองค์กร จาก Otmar Szafnauer ทีมบอส Alpine หลังจากที่เขาหันหลังให้กับทีมแข่งซึ่งสนับสนุนเส้นทางอาชีพนักแข่งรถของเขา

ไม่เพียงเท่านั้น Piastri ยังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จาก Toto Wolff ทีมบอส Mercedes ซึ่งชี้ให้เห็นถึง ‘ความซื่อสัตย์ที่ควรมี’ และ ‘การรับผลกรรม’

ในอีกด้านหนึ่ง McLaren เองก็เจอกับกระแสสังคมในแง่ลบเช่นกัน จากการที่พวกเขาเซ็นสัญญากับ Piastri เพื่อลงแข่งขันให้กับทีมในปี 2023 ในขณะที่ยังคงมีสัญญากับ Daniel Ricciardo อยู่

เมื่อการเจรจาทั้งหมดได้ข้อสรุป ในตอนนี้มุมมองและภาพต่าง ๆ ที่เราไม่เคยเห็นก็ได้เริ่มปรากฏออกมา และสถานการณ์บางอย่างก็ได้แตกต่างไปจากสิ่งที่หลายคนคิดอยู่มาก

Motorsport.com ได้พูดคุยกับคนวงในหลายคนที่มีความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี และความจริงก็คือ แทนที่จะเป็นเรื่องของ Piastri ‘นักขับหนุ่มที่โหดเหี้ยมและทีมผู้จัดการของเขา’ ที่ร่วมมือกันทรยศต่อทีม มันกลับเป็นเรื่องของพวกเขารู้สึกผิดหวังและได้ข้อสรุปว่า พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมองหาที่อื่นหรือเสี่ยงที่จะไม่ได้อะไรเลย

และจากมุมมองของ McLaren พวกเขามีความผิดเพียงเพราะความพยายามในการไล่ตามตัวนักแข่งที่มีความสามารถมากที่สุดคนหนึ่งให้มาอยู่ในมือเมื่อสบโอกาส

ข้อโต้แย้งของคณะกรรมการการรับรู้สัญญา (Contract Recognition Board – CRB)

Piastri McLaren

กรณีระหว่าง Alpine และ CRB เป็นการตรวจสอบเอกสารข้อกำหนด ซึ่งเป็นแผนการคร่าว ๆ ของ Alpine สำหรับนักแข่งออสซีระหว่างปี 2020 ถึง 2023 ซึ่งเดิมทีเอกสารนี้ได้ถูกส่งไปยัง Piastri และผู้จัดการของเขาอย่าง Mark Webber เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2021 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการโต้ตอบที่มีรายละเอียดการตอบกลับของทีมโดยใช้ตัวเลือกที่มี

ในขณะนั้น (และได้รับการตกลงกันในอีเมลฉบับต่อ ๆ ไป) Alpine และ Piastri/Webber นั้นเห็นพ้องอย่างชัดเจนว่า วิธีที่ดีที่สุดในการดำเนินการจากเอกสารข้อกำหนดนี้คือ การแยกสัญญาออกเป็น 2 ฉบับ ฉบับหนึ่งสำหรับการเป็นนักแข่งสำรองในปี 2022 และอีกฉบับหนึ่งสำหรับการลงเป็นนักแข่ง F1 ตัวจริงสำหรับปี 2023/2024

ในจดหมายที่ Laurent Rossi, CEO ของ Alpine ส่งไปให้ในวันนั้น เขาสัญญาว่าข้อตกลงการเป็นนักแข่ง F1 ที่ถูกต้องจะถูกส่งถึงมือ Piastri/Webber ในไม่ช้า เพื่อดำเนินการภายใน 10 วันทำการ หลังจากได้รับสัญญาแบบเดียวกัน

ปรากฏว่าไม่มีข้อตกลง F1 ดังกล่าวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเป็นนักแข่งสำรองหรือนักแข่งตัวจริง และเป็นที่เข้าใจกันว่า นั่นทำให้ Webber และ Piastri มีความผิดหวังเป็นอย่างมากต่อความล่าช้าที่เกิดขึ้น

ในการติดต่อกันระหว่าง Webber และทีมกฎหมายของ Alpine ในช่วงหลายสัปดาห์ถัดมา เห็นได้ชัดว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นไม่ได้ดำเนินการไปอย่างรวดเร็วอย่างที่อดีตนักแข่ง F1 จะรู้สึกชื่นชอบนัก

