โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทางชีวิต Nikola Tesla (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 ก.ค. 2567 เวลา 13.19 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2567 เวลา 02.36 น.

เทคโนโลยีหนึ่งซึ่งเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษย์ไปอย่างถอนรากถอนโคนคือ ระบบไฟฟ้ากระแสสลับ และบุคคลผู้หนึ่งซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำให้ระบบไฟฟ้ากระแสสลับแพร่หลายไปทั่วโลกก็คือ นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla)

นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) ลืมตาดูโลกในช่วงเที่ยงคืนรอยต่อของวันที่ 9 และ 10 กรกฎาคม ค.ศ.1856 (หรือ พ.ศ.2399 ตรงกับต้นรัชสมัย ร.4) ในดินแดนที่ปัจจุบันคือ สาธารณรัฐโครเอเชีย ทั้งนี้ ผมจะใช้อายุของเขาเป็นหมุดหมายในการไล่เรียงเหตุการณ์ แต่จะระบุวันที่แน่นอนเอาไว้หากเป็นเหตุการณ์สำคัญครับ

อายุ 5-6 ปี : เด็กน้อยฉายแววนักประดิษฐ์ เช่น สร้างเครื่องมือซึ่งใช้จับกบได้ดีเยี่ยม สร้างปืนอัดลมขายให้เพื่อนๆ และสร้างอุปกรณ์พลังสายน้ำโดยเจาะรูตรงกลางแผ่นไม้รูปวงกลม ใส่แกนเพลา ทำที่รองรับเพลาปักไว้ในน้ำ จัดให้ขอบแผ่นไม้สัมผัสกระแสน้ำเพื่อขับแผ่นไม้ให้หมุน

อีกราวห้าสิบปีต่อมา เขาได้รับสิทธิบัตรกังหันน้ำแบบไร้ใบพัด ซึ่งเรียกว่า กังหันเทสลา (Tesla turbine)

เทสลายกเครดิตฝีมือในการประดิษฐ์ให้กับแม่ของเขา ซึ่งแม้จะไม่รู้หนังสือแต่เก่งในการประดิษฐ์อุปกรณ์เพื่อผ่อนแรงในการทำงานบ้าน แถมยังมีความจำเป็นเลิศ เช่น สามารถท่องตำนานชาวเซิร์บ ซึ่งเป็นบทกวีประจำชาติที่มีความยาวหลายพันคำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

ตัวเทสลาเองก็มีความจำแบบที่ฝรั่งเรียกว่า photographic memory คืออ่านข้อความอะไร เห็นอะไร ก็จำรายละเอียดได้ทั้งหมด

อายุ 7 ปี : ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธิตระบบปั๊มสูบน้ำมาใช้ดับเพลิง ปรากฏว่าระบบขัดข้อง เพราะแม้จะปั๊มแกนลูกสูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่น้ำก็ไม่ไหล

เทสลาเฝ้าสังเกตได้สักพัก ก็แสดงความเฉลียวฉลาดและความกล้าหาญ โดยวิ่งไปยังริมน้ำ ถอดเสื้อผ้าแล้วกระโดดลงไปหาสายยางที่งอพับอยู่ เขาคลายสายยางออก

สำเร็จ! น้ำพุ่งออกมาจากปลายหัวฉีด เทสลาน้อยกลายเป็นฮีโร่ไปในทันที เทสลาเล่าในภายหลังว่าเขาไม่รู้ว่าปั๊มทำงานอย่างไร แต่เกิดนึกขึ้นมาว่าน่าจะไปดูสายยางในแม่น้ำ

อายุ 9 ปี : เขาแสดงความคิดริเริ่มที่ไม่ธรรมดา โดยติดด้วง June bug จำนวน 16 ตัวเข้ากับกังหันรูปกากบาท ใบพัดแต่ละใบติดด้วง 4 ตัวหันหน้าไปทางเดียวกัน

เมื่อด้วงกระพือปีก กังหันจะหมุนส่งแรงไปขับสายพานหมุนลูกรอกอีกทีหนึ่ง เด็กน้อยต้องการสร้างเครื่องจักรให้ได้อย่างน้อย 100 พลังด้วง

แต่เมื่อเพื่อนคนหนึ่งที่เขาชวนมาดูผลงานเกิดจับด้วงออกมากิน ทำให้เขารู้สึกขยะแขยงอย่างมาก และทำลายเครื่องจักรพลังด้วงนั้นทิ้ง

