โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"สำเพ็ง" ย่านการค้าสำคัญของกรุงเทพฯ จากอดีตสู่ปัจจุบัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 มิ.ย. 2565 เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2565 เวลา 07.53 น.

“สำเพ็ง” เป็นนามของย่านชาวจีนสำคัญ มีกำเนิดควบคู่มากับการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งผ่านกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพ เศรษฐกิจ ตลอดจนด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญของสำเพ็งในหลากหลายด้านทำให้ย่านสำเพ็งได้รับการดูแลภายใต้พระบารมีของพระมหากษัตริย์เพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์เพื่อเยี่ยมเยือนชุมชนแห่งนี้

แรกเริ่มการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีเมื่อ พ.ศ.2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระราชประสงค์ใช้ที่ดินเพื่อสร้างพระบรมมหาราชวัง จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายชาวจีนซึ่งเป็นกลุ่มของพระยาราชาเศรษฐีที่อาศัยมาแต่ครั้งกรุงธนบุรีให้ไปอยู่นอกแนวกำแพงพระนครด้านใต้ มีอาณาบริเวณตั้งแต่คลองวัดสามปลื้ม หรือวัดจักรวรรดิราชาวาส ไปจนถึงคลองสำเพ็งหรือคลองวัดปทุมคงคา การย้ายชุมชนชาวจีนกลุ่มนี้เป็นการช่วยบุกเบิกพื้นที่ด้านใต้ของพระนครที่เคยรกร้างให้เป็นย่านการค้าสำคัญของพระนครคือ ตลาดสำเพ็งและตลาดน้อย

สำหรับชุมชนชาวจีนบริเวณสำเพ็งนั้น นับได้ว่าเกิดควบคู่มากับกรุงรัตนโกสินทร์ มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางการค้าและท่าเรือที่สำคัญ โดยในยุคที่มีการค้าสำเภาช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีเรือสินค้าจากเมืองจีนจอดทอดสมอบริเวณท่าน้ำบริเวณสำเพ็งที่สำคัญ ได้แก่ กงสีล้ง หรือท่าน้ำราชวงศ์ และท่าสำเพ็ง ตั้งอยู่ข้างวัดปทุมคงคา เรือสินค้าเหล่านี้จะจอดบริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนขนถ่ายสินค้าลงเรือเล็กมาขึ้นที่ท่าเรือดังกล่าว

ความสำคัญของท่าเรือในย่านสำเพ็งยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะหมดยุคของการค้าสำเภาช่วงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีบรรดาเรือกลไฟจากชาติตะวันตกเข้ามาเป็นคู่แข่งสำคัญในการขนส่งสินค้าและผู้คน

ขณะเดียวกันสำเพ็งยังเป็นแหล่งส่งออกผลผลิตสำคัญโดยเฉพาะสินค้าการเกษตร ได้แก่ ข้าว น้ำตาล รวมทั้งของป่าในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ส่วนในช่วงหลังการทำสนธิสัญญาเบาริ่ง การส่งออกข้าวและพืชไร่จากบริเวณสำเพ็งยิ่งมีความสำคัญเห็นได้จากกลุ่มบริษัทค้าข้าวของชาวจีนมักตั้งสำนักงานบริเวณท่าน้ำสำเพ็ง ทรงวาด และราชวงศ์ ซึ่งกิจการเหล่านี้หลายเห่งยังคงดำเนินกิจการอยู่

นอกจากนี้ความสำคัญด้านการค้าบริเวณสำเพ็งยังเห็นได้ในปัจจุบันจากการมีสินค้าที่หลากหลายโดยจะปรากฏเป็นย่านๆ เช่น สินค้าประเภทเชือกอยู่บริเวณถนนวานิช 1 ช่วงระหว่างถนนเยาวพานิชกับถนนทรงสวัสดิ์ ย่านของใช้ในครัวเรือนกับของเด็กเล่นอยู่บริเวณถนนวานิช 1 ช่วงระหว่างถนนราชวงศ์กับถนนเยาวพานิช ย่านเครื่องจักรและอะไหล่ยนต์อยู่บริเวณถนนไตรมิตร ช่วงระหว่างถนนเยาวราชถึงวัดปทุมคงคา ย่านเป็ดไก่อยู่บริเวณถนนมังกรซึ่งเชื่อมระหว่างถนนเจริญกรุงกับถนนเยาวราช ย่านขายยาสมุนไพรอยู่บริเวณถนนจักรวรรดิ เป็นต้น

