โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Steven Spielberg สั่งหั่นฉากจุมพิตตอนท้ายของ Glen Powell กับ Daisy Edgar-Jones ในหนัง 'Twisters'

BT Beartai

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 15.55 น.
Steven Spielberg สั่งหั่นฉากจุมพิตตอนท้ายของ Glen Powell กับ Daisy Edgar-Jones ในหนัง 'Twisters'

เรียกว่ามาแบบเงียบ ๆ แบบเกินคาด สำหรับ ‘Twisters’ ภาคต่อหนังระทึกขวัญพายุทอร์นาโดของ ’Twister’ (1996) ที่แม้ว่าจะเป็นภาคต่อแบบ Standalone ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง และไม่มีชุดนักแสดงจากภาคแรกกลับมาเลย แต่ก็นับว่าทำรายได้ในระดับที่ค่อนข้างน่าพึงพอใจ กำลังหมุนปั่นรายได้ทั่วโลกไปได้รวม 123 ล้านเหรียญ (~4,500 ล้านบาท) แล้ว ณ เวลานี้

ตัวหนังถือว่าได้รับคำชม โดยเฉพาะคู่เคมีนักแสดงพระนาง เกล็น พาวล์ (Glen Powell) และ เดซี เอ็ดการ์-โจนส์ (Daisy Edgar-Jones) ที่ผู้ชมยกให้เป็นอีก 1 คู่ขวัญของปีนี้ที่เติมความโรแมนติกท่ามกลางสถานการณ์เขย่าขวัญได้อย่างน่าสนใจ แต่ก็มีแฟน ๆ บางคนที่ไม่พอใจตัวหนัง เพราะก่อนหน้าที่หนังจะเข้าฉาย เคยมีคลิปเบื้องหลังของหนังที่เผยให้เห็นฉากที่เคตกับไทเลอร์จุมพิตกัน (แถมยังเป็นฉากสนามบินอีกต่างหาก) หลุดออกมาจากโลกอินเทอร์เน็ต

ฉากดังกล่าาวนี้ถูกชาวเน็ตคาดเดากันว่าน่าจะเป็นซีนที่อยู่ในฉากท้าย ๆ ของตัวหนัง จนทำให้หลายคนคาดหวังว่าอาจจะได้เห็นบรรยากาศรอมคอมในหนังด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง เพราะฉากนี้ถูกตัดออกไปจากตัวหนังที่ฉายจริง ซึ่งเกิดขึ้นจากการขัดเกลาของ สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) ผู้อำนวยการสร้างบริหารของสตูดิโอ Amblin Entertainment ที่เคยทำหน้าที่เดียวกันนี้ในภาคแรกนั่นเอง

Glen Powell, Lee Isaac Chung Daisy Edgar-Jones Twisters

3 นักแสดงนำทั้งพาวล์, เอ็ดการ์-โจนส์ และ แอนโธนี รามอส (Anthony Ramos) ได้ให้สัมภาษณ์กับ Collider ถึงไอเดียและเหตุผลการตัดฉากสำคัญของพ่อมดฮอลลีวูด

เอ็ดการ์-โจนส์: “ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นคำแนะนำจากสปีลเบิร์ก ใช่ไหมนะ ? รู้ไหมว่ามันหมายถึงอะไร ? ฉันคิดว่ามันเป็นการช่วยทำไม่ให้หนังมันซ้ำซากจำเจเกินไป และจริง ๆ แล้วฉันคิดว่ามันก็เป็นอะไรที่วิเศษมาก ที่ทำให้รู้สึกว่ามันยังมีเรื่องราวต่อไปอีก เรื่องราวของพวกเขามันยังไม่จบ พวกเขาถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยความหลงไหลในบางสิ่งบางอย่างร่วมกัน”

พาวล์: “ผมเองก็คิดว่า หนังเรือ่งนี้มันไม่ใช่เรื่องราวของการตามหาความรัก แต่มันเป็นการพาเคตกลับไปหาสิ่งที่เธอรัก นั่นก็คือการไล่ล่าพายุ นั่นคือสิ่งที่คุณจะได้เห็นในตอนท้ายของหนัง พวกเขามีสิ่งนี้ร่วมกัน และมันทำให้ความหลงไหล ความโหยหาของเธอมันกลับมาอีกครั้ง ผมเลยรู้สึกว่าการจูบกันมันคงไม่ใช่เป้าหมายที่เหมาะควรกับตอนท้ายของหนัง ซึ่งมันเกิดจากคำแนะนำของสปีลเบิร์ก นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยังอยู่ในวงการมาได้ยาวนานขนาดนี้ มันเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากครับ”

