โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก กางสถิติเด็กไทยถูกลงโทษทางร่างกาย ชื่นชมสภาฯ รับหลักการกฎหมายห้ามเฆี่ยนตีบุตร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 11.45 น.

มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก กางสถิติเด็กไทยถูกลงโทษทางร่างกาย กว่า 3 ใน 4 ชื่นชมสภาฯ หลังรับหลักการกฎหมายห้ามเฆี่ยนตีบุตร

เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 (2) ว่าด้วยการห้ามผู้ปกครองเฆี่ยนตีบุตร ที่เสนอโดย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งผลปรากฏว่า ที่ประชุมลงลงมติ 400 ต่อ 0 รับหลักการในร่างกฎหมายดังกล่าว

โดย Save the Children Thailand (มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย) ได้แสดงความชื่นชมต่อการอนุมัติหลักการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567(2) ที่ว่าด้วยการลงโทษเด็ก โดยสภาผู้แทนราษฎรไทย ซึ่งการแก้ไขนี้จะห้ามไม่ให้ผู้ปกครองทำโทษเด็กโดยการทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสิทธิ และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กในประเทศไทย

การลงโทษโดยการทำร้ายร่างกาย ซึ่งหมายถึงการใช้กำลังทางกายภาพในรูปแบบใดก็ตาม ที่มีเจตนาก่อให้เกิดความเจ็บปวด ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่น่ากังวลในระดับโลก งานวิจัยแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอว่ามาตรการลงโทษดังกล่าวส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต และร่างกายของเด็กหลายประการ สถิติในประเทศไทยเผยให้เห็นความจริงที่น่าวิตก คือ เด็ก 3 ใน 4 ที่มีอายุระหว่าง 1-14 ปี เคยประสบกับการลงโทษทางร่างกายหรือจิตใจจากสมาชิกในครอบครัว โดยมีเด็ก 4.2 คนในทุก 100 คน ต้องทนทุกข์กับการลงโทษทางร่างกายอย่างรุนแรง การปฏิบัติเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อเด็กในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเชิงลบในระยะยาว เช่น ความบกพร่องทางพัฒนาการด้านการรู้คิดและอารมณ์ทางสังคม และเพิ่มโอกาสในการมีพฤติกรรมรุนแรงเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

การเสนอแก้ไขมาตรา 1567(2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นก้าวสำคัญสู่การยุติการลงโทษทางร่างกายในประเทศไทย การแก้ไขนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อห้ามใช้การลงโทษทางร่างกายโดยพ่อแม่ และผู้ปกครองอย่างชัดเจน

การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเรียกร้องให้มีการคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจทุกรูปแบบ

กีโยม ราชู ผู้อำนวยการบริหาร Save the Children Thailand กล่าวว่า “การยอมรับหลักการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567(2) โดยสภาผู้แทนราษฎรเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กในประเทศไทย เราได้ทำงานในเรื่องนี้มากกว่า 10 ปี และเป็นหนึ่งในองค์กรแรก ที่ส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวกในประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่เพียงแต่ให้การคุ้มครองทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมความตระหนักรู้และการนำวิธีการเลี้ยงดูเชิงบวกที่ปราศจากความรุนแรงมาใช้มากขึ้น เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ และเคารพซึ่งกัน และกันมากขึ้นสำหรับเด็กทุกคน”

ในระดับโลก มีการศึกษามากกว่า 300 ชิ้นที่ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลบของการลงโทษทางร่างกาย ในขณะที่ไม่มีการศึกษาใดที่พบหลักฐานสนับสนุนประโยชน์ของการลงโทษดังกล่าว ประเทศที่ห้ามการลงโทษทางร่างกาย เช่น สวีเดน ฟินแลนด์ และเยอรมนี มีการใช้ความรุนแรงต่อเด็กในรูปแบบต่างๆ ที่ลดลง และมีการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมในเชิงบวก การเข้าร่วมกับประเทศเหล่านี้เป็นโอกาสของประเทศไทยในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเลี้ยงดูเด็กมากขึ้น

Save the Children Thailand เป็นกำลังสำคัญในการรณรงค์เพื่อสิทธิ และการคุ้มครองเด็กมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ความมุ่งมั่นขององค์กรในการยุติการลงโทษทางร่างกายและส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกในประเทศไทยได้เริ่มต้นมากกว่า 10 ปี ด้วยการนำหลักสูตรวินัยเชิงบวกที่ได้รับการยอมรับระดับโลกของ ดร.โจแอน ดูแรนต์ มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวินัยเชิงบวกที่ได้รับทุนสนับสนุนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของสวีเดน (SIDA)

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญระดับชาติ เช่น แคมเปญ “ประเทศนี้ไม่ตีเด็ก” ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมในประเทศไทยทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงขึ้น กระทั่งปี 2559 เกิดความร่วมมือร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทย ที่ตระหนักถึงความสำคัญในการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากส่งผลต่อนโยบายและกฎหมายของไทยแล้วนั้น ยังเสริมพลังให้ผู้ปกครอง และชุมชนทั่วประเทศไทยยอมรับวิธีการเลี้ยงดูและสอนโดยไม่ใช้ความรุนแรงอีกด้วย

กีโยมกล่าวเสริมว่า “เรามีความหวังว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ 67 ที่ยุติการลงโทษทางร่างกายอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ สิ่งนี้จะไม่เพียงแต่ปกป้องเด็กๆ ของเราเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการสร้างสังคมที่ให้คุณค่าและเคารพในศักดิ์ศรี และสิทธิของทุกคนอีกด้วย เราจะยังคงสนับสนุนการเคลื่อนไหวนี้ต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าในทุกสภาพแวดล้อม ทั้งในบ้าน โรงเรียน สถานสงเคราะห์ และศูนย์ฝึก ในการอบรมเด็กและเยาวชนจะไม่มีการลงโทษทางร่างกายอีกต่อไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก กางสถิติเด็กไทยถูกลงโทษทางร่างกาย ชื่นชมสภาฯ รับหลักการกฎหมายห้ามเฆี่ยนตีบุตร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...