โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องเล่าจากอดีตเด็ก ส.พ.ช.รุ่น13 - linxikun

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 15 ก.ย 2565 เวลา 03.19 น. • linxikun

เรื่องเล่าจากอดีตเด็ก ส.พ.ช.รุ่น13

ตำนานกระเป๋า💼 Jacob ช่วยชีวิต

.

ย้อนไปในปี 2517 ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตการเรียนที่ชั้น ป.6/4 โรงเรียนสามัญวัดพลับพลาชัย คือเสี้ยวเวลาแห่งความทรงจำ ได้วิ่งเล่นไถลตัวไปตามระเบียงหน้าห้องที่พื้นทำจากหินขัดมันวับ ด้วยถุงเท้าคู่ใหม่ซิงๆ🧦ที่เพิ่งถอยมาเท่านั้น เพราะถ้าขาดช่วงส้นกับนิ้วโผล่แล้ว การเล่นลื่นไถลแบบสเก็ตจะติดขัดราวติดดิสเบรคอาจทำให้หัวคะมำได้

.

ตอนนั้นผู้เขียนเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นจึงเริ่มใส่กางเกงฟิต เหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะที่เราจะเล่นเป็นคนลากสลับกันกับเพื่อนเป็นที่สนุกสนาน พอถึงรอบเราให้เพื่อนลากบ้าง ฉับพลันที่นั่งยองลง เสียงแคว่กกกก!!! ก็ดังขึ้น กางเกงนักเรียนของผู้เขียนนั่นเอง ปริขาดตั้งแต่ปลายซิปไปจรดหูกางเกง ผ่ากลางเกือบเป็นครึ่งๆถ้าไม่มีซิปกับขอบคงกลายเป็นกางเกงสองส่วน ความเงียบแทรกซึมเข้ามาในทุกอณูของผู้เขียน พร้อม😅เหงื่อที่ซึมออกมาบนใบหน้า หลับตามโนภาพเพื่อนๆวิ่งตบมือพร้อมร้องตะโกน

.

"ไอ้เกียรติตูดขาด ไอ้เกียรติตูดขาด" ดังก้องอยู่ในโสตประสาท ไม่ได้การละ ผู้เขียนลืมตาและสะบัดภวังค์ที่น่าสพรึงนั้นทิ้งไป รีบลุกขึ้นทำตัวเหมือนปกติ เดินเลี่ยงเข้าห้องเรียน เพื่อนถึงกับงงว่าอะไรอยู่ๆก็เลิกเล่น ตอนนั้นผู้เขียนยังนึกปลอบใจตัวเองว่า ความลับของกางเกงขาดนี้ไม่มีใครล่วงรู้ นอกจากตัวเอง ขณะที่กำลังใช้ความคิดหาวิธีเอาตัวรอดตอนกลับบ้าน เสียงลำโพงตามสายก็ประกาศว่าให้นักเรียนชั้น ป.6 ทุกคนเข้าประชุมในห้องประชุมชั้น 1

.

โอพระเจ้าช่วยกล้วยไข่ ช่างไม่เมตตาเด็กนักเรียนประถมปลายที่เริ่มย่างเข้าสู่วัยกระเตาะอย่างผู้เขียนซะเลย ไม่ได้การละ jacob แว่บแรกในความคิด ใช่!!.กระเป๋าจาคอปไฮโซโก้เก๋ของผู้เขียน มันช่วยชีวิตเราได้จริงๆคุ้มค่ากับราคาและเทคนิคการอ้อนจนแม่ยอมซื้อให้ เพื่อนๆจึงแปลกใจและถาม💬กันเป็นแถวว่า

.

"ไอ้เกียรติ แค่มาประชุมยังไม่ได้ปล่อยกลับบ้านมึงเอากระเป๋านักเรียนมาด้วยทำไมวะ"

ผู้เขียนจึงแจ้งบอกไปว่า🗣กำลังเห่อกระเป๋าใหม่ ทั้งที่ซื้อมาได้พักใหญ่ เพื่อนก็ทำหน้างงๆปนฮาๆและคงคิดว่าไอ้นี่ขี้อวด จึงไม่ได้ใส่ใจซักถามต่อ ไม่งั้นผู้เขียนก็เกือบจะจนแต้มเหมือนกัน วันนั้นกว่าจะผ่านช่วงเวลามาจนถึงตอนเลิกเรียน มันช่างยาวนานเสียเหลือเกิน

.