‘Twisters’ เล่าเรื่องของ เคต คาร์เตอร์ นักอุตุนิยมวิทยาสาว และอดีตนักล่าพายุที่เคยเผชิญหน้ากับพายุทอร์นาโดสุดอันตรายจนเกิดเป็นบาดแผลฝังใจ จนกระทั่ง ฮาวี เพื่อนนักล่าพายุได้ชักชวนเธอให้กลับไปลงสนามล่าพายุอีกครั้ง จนทำให้เธอได้เจอกับ ไทเลอร์ โอเวนส์ อินฟลูเอนเซอร์นักล่าพายุผู้โด่งดังบนโลกอินเทอร์เน็ต พวกเขาจึงได้มีโอกาสร่วมผจญภัยไล่ล่าพายุที่เต็มไปด้วยอันตรายสุดจะคาดเดา

ในบทความเบื้องหลังการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ของ Entertainment Weekly ผู้กำกับ ลี ไอแซก ชุง (Lee Isaac Chung) เล่าว่า เขาได้ถ่ายฉากท้ายของหนังเอาไว้ทั้ง 2 แบบ คือฉากจูบและไม่จูบ แต่สุดท้ายฉากไม่จูบก็ถูกนำมาใช้ในตัวหนังฉบับไฟนอล ในขณะที่พาวล์เองแม้จะรู้สึกขัดใจ แต่ก็เข้าใจสิ่งนี้ได้ในท้ายที่สุด

“ผมเองรู้สึกน้อยใจนิดหน่อยครับ ตอนที่รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ใช้ฉากจูบฉากนั้น บางทีมันอาจจะเป็นเพราะความสามารถของผมก็ได้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ในขณะที่ไอแซก ชุงอธิบายถึงความรู้สึกอึดอัดคับข้องของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้รู้สึกอินกับการแสดงความรักอย่างโจ่งแจ้งในที่สาธารณะ หรือแม้แต่ในหนังอีกต่อไป “ผมรู้สึกว่าผู้ชมในสมัยนี้ มีมุมมองที่แตกต่างกันออกไปในแง่ของความต้องการอยากเห็น หรือไม่อยากเห็นฉากจูบ ผมลองใส่ฉากจูบลงไปแล้ว และมันทำให้ผู้ชมเสียงแตกกันจริง ๆ ซึ่งมันไม่ได้เป็นเพราะการแสดงฉากจูบของพวกเขา”

“ฉากที่ไม่มีการจูบ เป็นฉากตัวเลือกที่ผมถ่ายเอาไว้ในวันนั้น และผมบอกเลยว่าผมชอบอันนี้มากกว่า ผมคิดว่ามันเป็นตอนจบที่ดีกว่า และผมคิดว่าคนที่ต้องการฉากจูบ คงสามารถคิดต่อเอาเองได้ว่า เดี๋ยวยังไงพวกเขาก็คงต้องจูบกันในสักวันหนึ่ง และบางทีเราก็ควรให้ความเป็นส่วนตัวกับพวกเขาในเรื่องนั้น และในอีกด้านหนึ่ง ตอนจบแบบนี้เป็นวิธีที่จะทำให้เราปิดฉากเรื่องราวนี้ได้อย่างดีงามและน่าประทับใจได้ด้วย”

Glen Powell, Lee Isaac Chung Daisy Edgar-Jones Twisters

เอ็ดการ์-โจนส์: “มันเป็นความรู้สึกที่ดีและชื่นใจนะคะที่ไม่ต้องจบลงแบบนั้น เพราะสิ่งที่คุณจะได้เห็นตอนจบก็คือ คน 2 คนที่มีความรัก ความสนใจ ความฉลาด และความเข้าใจในสภาพอากาศที่เท่าเทียมกัน”

ไอแซก ชุง: “ถ้าจบด้วยฉากจูบ มันดูจะเหมือนกับว่า การจบลงด้วยการจูบกันคือสิ่งที่เคตต้องการให้เกิดขึ้นในการเดินทางของเธอ แต่แทนที่จะเป็นแบบนั้น มันจะดีกว่า ถ้าหากจะจบลงด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า จากการที่เธอสามารถทำในสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ต่อไปได้”

ฉากการไม่จูบของพระนางในหนังเรื่องนี้ ชวนให้นึกถึงหนังฮอลลีวูดนับหลายร้อยหลายพันเรื่องที่มักจะสรุปเรื่องราวสุดท้ายด้วยการจุมพิตกันของพระนาง การไม่จูบในหนังเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่พาวล์มองว่าเป็นการตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงโทนของหนังฮอลลีวูดแบบที่คุ้นเคยกันมาอย่างยาวนาน

“ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไม ผู้คนต่างคิดว่าหนังมันต้องมีแนวแบบใดแบบหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วมันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น และสิ่งที่ผมค้นพบว่ามันสนุกมากเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ก็คือ คุณสามารถรู้สึกถึงการขึ้นลงของสีสันและสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป หนังเรื่องนี้ถูกเล่าในหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป มันเกือบจะเหมือนกับดนตรีเลย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...