โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

จนท.ระดมกำลังปราบปรามลักลอบตัดไม้ลุ่มน้ำปาย จับตัวได้ 1 อีก 2 หนีไปได้ เร่งขยายผลจับกุม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 พ.ค. 2567 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2567 เวลา 03.17 น.

จนท.ระดมกำลังปราบปรามลักลอบตัดไม้ลุ่มน้ำปาย จับตัวได้ 1 อีก 2 หนีไปได้ เร่งขยายผลจับกุม

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายนิกร แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย เปิดเผยว่า ตามสั่งการของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายพรเทพ เจริญสืบสกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ให้เข้มงวดกวดขัน การบุกรุกทำลายป่า การล่าสัตว์ป่า และการลักลอบเผาป่า

โดย หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจป้องกันและปราบปรามที่ 2 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ออกลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงลาดตระเวนป้องกันและความคุมไฟป่า ในบริเวณท้องที่ป่าบ้านนาอ่อน ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยชุดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนมาถึงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบชาย 3 คน กำลังถางป่า เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัว ชายทั้ง 3 คน เห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถปิดล้อมเข้าทำการเจรจาไว้ได้ 1 คน แต่ชายคนดังกล่าวพยายามขัดขืนและพยายามใช้มีดเข้าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ นายตอ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 30 ปี อาศัยอยู่บ้านกึ๊ดสามสิบ หมู่ 6 ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสอบสวนทราบว่าชายอีก 2 คน เป็นเพื่อน ชื่อนายบู กับ นายลี ออกมาจากพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอย หมู่ 4 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มาอาศัยอยู่บ้านกึ๊ดสามสิบ หมู่ 6 ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพื้นที่นี้ชายทั้ง 2 คนที่หลบหนีไปได้เป็นคนรับการว่าจ้างจากเจ้าของแปลงให้มาทำการถางหญ้าเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งสามารถชี้ตัวชายทั้งสองคน และสามารถพาไปที่พักอาศัยของชายทั้งสองคนที่หลบหนีได้

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ทำการตรวจสอบพื้นที่รอบจุดเกิดเหตุพบเป็นพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง จำนวน 1 จุด พบอุปกรณ์การกระทำผิด 2 รายการ ประกอบด้วย 1.มีดพร้าพร้อมฝัก จำนวน 1 เล่ม 2.มีดขอ จำนวน 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันดำเนินทำการตรวจวัดพิกัดของพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง เพื่อยึดถือครอบครองโดยพื้นที่ที่ถูกแผ้วถางยึดถือครอบครองได้พื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศในหลายช่วงปีพบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ปรากฏร่องรอยการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลรายชื่อราษฎรที่แจ้งสิทธิการครอบครองที่ดินทำกินตามโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์พบว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีการแจ้งสิทธิการครอบครองที่ดินทำกินตามโครงการแต่อย่างใด

คณะเจ้าหน้าที่ พิจารณาแล้ว เห็นว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ประกอบด้วย พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54, 72 ตรี ฐาน “ร่วมกัน ก่นสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” “ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 53, 96 “ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” “ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” มาตรา 55 (2), 99 ฐาน “ร่วมกันยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิม” “ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่แสนถึงสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม) คณะเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกตรวจยึดจับกุม ส่งตัวผู้กระทำผิด พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด 2 รายการ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปางมะผ้า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จนท.ระดมกำลังปราบปรามลักลอบตัดไม้ลุ่มน้ำปาย จับตัวได้ 1 อีก 2 หนีไปได้ เร่งขยายผลจับกุม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...