สิ่งนี้ถูกกล่าวโทษในขั้นต้นว่าเป็น 'คอขวด' ในระบบที่เกิดจากการขาดทรัพยากร และจากนั้นก็เกิดความล่าช้าขึ้นอีกเมื่อทีมงานเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวรถใหม่

ท่ามกลางการเปิดตัวของ A522 ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทางทีมได้ให้สัญญาว่าเรื่องทั้งหมดจะคลี่คลาย

Webber ได้ถามถึงความเป็นไปได้ที่สัญญาจะถูกทำขึ้นก่อนวันที่ 1 มีนาคม เพื่อให้ทาง Piastri มีเวลาในการประเมินก่อนที่จะลงนามก่อนเปิดฤดูกาลที่บาห์เรน

ในวันที่ 2 มีนาคม Webber ได้รับคำมั่นว่า สัญญาจะอยู่ในมือของเขาในช่วงสายของวันนั้น

2 วันต่อมา Webber ได้รับ ‘ร่างข้อตกลงการเป็นนักแข่งสำรอง’ โดยมีข้อความระบุว่า รายละเอียดของข้อตกลงการเป็นนักแข่ง F1 สำหรับปี 2023/2024 จะตามมาอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์ถัดไป

ข้อตกลงฉบับหลังนี้ไม่ได้มาตามนัดแต่อย่างใด โดยในตอนแรกนั้น Alpine อธิบายว่ามีความล่าช้าเกิดขึ้นจากการจัดบทบาทนักแข่งสำรองที่ทำร่วมกับ McLaren

เมื่อฤดูกาลแข่งขัน F1 ใกล้เข้ามา ด้วยข้อตกลง Concorde ทาง Alpine จะต้องยื่นเรื่องขอใบอนุญาตขับแข่งกับทาง CRB เพื่อให้ Piastri ได้รับอนุญาตในการขับ F1 บนแทร็ค โดยได้มีการเสนอให้ Piastri ลงเป็นนักแข่งสำรอง เพื่อจัดการกับแต้มในใบอนุญาตขับแข่ง จากนั้นข้อตกลงการเป็นนักแข่ง F1 ที่ถูกแยกออกมาสำหรับปี 2023 และ 2024 จะตามมาในภายหลัง

Piastri McLaren

ด้วยข้อตกลงนักแข่งสำรองที่ไม่ได้ลงนามทั้งนักแข่งหรือทีม ณ จุดนั้น Alpine จึงได้ส่งเอกสารไปยัง CRB ในวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งมีเอกสารข้อกำหนดของเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่ลงนามโดยทั้ง 2 ฝ่าย

ทางทีมได้ติดลาเบลที่ส่วนหัวโดยระบุว่ามันเป็น ‘ข้อกำหนดที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย’ ที่ไม่ได้ถูกลงนาม และไม่ได้ถูกนำเสนอคำเหล่านี้ ซึ่งอันที่จริงควรจะเป็นข้อตกลงซึ่งถูกแนบมาในซองจดหมายปิดผนึกที่แยกออกมาต่างหาก (ที่จะถูกใช้ในข้อพิพาท CRB เท่านั้น)

เอกสารข้อกำหนดเหล่านี้ยังเป็นหัวข้อที่สำคัญอย่างยิ่ง 'ภายใต้สัญญา' และวางแผนที่ 'น่าจะ' ให้ Piastri เป็นนักแข่งสำรองเป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะลงที่นั่งนักแข่งที่เป็นไปได้ในปี 2023

เอกสารที่ถูกยื่น อ้างถึงเฉพาะบทบาทนักแข่งสำรองในปี 2022 และไม่ได้กล่าวถึงส่วนขยายหรือตัวเลือกอื่นใดเพิ่มเติม

1 วันต่อมา ในที่สุด Alpine ก็ส่งข้อตกลงนักแข่ง F1 ให้กับ Webber และ Piastri ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อกำหนดในการเป็นนักแข่งให้กับทีมในปี 2023 และหลังจากนั้น

สิ่งนั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เมื่อ Piastri ได้รับข้อเสนอให้เซ็นสัญญา 4 ปี จากปี 2023 – 2026 แต่สิ่งสำคัญคือ นี่ไม่ใช่การลงแข่งขันในนามของ Alpine เท่านั้น ที่ซึ่งความหวังของเขาโดนตรึงเอาไว้

มันเป็นไทม์ไลน์ที่ถูกวางเอาไว้เพื่อให้นักแข่งออสซีลงแข่งขันให้กับ Wiliams ในปี 2023 จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับ Fernando Alonso ว่า นักแข่งออสซีจะได้กลับมาแข่งให้กับ Alpine หากนักแข่งสแปนิชตัดสินใจวางมือจากวงการ

