โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำท่วมหลายจังหวัดในหลายภาคยังวิกฤติ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 02 ต.ค. 2565 เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2565 เวลา 13.57 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ภูมิภาค 2 ต.ค.-น้ำท่วมหลายจังหวัดในหลายภาคยังวิกฤติ จ.อุบลราชธานี แม่น้ำมูลล้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน จ.เลย น้ำจากแม่น้ำเลยไหลข้ามถนนเริ่มท่วมพื้นที่หน้าเทศบาล ส่วน จ.อุตรดิตถ์ ชาวบ้านได้แต่ยืนมองน้ำป่าทะลักท่วมบ้าน เอาสิ่งของอะไรออกมาไม่ได้

เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือชาวบ้านห้วยขะยุงเหนือ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งลำน้ำห้วยขะยุง ลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูลล้นตลิ่งไหลท่วมบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน ระดับน้ำมีความสูงกว่า 1 เมตรรวมทั้งมีกระแสน้ำไหลแรง ให้ออกมาพักอยู่บนถนนสาย 226 ในจุดที่น้ำยังท่วมไม่ถึงชั่วคราว ขณะเดียวกันแม่น้ำมูลที่ไหลผ่านอำเภอวารินชำราบและอำเภอเมืองอุบลราชธานี มีระดับน้ำสูงขึ้น น้ำไหลท่วมถนนบายพลาสเส้นหาดคูเดื่อ ไปห้างสรรพสินค้าเซนทรัล ต้องปิดการจราจรฝั่งขาเข้าจากอำเภอวารินชำราบ มาอำเภอเมือง ทำให้จราจรติดขัดตลอดเส้นทางความยาวกว่า 4 กิโลเมตร สำหรับแนวโน้มของแม่น้ำมูลระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร ขณะที่มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม จะเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจชาวจังหวัดอุบลราชธานี ที่ประสบภัยน้ำท่วมในวันอังคารที่ 4 ตุลาคมนี้ด้วย

ที่ จ.เลย ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อช่วงกลางดึกวานนี้ ในหลายพื้นที่ น้ำจากแม่น้ำเลยไหลข้ามถนนเริ่มท่วมพื้นที่หน้าเทศบาลเมืองเลย ขณะที่ทางเทศบาลเมืองเลย ได้ตั้งกองอำนวยการ โดยมีกระสอบทรายแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ภาพมุมสูงจะเห็นได้ว่าน้ำเริ่มท่วมถนนตัดใหม่ น้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมเป็นพื้นที่เป็นวงกว้าง โดยสถานการณ์ล่าสุด ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งมวลน้ำจากน้ำเลย ยังคงไหลมาสมทบ

ที่ จ.อุตรดิตถ์ ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำห้วย คูคลองต่างๆ อย่างรวดเร็ว เพิ่มระดับความสูง จนเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ลับแล อ.พิชัย อ.ทองแสนขัน และ อำเภอท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ โดยเฉพาะที่อำเภอท่าปลาเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักสุดในรอบ 10 ปี น้ำป่าที่ไหลลงสู่คลองสิงห์ ด้วยรวดเร็ว เฉี่ยวกราด ชาวบ้านต่างเร่งอพยพ ผู้สูงอายุ เด็ก สัตว์เลี้ยง รถยนต์ และสิ่งของเท่าที่จำเป็นมารวมไว้บริเวณ ถนนกลางหมู่บ้านและพื้นที่สูงพ้นน้ำ เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านบางคนบอกว่า บ้านถูกกระแสน้ำป่าท่วมต่อหน้าต่อหน้าเอาเพียงชีวิตรอดออกมาได้ ทรัพย์สินจมน้ำอยู่ในบ้าน ได้แต่ยืนมองน้ำท่วมบ้าน กระแสน้ำแรง ทำให้ไม่สามารถเอาสิ่งของอะไรออกมาได้

ที่ จ.อ่างทอง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดถนนทางหลวงสาย 309 อ่างทอง-อยุธยา หน้าสำนักงานแขวงทางหลวงอ่างทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ต้องลอยคอลงไปย้ายไก่ชนกว่า 30 ตัวที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร หลังคันดินบริเวณใกล้ที่ว่าการอำเภอหลังเก่าทรุดตัวพังทลาย ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชุมชนอย่างรวดเร็วและไหลบ่าข้ามถนนสายอ่างทอง-อยุธยา เป็นทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอ่างทอง เร่งตัดกระแสไฟฟ้าริมถนนและถอดชุดไฟทางหลวงออกเพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วและอาจจะเกิดเสาไฟฟ้าล้มเนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลบ่าข้ามถนนยังรุนแรง

มีรายงานจากกรมชลประทานถึงสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ ( 2 ต.ค.) ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ จ.นครสวรรค์ 2,713 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ขณะที่ได้ควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 2,606 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.30-0.60 เซนติเมตร กรมชลประทาน ได้ใช้ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ที่อยู่ทางตอนบนของเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนให้มากที่สุด จึงขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากทางหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ หรือโทร.สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...