การปรับปรุงโครงสร้างด้านกายภาพของสำเพ็งด้วยการตัดถนนไม่เพียงจะช่วยให้รัฐเข้าถึงปัญหาพื้นฐานทั้งด้านอัคคีภัยและการสุขาภิบาลได้สะดวกขึ้น แต่ยังมีผลต่อการพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจให้กับย่านสำเพ็ง เช่น ถนนเยาวราช ได้กลายเป็นย่านค้าทองคำที่สำคัญของประเทศและได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในนามของไชน่าทาวน์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความใส่พระราชหฤทัยของพระมหากษัตริยที่มีต่อย่านสำเพ็ง

ดังปรากฏจากการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เพื่อทรงเยี่ยมเยือนราษฎรในย่านนี้ นับแต่ครั้งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมาจวบจนรัชกาลปัจจุบัน นำมาสู่ความปีติยินดีแก่เหล่าพสกนิกรเป็นล้นพ้น

ตลาดสำเพ็งในปัจจุบัน

แผนที่ของเขตสัมพันธวงศ์ (สำเพ็งปรากฏอยู่ในชื่อ Wanit 1 Road หรือ Sampheng Road ซึ่งเริ่มมาจากย่านตลาดน้อย ในขณะที่ส่วนที่เป็นย่านการค้าที่คึกคัก จะเริ่มต้นจากบริเวณถนนราชวงศ์ไปจนสิ้นสุดที่ฝั่งถนนจักรเพชร ในเขตพระนคร

สำเพ็ง หรือ สามเพ็ง เป็นย่านการค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในแขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ อยู่ใกล้กับย่านเยาวราช, ถนนราชวงศ์ และต่อเนื่องไปถึงสะพานหัน, พาหุรัดและวังบูรพา ในพื้นที่แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร ทั้งนี้สำเพ็งในปัจจุบัน รู้จักกันดีในชื่ออย่างเป็นทางการว่า ซอยวานิช 1 และในช่วงระหว่างสะพานหันถึงถนนจักรวรรดิเรียกว่า ตรอกหัวเม็ด

ที่มาของชื่อ “สำเพ็ง” นั้นไม่มีใครทราบว่ามาจากคำว่าอะไร ได้มีผู้สันนิษฐานไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่ามาจากคำว่า “สามแพร่ง”, “สามแผ่น” ซึ่งแผ่นย่อมาจากแผ่นดิน, “ลำเพ็ง” ซึ่งเป็นชื่อพืช, “สามปลื้ม” ซึ่งเป็นชื่อวัด, หรือมาคำจีนแต้จิ๋วว่า “ซำเพ้ง” แปลตรงตัวได้ว่า “ศานติทั้งสาม”

ในทัศนะของสุจิตต์ วงษ์เทศ นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าคำว่า “สำเพ็ง” เป็นภาษามอญที่แปลว่า “เจ้าขุนมูลนาย” จึงเป็นไปได้ว่าที่นี่เป็นแหล่งmujอยู่อาศัยของชาวมอญมาก่อน ที่ชาวจีนจะย้ายเข้ามาอยู่

ส่วนจิตร ภูมิศักดิ์เห็นว่าเป็นมาจากภาษาเขมร “ซำเปียะลี” (សម្ពលី) แปลว่า แม่สื่อ, แม่เล้า ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) ได้เสนอไว้ว่า อาจจะมาจากชื่อคน “เพ็ง” 3 คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ เพียงเท่านั้น

ปัจจุบัน สำเพ็งเป็นย่านการค้าที่คึกคักมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร โดยเปิดขายตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ในเวลากลางวัน และเวลากลางคืนตั้งแต่เวลา 23:00 น. จนล่วงเข้าสู่วันใหม่ในเวลา 01:00 หรือจนถึง 06:00 น. ในยามเช้า โดยสินค้าที่นิยมขาย ได้แก่ กิฟต์ช้อป, เครื่องประดับตกแต่งเสื้อผ้า, เสื้อผ้าแฟชั่น, หมวก, นาฬิกา, ตุ๊กตาหรือของเล่นเด็ก รวมถึงอาหารด้วย เป็นต้น โดยมีทั้งขายปลีกและขายส่ง

ที่มา :

  • “สำเพ็ง : กำเนิด ความสำคัญ และความผูกพันในร่มพระบารมีจักรีวงศ์” โดย ดร. นนทพร อยู่มั่งมี นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2562
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...