สำหรับปี 2025 มีการตัดสินใจว่า Piastri จะได้รับสัญญาที่มั่นคงเป็นเวลา 2 ปี เพื่อแข่งขันให้กับ Alpine ไปจนถึงสิ้นปี 2026

ข้อเสนอนี้ทำให้ Piastri หมดความหวังกับอนาคตระยะสั้นที่ Alpine ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่เซ็นสัญญาและดำเนินการใด ๆ ต่อ

ดังนั้น Webber และ Piastri จึงเห็นพ้องต้องกันว่า เส้นทางที่ดีที่สุดคือการมองหาที่อื่น โดยมีการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการกับ McLaren ในช่วงเวลานั้น

แหล่งข่าวได้เปิดเผยคำตัดสินของ CRB ซึ่งระบุว่า “Alpine ได้ทำเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับสัญญานักแข่ง F1 ของ Mr. Piastri ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา และในตอนนี้พวกเขาก็เสนอสัญญา 4 ปี ที่เป็นการให้ Williams ยืมตัวไปเสียเป็นเวลา 2 ปี”

การเจรจากับ McLaren นั้นคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก และด้วยการที่ทีมเข้าใจว่าได้แจ้ง Daniel Ricciardo ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมไปแล้วว่าพวกเขากำลังมองหาตัวเลือกอื่น ๆ สำหรับปี 2023 ข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างทีมแข่งจาก Woking และ Piastri ก็ได้ถูกลงนามในวันที่ 4 มิถุนายน

เป็นที่เข้าใจกันว่า ในเบื้องต้นนั้น McLaren ยังไม่ได้ระบุบทบาทสำหรับ Piastri ในปี 2023 เผื่อในกรณีที่ Ricciardo ยังคงอยู่ต่อ แต่เห็นได้ชัดว่าทางทีมมีความตั้งใจที่จะให้ Piastri ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริง หากนักแข่งออสซีอีกคนหนึ่งแยกทางออกไป

เมื่อทั้ง McLaren และ Piastri พึงพอใจว่า ไม่มีสิทธิ์ในการเรียกใช้บริการของนักแข่งออสซีในที่อื่น โดยอ้างอิงจาก Alpine ที่มีเอกสารข้อกำหนด 'ขึ้นอยู่กับสัญญา' ที่ถูกส่งไว้ที่ CRB และการพูดคุยกับ Ricciardo เพื่อเร่งดำเนินการในทิศทางที่ชัดเจนของการแยกทาง Piastri จึงได้ลงนามสัญญาแข่งขันสุดท้ายในวันที่ 4 กรกฎาคม โดยขึ้นอยู่กับว่ามีที่ว่างสำหรับเขา

ดังนั้น โพสต์ใน IG ที่ตามมาของ Ricciardo เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม เกี่ยวกับความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ของเขากับการแข่งขันให้ McLaren ในปี 2023 จึงถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อการเจรจาต่อรองเท่านั้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการเจรจาเมื่อต้องพูดถึงเงื่อนไขในการเลิกจ้าง มากกว่าที่จะเป็นการโพสต์โดยที่ตัวเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยในเบื้องหลังของ McLaren ถึงแม้ว่าอาจเป็นเรื่องจริงที่เขาไม่รู้ช่วงเวลาที่ McLaren ทำสัญญากับ Piastri ก็ตาม

ด้วยสัญญากับ McLaren ในปี 2023 เข้าที่เข้าทางแล้ว Piastri จึงได้ใจเย็นรอคอยในระหว่างที่ McLaren ทำการสรุปเงื่อนไขในการแยกทางกับ Ricciardo ซึ่งพวกเขาต้องการให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะประกาศแผนนักแข่งในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดก็ถูกลากออกมาสู่สาธารณะ หลังจากที่ Alpine ได้สูญเสีย Alonso ไปให้กับ Aston Martin ในช่วงก่อนพักซัมเมอร์เบรก และหลังจากนั้นก็ประกาศให้ Piastri เป็นนักแข่งตัวจริงของทีมในปี 2023 เป็นผลให้นักแข่งหนุ่มออสซีต้องออกมาโพสต์ทวิตเตอร์อันโด่งดังที่กลายเป็นมีมมาจนถึงทุกวันนี้ว่า ‘เขาจะไม่แข่งขันให้กับ Alpine และทางทีมได้ประกาศออกไปโดยปราศจากความยินยอมจากเขา’ และนำไปสู่การพิจารณาคดีโดย CRB ในที่สุด