🔔กริ๊งงงงงงงง…🕞15.30 น เสียงกระดิ่งเลิกเรียนดังขึ้น ผู้เขียนรีบจ้ำอ้าวพร้อมกับจัดการดึงเสื้อออกนอกกางเกงทันทีที่พ้นรั้วโรงเรียน ด้วยอากัปกริยาการถือกระเป๋าที่แปลกไปจากทุกครั้ง คือถือกระเป๋าลักษณะคล้ายแบกไว้ด้านหลังแบบเด็กประถมต้น(ดังภาพประกอบ) แต่มือตึงเพื่อให้กระเป๋าอยู่ต่ำลงมามากที่สุด ทั้งที่ปกติจะถือด้วยมือเดียวแบบเท่ๆแกว่งซ้ายทีขวาที(ดังภาพประกอบ) แบบเด็กเริ่มเก๋า ผู้เขียนเดินข้ามถนน🚸ไมตรีจิตต์หน้าวัดเข้าซอยมังกร เดินดุ่มๆโดยไม่สนใจร้านไอติมแท่ง หรือ ซึงกี 霜支 Shuāng zhī ที่ผู้เขียนชอบซื้อกินเพื่อลุ้นสีของปลายไม้เวลากินหมด และร้านโรตีสายไหมที่มักกินเงินได้เกือบทุกวัน

.

ผู้เขียนมายืนรอรถเมล์🚌โกโก้สาย 55 รอบเมืองอำนวยสงคราม(วนซ้าย) เพื่อกลับบ้านย่านตลาดสวนหลวง ที่ป้ายรถริมถนนพลับพลาไชย เลยซอยมังกรมาหน่อยนึง เยื้องกับไต่ฮงกง 大峰公 Dà Fēng gōng แน่นอนกระเป๋า Jacob ใบเก่งของผมอยู่ติดปิดก้นผมมาตลอดทาง แม้แต่เวลาลงรถที่ป้ายหน้าปากซอยสวนหลวง 2

.

ผมก็ใช้วิธีหลังพิงฝาแล้วรูดลงมาแบบทีละขั้นบันได ก่อนที่จะเดินเข้าตรอกกึ่งกลางระหว่างถนนสวนหลวง 1 และสวนหลวง 2 ปกติจะเดินทะลุเข้าข้างตลาด ผ่านเกี่ยมฉ่ายกองโตส่งกลิ่นของบ้านไอ่สี่จับเกี๊ยม และร้านกระเพาะปลา หรือ 鱼鳔 Yúbiào หื่อ เผีย เจ้าอร่อยแถมคนขายยังสวยอีกต่างหาก แต่วันนี้ผมเลี่ยงการเจอพรรคพวกเด็กหลังตลาด โดยการเดินตัดขวาออกไปตามทางซอยใหญ่ ที่ไม่ค่อยมีเด็กๆชุมนุมกัน จนถึงบ้านได้โดยสวัสดิภาพ หลังจากเข้าห้องน้ำผมถอดกางเกงออกดูยังนึกในใจว่ าถ้าไม่มีซิปกับขอบกางเกง มันคงขาดครึ่งออกมาเป็น 2 ส่วนแน่ๆ

.

ซึ่งว่าการคิดยุทธวิธีการเอาตัวรอดของผมในวันนั้น เป็นสิ่งที่ติดตัวผม จนสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤตการณ์ต่างๆมาได้จนถึงทุกวันนี้

.

"เรากลับไปแก้ไขอดีต..ไม่ได้ แต่ เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด..ได้" Linxikun

อาลั้นเด็กหลังตลาด/เตี่ยงหม่อโผ่วตาโปวเกี้ย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...