โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.ทุเรียนขอรัฐอุดหนุนห้องเย็น รับซื้อทุเรียนหนอนเจาะ-ขีดวงจังหวัดใต้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 05.45 น.

สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน-มังคุด ชงรัฐบาลขีดวงการแพร่ระบาด “หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน” พร้อมจัดสรรงบประมาณให้ธุรกิจห้องเย็นเข้ารับซื้อทุเรียนที่มีหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนทั้งหมด ในราคาที่เป็นธรรม หลังพบระบาดไปหลายจังหวัด โดยเฉพาะในภาคใต้ตอนล่าง ทำล้งรายใหญ่รับซื้อส่งออกหลายแห่ง ไม่กล้าเสี่ยง พร้อมประกาศไม่รับซื้อทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุทางการจีนเข้ม หากตรวจหนอน 1 ตัวตีกลับทั้งตู้ราคากว่า 3 ล้านบาท

นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมานานและแก้ไขยาก เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ที่ผ่านมาเมื่อทางสำนักงานศุลกากรกลางสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ตรวจพบและตีกลับ ก็จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคุณภาพทุเรียนไทยทันที ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องมองเป็น “ทุเรียนไทย” ทั้งหมด ไม่ใช่แบ่งแยกเป็นทุเรียนจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง

ส่วนการแก้ปัญหากรณีที่ล้งไม่ยอมรับซื้อทุเรียนยะลา เพราะเสี่ยงต่อการมีหนอนเจาะเมล็ดที่จะติดไปกับทุเรียนไทยที่ส่งไปตลาดต่างประเทศนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณให้ “ธุรกิจห้องเย็น” ในการรับซื้อทุเรียนในพื้นที่ที่มีปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทั้งหมด

โดยขีดวงระบุเป็นรายจังหวัดให้ชัดเจนในทุกภาคที่พบปัญหาหนอนเจาะเมล็ดจำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือทั้งเกษตรกรเจ้าของสวนและไม่ให้มีปัญหาในการส่งออก โดยราคารับซื้อจะต้องเป็นธรรมและไม่แตกต่างกับทุเรียนปกติมากเกินไป ยกตัวอย่าง กรณีที่ล้งรับซื้อทุเรียนเกรด AB ราคา 150-155 บาท ถ้าราคาห้องเย็นรับซื้อทุเรียนที่เป็นรูหรือมีหนอนก็ต้องมีราคาไม่ต่ำกว่า 60-70 บาทต่อ กก.

“ราคาที่รับซื้อเข้าห้องเย็นต้องเป็นราคาที่เกษตรกรและผู้ประกอบการยอมรับได้ ผู้ประกอบการเองจะอยู่รอด อย่างไรก็ตาม ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจห้องเย็นแทบไม่มีทุเรียนป้อนในการทำทุเรียนแช่แข็ง เพราะราคาทุเรียนผลสดสูงมาก” นายภาณุวัชร์กล่าว

ด้านนายสุชาติ คงรอด อุปนายกสมาคมทุเรียนใต้ กล่าวว่า ช่วงนี้ทุเรียนทางจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานีใกล้หมดแล้ว ในช่วงเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออก ทั้งยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี ผลผลิตจะออกมากหลังวันที่ 23 กรกฎาคม ซึ่งกำหนดเป็นวันตัด ยาวไปถึงกลางเดือนสิงหาคม

ด้วยความที่ไม่ชัดเจนว่าทุเรียนหนอนเจาะเมล็ดที่มีการตรวจพบจากจังหวัดใด และมีความเข้าใจว่า เป็นทุเรียนยะลา ทำให้ราคาทุเรียนยะลาแม้ว่าจะเป็นเกรด AB ราคาก็จะต่ำกว่าทุเรียนชุมพร-สุราษฎร์ธานีมากกว่า กก.ละ 20 บาท และบางล้งไม่รับซื้อ ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกปี โดยทางสมาคมทุเรียนใต้เห็นด้วยที่จะขายทุเรียนตกไซซ์ให้โรงงานแช่แข็ง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับสถานการณ์การตัดทุเรียนผลสดในจังหวัดยะลานั้น มีรายงานข่าวเข้ามาว่า หลายล้งได้หยุดรับซื้อทุเรียนยะลา จากการทดลองเปิดรับซื้อทุเรียนในพื้นที่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดยคัดเลือกทุเรียนที่มีหนามเขียวสมบูรณ์ ซึ่งเชื่อว่าจะมีการใส่ปุ๋ยพ่นยาครบถ้วน แต่เมื่อนำผลทุเรียนที่รับซื้อมาสุ่มเจาะ 17 ลูก กลับพบว่า มีหนอนเจาะเมล็ดอยู่ถึง 9 ลูก นั่นแสดงให้เห็นว่า หนอนเจาะเมล็ดทุเรียนมองจากภายนอกไม่เห็น