การตัดสินใจครั้งสุดท้าย

Piastri McLaren

ในท้ายที่สุด การตัดสินของ CRB นั้นถือเป็นที่สิ้นสุด เอกสารข้อกำหนดที่มีป้ายกำกับว่า 'ขึ้นอยู่กับสัญญา' หมายความว่ามันยังห่างไกลจากความถูกต้อง และการที่ Alpine ไม่ยื่นเดินเรื่องใด ๆ เพิ่มเติม ข้อสรุปที่ชัดเจนก็คือ McLaren เป็นทีมเดียวที่มีสัญญาของแท้สำหรับปี 2023 และหลังจากนั้น

ที่น่าสนใจคือ การกระทำขั้นสุดท้ายของความขัดแย้งระหว่าง Alpine และ Piastri ทางทีมจากฝรั่งเศสได้โต้แย้งกับ CRB ว่า นักแข่งออสซีควรยอมเสียค่าธรรมเนียมทางกฎหมายของตัวเองมากกว่า 120,000 ปอนด์ เนื่องจากพวกเขารู้สึกว่า Piastri ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาคดี

แต่ผลคือ CRB ปฏิเสธ เนื่องจากพวกเขารู้สึกว่า Piastri มีสิทธิที่จะมีตัวแทน นอกจากนั้น มีการร้องเรียนเพิ่มเติมจาก Alpine เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของตัวแทนทางกฎหมายของ McLaren นั้น ซึ่งพวกเขาคิดว่ามี 'มากเกินไป' ก็ถูกปัดตกด้วยเช่นกัน

ได้เวลาเดินต่อ

สำหรับ Alpine นอกเหนือจากการสูญเสีย Piastri และค่าใช้จ่ายทางกฎหมายทั้งหมดของทุกฝ่ายที่ต้องแบกรับไว้เองแล้ว พวกเขายังได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับนักแข่งและสัญญาของพวกเขา

ต้องบอกก่อนว่า Szafnauer นั้นพึ่งเข้าร่วมทีมเมื่อต้นเดือนมีนาคม ซึ่งในตอนนั้นสถานการณ์นั้นได้ดำเนินไปอย่างหนักหน่วงแล้ว และมันคงไม่ใช่ความสำคัญลำดับแรกของเขาที่จะโฟกัสไปที่เอกสารซึ่งถูกส่งไปยัง CRB แล้ว

เมื่อถาม Szafnauer ว่าเรื่องนี้ Alpine จะตอบสนองอย่างไร ทีมบอส Alpine กล่าวว่า “เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะกล่าวโทษต่อบุคคลที่ไม่อยู่ในที่นี้แล้ว แต่นั่นไม่ใช่สไตล์ของผม”

“สิ่งที่ต้องทำก็คือ ดูสิ่งที่เกิดขึ้น ทำความเข้าใจจุดบกพร่อง และแก้ไขเพื่ออนาคต”

ถึงแม้ว่าจะไม่มีการถกเถียงในแง่มุมทางกฎหมายของประเด็น Piastri แล้ว แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันว่าสำหรับ Szafnauer เขายังคงมีความรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับศีลธรรมต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ทางฝั่งของ McLaren ในขณะที่พวกเขารู้สึกยินดีที่ได้ตัวนักแข่งที่มีอนาคตไกลคนหนึ่งมาร่วมทีม แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจที่ Piastri ถูกพูดในทางที่ไม่ดี โดยที่ทางทีมไม่สามารถพูดอะไรในที่สาธารณะได้เพื่อปกป้องเขา

Andreas Seidl ทีมบอส McLaren กล่าวให้สัมภาษณ์ที่ Zandvoort “ผมคิดว่าผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับบางความคิดเห็นที่ผมได้อ่านมาจากผู้คนที่ไม่ได้รู้รายละเอียดเรื่องราวของสิ่งที่เกิดขึ้นเลย”

“ผมคิดว่าความคิดเห็นเหล่านี้บางส่วนนั้นไม่เหมาะสม ไม่ยุติธรรม และไม่เคารพต่อสิ่งที่เกิดขึ้น”

“ถ้าเป็นตัวผม ถ้าผมรู้อะไรแค่บางส่วนจากด้านเดียว ผมจะพยายามไม่แสดงความคิดเห็น และผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพูดถึง เพื่อปกป้องตัวของ Oscar”

อ้างอิง : motorsport.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...