"สำเพ็ง" ย่านการค้าสำคัญของกรุงเทพฯ จากอดีตสู่ปัจจุบัน
“สำเพ็ง” เป็นนามของย่านชาวจีนสำคัญ มีกำเนิดควบคู่มากับการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งผ่านกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพ เศรษฐกิจ ตลอดจนด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง
ความสำคัญของสำเพ็งในหลากหลายด้านทำให้ย่านสำเพ็งได้รับการดูแลภายใต้พระบารมีของพระมหากษัตริย์เพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์เพื่อเยี่ยมเยือนชุมชนแห่งนี้
แรกเริ่มการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีเมื่อ พ.ศ.2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระราชประสงค์ใช้ที่ดินเพื่อสร้างพระบรมมหาราชวัง จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายชาวจีนซึ่งเป็นกลุ่มของพระยาราชาเศรษฐีที่อาศัยมาแต่ครั้งกรุงธนบุรีให้ไปอยู่นอกแนวกำแพงพระนครด้านใต้ มีอาณาบริเวณตั้งแต่คลองวัดสามปลื้ม หรือวัดจักรวรรดิราชาวาส ไปจนถึงคลองสำเพ็งหรือคลองวัดปทุมคงคา การย้ายชุมชนชาวจีนกลุ่มนี้เป็นการช่วยบุกเบิกพื้นที่ด้านใต้ของพระนครที่เคยรกร้างให้เป็นย่านการค้าสำคัญของพระนครคือ ตลาดสำเพ็งและตลาดน้อย
สำหรับชุมชนชาวจีนบริเวณสำเพ็งนั้น นับได้ว่าเกิดควบคู่มากับกรุงรัตนโกสินทร์ มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางการค้าและท่าเรือที่สำคัญ โดยในยุคที่มีการค้าสำเภาช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีเรือสินค้าจากเมืองจีนจอดทอดสมอบริเวณท่าน้ำบริเวณสำเพ็งที่สำคัญ ได้แก่ กงสีล้ง หรือท่าน้ำราชวงศ์ และท่าสำเพ็ง ตั้งอยู่ข้างวัดปทุมคงคา เรือสินค้าเหล่านี้จะจอดบริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนขนถ่ายสินค้าลงเรือเล็กมาขึ้นที่ท่าเรือดังกล่าว
ความสำคัญของท่าเรือในย่านสำเพ็งยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะหมดยุคของการค้าสำเภาช่วงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีบรรดาเรือกลไฟจากชาติตะวันตกเข้ามาเป็นคู่แข่งสำคัญในการขนส่งสินค้าและผู้คน
ขณะเดียวกันสำเพ็งยังเป็นแหล่งส่งออกผลผลิตสำคัญโดยเฉพาะสินค้าการเกษตร ได้แก่ ข้าว น้ำตาล รวมทั้งของป่าในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ส่วนในช่วงหลังการทำสนธิสัญญาเบาริ่ง การส่งออกข้าวและพืชไร่จากบริเวณสำเพ็งยิ่งมีความสำคัญเห็นได้จากกลุ่มบริษัทค้าข้าวของชาวจีนมักตั้งสำนักงานบริเวณท่าน้ำสำเพ็ง ทรงวาด และราชวงศ์ ซึ่งกิจการเหล่านี้หลายเห่งยังคงดำเนินกิจการอยู่
นอกจากนี้ความสำคัญด้านการค้าบริเวณสำเพ็งยังเห็นได้ในปัจจุบันจากการมีสินค้าที่หลากหลายโดยจะปรากฏเป็นย่านๆ เช่น สินค้าประเภทเชือกอยู่บริเวณถนนวานิช 1 ช่วงระหว่างถนนเยาวพานิชกับถนนทรงสวัสดิ์ ย่านของใช้ในครัวเรือนกับของเด็กเล่นอยู่บริเวณถนนวานิช 1 ช่วงระหว่างถนนราชวงศ์กับถนนเยาวพานิช ย่านเครื่องจักรและอะไหล่ยนต์อยู่บริเวณถนนไตรมิตร ช่วงระหว่างถนนเยาวราชถึงวัดปทุมคงคา ย่านเป็ดไก่อยู่บริเวณถนนมังกรซึ่งเชื่อมระหว่างถนนเจริญกรุงกับถนนเยาวราช ย่านขายยาสมุนไพรอยู่บริเวณถนนจักรวรรดิ เป็นต้น
