โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: ขวดน้ำพลาสติกตากแดดในรถ ปล่อยสารก่อมะเร็ง Dioxin จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 11 พ.ค. 2567 เวลา 00.15 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2567 เวลา 17.15 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

11 พฤษภาคม 2567
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีข้อมูลสร้างความเข้าใจผิดเผยแพร่ทาง Facebook ในต่างประเทศ โดยอ้างว่าการดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่ตากแดดในรถเป็นเวลานานเป็นอันตราย เนื่องจากร่างกายจะได้รับสารก่อมะเร็งชนิดไดออกซิน โดยอ้างว่า เชอรีล โครว นักร้องสาวชาวอเมริกันที่เคยป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ก็มีสาเหตุจากการดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่ตากแดดในรถเช่นกัน

บทสรุป :

  • Dioxin คือสารประกอบอินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์จากกระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์
  • Dioxin ยังมาจากการชะละลายในพลาสติกที่มีส่วนประกอบของคลอรีน เช่น PVC (Polyvinyl Chloride)
  • พลาสติกที่ใช้ทำขวดน้ำเช่น PET หรือ PC ไม่มีส่วนประกอบของคลอรีน จึงไม่มีทางทำให้น้ำปนเปื้อนสาร Dioxin ได้
  • อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าขวดน้ำพลาสติกที่ถูกความร้อนนาน ๆ อาจทำให้น้ำปนเปื้อนสารก่อมะเร็งชนิดอื่น ๆ ได้

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

Dioxin

ไดออกซิน (Dioxin) คือสารประกอบอินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์ เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ถูกย่อยสลายได้ยาก ทำให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานาน มีคุณสมบัติละลายน้ำได้น้อย แต่ละลายได้ดีในไขมัน ทำให้สะสมในไขมันของสิ่งมีชีวิต มีความเป็นพิษสูงและยังเป็นสารก่อมะเร็ง หากได้รับในปริมาณสูงจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบการสืบพันธุ์

ข้อมูลจากสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกาหรือ EPA ระบุว่า การพบสารไดออกซินปะปนในอากาศและแหล่งน้ำ มีสาเหตุมาจากกิจกรรมการเผา ทั้งการเผาขยะและเชื้อเพลิง

นิโคล แดเซียล รองศาสตราจารย์ ด้านระบาดวิทยาและสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา อธิบายว่า ช่องทางหลักที่มนุษย์ได้รับสารไดออกซินมาจากการกินผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่มีสารไดออกซิน ซึ่งสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อไขมันของสัตว์เหล่านั้น

ไม่มี Dioxin ในขวดน้ำพลาสติก

อย่างไรก็ดี สารก่อมะเร็งจากขวดน้ำพลาสติกที่ถูกความร้อน ไม่ใช่สารไดออกซิน เนื่องจากไดออกซินเกิดจากการชะละลายของพลาสติกที่มีสารคลอรีนเป็นส่วนประกอบ แต่พลาสติกที่ใช้ผลิตขวดน้ำพลาสติกไม่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบนั่นเอง

หยางเจิ้นชาง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยไทเป ไต้หวัน ชี้แจงว่า พลาสติกที่ใช้ผลิตขวดน้ำพลาสติกทั่วไป ไม่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบ ต่างจากพลาสติกชนิด PVC หรือ Polyvinyl Chloride ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบ เป็นพลาสติกที่ทนความร้อนได้เพียง 65 องศาเซลเซียส หากสัมผัสความร้อนเกินกำหนดอาจทำให้มีสารไดออกซินปนเปื้อนมากับน้ำได้

อันตรายของน้ำจากขวดพลาสติกที่ผ่านความร้อน

รอล์ฟ ฮาวเดน ผู้อำนวยการศูนย์วิศวกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตท สหรัฐอเมริกา ชี้แจงว่า ขวดน้ำพลาสติกที่สัมผัสความร้อน จะกระตุ้นการชะละลายทำให้สารเคมีปนเปื้อนในน้ำดื่ม โดยชนิดของสารเคมีที่ปนเปื้อนขึ้นอยู่กับชนิดของพลาสติกที่ใช้

หากเป็นขวดน้ำพลาสติกชนิดที่ใช้ครั้งเดียว ส่วนใหญ่จะใช้พลาสติกชนิดโพลีเอทิลีน เทเรฟทาเลต หรือ PET หากได้รับความร้อนมากกว่าที่กำหนด จะทำให้น้ำดื่มปนเปื้อนสารโลหะหนัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อปอด หัวใจ และระบบทางเดินอาหาร

หากเป็นขวดน้ำพลาสติกชนิดที่สามารถนำกลับมาใช้หลายครั้ง จะใช้พลาสติกชนิดโพลีคาร์บอเนต หรือ PC จะบางชนิดอาจมีส่วนประกอบของสาร Bisphenol A หรือ BPA ซึ่งการทดลองในสัตว์พบว่า การได้รับสาร BPA จะทำให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย

รอล์ฟ ฮาวเดน แนะนำให้ใช้ขวดน้ำที่ผลิตจากวัสดุที่มีความคงทนมากกว่าพลาสติก เช่น แก้วหรือสแตนเลส สำหรับใช้เป็นขวดน้ำที่เก็บไว้ในรถยนต์

เชอรีล โครว ไม่ได้พูดถึงสาร Dioxin ในขวดน้ำ

การตรวจสอบโดย USA TODAY ไม่พบหลักฐานว่า เชอรีล โครว เคยอ้างว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งจากสาร Dioxin ในขวดน้ำพลาสติก พบเพียงข้อความบนเว็บไซต์ปี 2006 ที่นักร้องสาวเตือนถึงสารก่อมะเร็งจากขวดน้ำในรถยนต์ที่สัมผัสความร้อนเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นสารชนิดใด

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.usatoday.com/story/news/factcheck/2021/10/15/fact-check-plastic-water-bottles-leach-chemicals-but-not-dioxins/6048788001/
https://www.snopes.com/fact-check/can-water-from-plastic-bottles-be-toxic/
https://tfc-taiwan.org.tw/articles/10328
https://env.anamai.moph.go.th/th/dm-km/download?id=36692&mid=30431&mkey=m_document&lang=th&did=12697

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...