ดังนั้นจึงต้องเลิกล้มการส่งออกทุเรียนผลสดจากยะลาออกไปก่อน เพราะที่มีการสุ่มตรวจและพบหนอนเจาะเมล็ดในสัดส่วนที่สูงมาก ขณะนี้ถือเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก ถ้าปลายทางตรวจพบหนอนเจาะทุเรียน

“ตอนนี้ทั้งทางการจีนและหน่วยราชการไทยตรวจเข้ม โดยด่านตรวจฝั่งไทยแจ้งว่า หากกรณีพบหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน 1 ครั้ง จะแจ้งเตือนก่อน พบครั้งที่ 2 จะออกหนังสือเตือนในระยะ 15 วันหลังจากตรวจครั้งแรก ถ้ามาตรวจล้งอีกครั้ง หากพบอีกก็จะถูกระงับการส่งออก แต่มาตรการฝั่งจีนจะเข้มงวดมากกว่า ถ้าตรวจพบหนอน 1 ตัวทั้งตู้จะถูกรมยาตีกลับมาไทยทันที แต่หากตรวจพบหนอน 3 ตัวจะถูกระงับใบอนุญาต DOA ให้หยุดส่งออกชั่วคราว ซึ่งถือเป็นมาตรการที่รุนแรงมาก

ส่วนการซื้อขายทุเรียนในพื้นที่จะเปิดรับซื้อ ทุเรียนยะลา ทุกเบอร์ตามสภาพราคาและตลาดเข้าโรงงาน เพื่อนำไปแกะเนื้อเข้าห้องเย็น โดยแยกเบอร์ราคาหมอนทอง ยกตัวอย่าง วันที่ 23 ก.ค. 67 ราคาตลาดทุเรียนเกรด AB ราคา 100 บาท ทุเรียนเป็นรูมีหนอนเจาะ 40-55 บาท/กก. เมื่อบ่มสุกจะแยกขายเป็นเนื้อห้องเย็น 4-5 เบอร์” แหล่งข่าวกล่าว

ขณะที่แผงทุเรียนใน จ.ชุมพร ซึ่งทำทุเรียนส่งออกไปจีน กล่าวว่า ทางแผงประกาศชัดเจนจะรับซื้อทุเรียนจำกัดเฉพาะในพื้นที่ จ.ชุมพร, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานีเท่านั้น “ไม่รับทุเรียนต่างพื้นที่” และซื้อเฉพาะเกรด AB เพราะมีความเสี่ยงสูงเรื่องหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน หากด่านตรวจพืชพบและถูกตีกลับ ทางบริษัทจะถูกระงับไม่สามารถส่งออกได้ชั่วคราว และต้องรับผิดชอบความเสียหายเองทั้งหมด ซึ่งราคาทุเรียนส่งออกตู้ละประมาณ 3 ล้านบาท

หากทุเรียนที่ถูกตีกลับมาต้องขายให้ห้องเย็นไปแกะเพียงอย่างเดียวในราคาต่ำ และทุเรียนอาจจะเน่าก่อนเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ไม่สามารถขายให้ห้องเย็นได้ ทั้งนี้ปัญหาหนอนเจาะทุเรียนไม่ได้มีเฉพาะทุเรียนโซนภาคใต้ตอนล่างเท่านั้น แต่พบในหลายพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและภูมิภาคอื่น ๆ

ส่วนมาตรการคัดกรอง 4 ชั้นตอนของกรมวิชาการเกษตร ก่อนส่งออกทุเรียน เป็นการเพิ่มต้นทุนค่าใช้จ่าย เมื่อล้งซื้อทุเรียนเข้ามาแล้ว ต้องชุบน้ำยาและตั้งทุเรียนทิ้งไว้ 48-72 ชม. แล้วจึงแพ็กใส่กล่อง ต้องคัดแยกลูกทุเรียนอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบหนอนต้องเอาออก และก่อนปิดตู้ เจ้าหน้าที่มีการสุ่มตรวจ 3%

และถ้าพบหนอน 3-5 ลูก จะเพิ่มการสุ่มตรวจเป็น 5% จะต้องรื้อกล่องตรวจสอบเพิ่ม 50-100 กล่อง จนแน่ใจว่าจะเสี่ยงน้อย และเมื่อไปถึงด่านเจ้าหน้าที่จะเปิดสุ่มตรวจซ้ำอีกครั้ง ถ้ามีหนอนเดินอยู่ท้ายตู้มากกว่า 5 ตัว ตู้นั้นจะถูกตีกลับมาที่แผง

ทั้งหมด คือความเสี่ยงของล้งและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จากการตั้งทุเรียนทิ้งไว้ให้หนอนออก 2-3 คืน น้ำหนักทุเรียนจะหายไป 50-60 กก.ต่อตัน ไม่รวมทุเรียนหนอนที่ต้องคัดออกอีก ค่าใช้จ่ายที่ได้จากรายได้ไม่เกิน กก.ละ 25-30 บาท ล้งต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.ทุเรียนขอรัฐอุดหนุนห้องเย็น รับซื้อทุเรียนหนอนเจาะ-ขีดวงจังหวัดใต้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...