ปลาหมอคางดำ สารพัดเมนูในช่วงวิกฤติ
ปลาหมอคางดำ สารพัดเมนูในช่วงวิกฤติ
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรานี้แสนอุดมสมบูรณ์ เนื้อเพลงบรรยายบอกลักษณะของความอุดมสมบูรณ์ในพืชพรรณธัญญาหารของประเทศไทย แต่อะไรที่เยอะเกินไปย่อมไม่พอดี อย่างเช่นในน้ำมีปบลา ที่ดูจะเป็นปลาหมอคางดำ เอเลี่ยนสปรีชีส ที่ทำลายระบบนิเวศน้ำไทยพังลงไม่เป็นท่าหลังจากเกิดการระบาดหนักในลุ้มแม่น้ำภาคกลางและภาคใต้ บริเวณชายฝั่งบางขุนเทียน
แต่เมื่องไทยด้วยความที่เป็นเมืองอาหารโลกจุดเด่นคืออาหารที่หลากหลาย และการแปรรูปสารพัดชนิด ทำให้ ชาวบ้านและส่วนราชการต่างฟหาวิธีการกำจัดเจ้าปลาหมอคางดำนี้ ไม่ว่าจะเป้นต้ม ผัด แกง ทอด สารพัดเมนุไทย สูตรเด็ดที่จะทำเมนูที่หลากหลาย แต่ด้วยการเจริญเติมโตที่รวดเร็วทำให้ กินไม่ทัน หนำซ้ำเนื้อของเจ้าปลาหมอคางดำนี้ ยังไม่ค่อยอร่อยมาก จึงไม่เป็นที่นิยมเหมือนปลานิล ปลากระพง
อีกทั้งปลาหมอคางดำยังมีกลิ่นที่ค่อนข้างแรงกว่าปลานิลทำให้ต้องปรุงอากหารที่ต้องใช้เครื่องเทศหรือเครื่องแกงมากลบกลิ่น อาทิ ทอดกรอบผัดพริกฟู ฉู่ฉี่ หรือนำไปทำปาร้าเลย
ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำส่วนใหญ่ ก็หากจับได้ก็นิยมนำไปปรุงอาหารไทยง่ายๆเช่น ทำปลาเค็ม ปลาทอด หรือต้มยำ
แต่เกษตรกรวังกุ้งวังปูที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำกับจำนรวนที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ยากแก่การทานให้หมดนั้น มองว่านำไปทำอาหารสัตว์ หรือขายให้หน่วยงานที่รับซื้อคงจะดีกว่า
หลังจากมหน่วยงานมารับซื้อเจ้าปลาหหมอคางดำนี้ไปเพื่อแปรรูปเป็นอาหารสัตว์หรืออาหารแปรรูป ทางสำนักงงานเขตบางขุนเทียน และผุ้ว่ากรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ ก็ได้นำปลาหมอคางดำนี้เข้าโครงการบางกอก ฟู๊สแบงค์ เพื่อนำอาหารแปรรูปจากปลาหมอคางดำให้กลุ่มเปราะบางที่มีจำนวนมากในเขตกรุงเทพฯ ทั้งยังเพิ่มการยกระดับมาตรฐานอาหารไทยอย่างเมนูปลาหมอคางดำผสมผสานกับอาหารตะวันตกโดยฝีมือเชฟชื่อดัง อย่างเชฟชุมพล และเชฟชีส กับเมนูตะวันตกอย่าง ปลาหมอคางดำฟูผัดพริกขิงและปลาหมอตางดำทอดราดซอสมะขาม ซึ่งก็ถือว่าเป็นการสร้างประโยชน์จากสิ่งที่มีมากจนเกินไปในธรรมชาติ ให้กลับคืนสู่สมดุลอีกครั้ง