การปรับปรุงโครงสร้างด้านกายภาพของสำเพ็งด้วยการตัดถนนไม่เพียงจะช่วยให้รัฐเข้าถึงปัญหาพื้นฐานทั้งด้านอัคคีภัยและการสุขาภิบาลได้สะดวกขึ้น แต่ยังมีผลต่อการพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจให้กับย่านสำเพ็ง เช่น ถนนเยาวราช ได้กลายเป็นย่านค้าทองคำที่สำคัญของประเทศและได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในนามของไชน่าทาวน์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความใส่พระราชหฤทัยของพระมหากษัตริยที่มีต่อย่านสำเพ็ง
ดังปรากฏจากการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เพื่อทรงเยี่ยมเยือนราษฎรในย่านนี้ นับแต่ครั้งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมาจวบจนรัชกาลปัจจุบัน นำมาสู่ความปีติยินดีแก่เหล่าพสกนิกรเป็นล้นพ้น
ตลาดสำเพ็งในปัจจุบัน
แผนที่ของเขตสัมพันธวงศ์ (สำเพ็งปรากฏอยู่ในชื่อ Wanit 1 Road หรือ Sampheng Road ซึ่งเริ่มมาจากย่านตลาดน้อย ในขณะที่ส่วนที่เป็นย่านการค้าที่คึกคัก จะเริ่มต้นจากบริเวณถนนราชวงศ์ไปจนสิ้นสุดที่ฝั่งถนนจักรเพชร ในเขตพระนคร
สำเพ็ง หรือ สามเพ็ง เป็นย่านการค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในแขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ อยู่ใกล้กับย่านเยาวราช, ถนนราชวงศ์ และต่อเนื่องไปถึงสะพานหัน, พาหุรัดและวังบูรพา ในพื้นที่แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร ทั้งนี้สำเพ็งในปัจจุบัน รู้จักกันดีในชื่ออย่างเป็นทางการว่า ซอยวานิช 1 และในช่วงระหว่างสะพานหันถึงถนนจักรวรรดิเรียกว่า ตรอกหัวเม็ด
ที่มาของชื่อ “สำเพ็ง” นั้นไม่มีใครทราบว่ามาจากคำว่าอะไร ได้มีผู้สันนิษฐานไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่ามาจากคำว่า “สามแพร่ง”, “สามแผ่น” ซึ่งแผ่นย่อมาจากแผ่นดิน, “ลำเพ็ง” ซึ่งเป็นชื่อพืช, “สามปลื้ม” ซึ่งเป็นชื่อวัด, หรือมาคำจีนแต้จิ๋วว่า “ซำเพ้ง” แปลตรงตัวได้ว่า “ศานติทั้งสาม”
ในทัศนะของสุจิตต์ วงษ์เทศ นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าคำว่า “สำเพ็ง” เป็นภาษามอญที่แปลว่า “เจ้าขุนมูลนาย” จึงเป็นไปได้ว่าที่นี่เป็นแหล่งmujอยู่อาศัยของชาวมอญมาก่อน ที่ชาวจีนจะย้ายเข้ามาอยู่
ส่วนจิตร ภูมิศักดิ์เห็นว่าเป็นมาจากภาษาเขมร “ซำเปียะลี” (សម្ពលី) แปลว่า แม่สื่อ, แม่เล้า ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) ได้เสนอไว้ว่า อาจจะมาจากชื่อคน “เพ็ง” 3 คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ เพียงเท่านั้น
ปัจจุบัน สำเพ็งเป็นย่านการค้าที่คึกคักมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร โดยเปิดขายตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ในเวลากลางวัน และเวลากลางคืนตั้งแต่เวลา 23:00 น. จนล่วงเข้าสู่วันใหม่ในเวลา 01:00 หรือจนถึง 06:00 น. ในยามเช้า โดยสินค้าที่นิยมขาย ได้แก่ กิฟต์ช้อป, เครื่องประดับตกแต่งเสื้อผ้า, เสื้อผ้าแฟชั่น, หมวก, นาฬิกา, ตุ๊กตาหรือของเล่นเด็ก รวมถึงอาหารด้วย เป็นต้น โดยมีทั้งขายปลีกและขายส่ง
ที่มา :
- “สำเพ็ง : กำเนิด ความสำคัญ และความผูกพันในร่มพระบารมีจักรีวงศ์” โดย ดร. นนทพร อยู่มั่งมี นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2562