อายุ 12 ปี : เริ่มแสดงอาการที่อาจจะบ่งถึงการเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsesssive-Compulsive Disorder) เช่น ต้องล้างมือ 3 ครั้ง อาการย้ำคิดย้ำทำเกิดขึ้นตลอดชั่วชีวิต เช่นเดียวกับความผูกพันของเขากับเลข 3

อย่างไรก็ดี แม้จะเชื่อกันในวงกว้างว่าเทสลาเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่ก็ไม่พบหลักฐานทางการแพทย์ที่ระบุว่าเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้

อายุ 13 ปี : เมื่อไปเที่ยวภูเขากับเพื่อนในฤดูหนาว เทสลาสังเกตว่าก้อนหิมะเล็กๆ บางก้อนระหว่างกลิ้งไปจะสะสมหิมะตามทางไปจนกลายเป็นลูกกลมขนาดใหญ่ จากนั้นกลายเป็นคล้ายม้วนพรมขนาดยักษ์ จบลงด้วยหิมะถล่ม เขาเชื่อว่ามีพลังมหาศาลซ่อนอยู่ในธรรมชาติที่อาจปลดปล่อยออกมาใช้ได้โดยการกระตุ้นเพียงเล็กน้อย

อายุ 15-17 ปี : เรียนที่ Higher Real Gymnasium ที่คาร์โลวัค จบหลักสูตร 4 ปี ในเวลาเพียง 3 ปี และที่แห่งนี้เองได้ครูสอนฟิสิกส์ที่เก่ง ทำให้เขาชอบฟิสิกส์มาก โดยเฉพาะการทดลองด้านไฟฟ้า

อายุ 17 ปี : เทสลาพูดได้คล่องแคล่วหลายภาษา เช่น (ภาษา) เซอร์โบ-โครเอเชียน, ละติน, อิตาเลียน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน และอังกฤษ (ฝรั่งเรียกคนที่พูดได้หลายภาษาว่า polyglot)

อายุ 18 ปี : กลับมาบ้านที่เมืองกอสพิค ก็ล้มป่วยอย่างหนัก นอนพักนานถึง 9 เดือน หากมีชีวิตรอดก็จะถูกบังคับให้ไปเป็นทหาร ส่วนทางบ้านอยากให้บวชเป็นพระ ซึ่งเขาไม่ชอบทั้งสองอย่าง เทสลาจึงขอพ่อว่าต้องการเป็นวิศวกรหากเขารอดชีวิต พ่อยินยอมตามที่ขอ เพราะเทสลาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัวขณะนั้น เนื่องจากพี่ชายของเทสลาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก

อายุ 20 ปี : เข้าศึกษาที่ Technische Hochschule ในเมืองกราซ โดยได้รับทุนจากทางการทหาร ในปีแรกเขาเข้าฟังการบรรยายทุกครั้งและเรียนได้เกรดสูงสุด และยังริเริ่มชมรมวัฒนธรรมเซอร์เบีย

อายุ 21 ปี : ในปีการศึกษาที่ 2 ศาสตราจารย์โปชล์ (Professor Poeschl) ได้สาธิตเครื่องกลกรามม์ ซึ่งประดิษฐ์โดยวิศวกรไฟฟ้าชาวเบลเยียม ชื่อ เซโนบ เทโอฟีล กรามม์ (Zenobe Theophile Gramme) เครื่องกลนี้เป็นทั้งมอเตอร์และอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้ากระแสตรงเครื่องแรกที่ใช้งานได้จริงในเชิงอุตสาหกรรม

เทสลารู้สึกทึ่ง แต่เขาได้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาใหญ่ของเครื่องกลนี้คือ ประกายไฟที่เกิดขึ้นมากมายที่คอมมิวเตเตอร์ (commutator) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้กระแสไฟฟ้าที่ได้ออกมาในทิศทางเดียว

ศาสตราจารย์โปชล์ตอบว่า “นั่นเป็นลักษณะพื้นฐานโดยธรรมชาติของเครื่องกลนี้” และกล่าวต่อว่า “ตราบเท่าที่กระแสไฟฟ้ายังไหลในทิศทางเดียว และตราบเท่าที่แม่เหล็กซึ่งมีสองขั้ว โดยแต่ละขั้วกระทำต่อกระแสไฟฟ้าในทิศทางตรงกันข้าม เราก็จำเป็นต้องใช้คอมมิวเตเตอร์เพื่อที่จะเปลี่ยนทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าในอาร์เมเจอร์ที่กำลังหมุนโดยเปลี่ยนให้ถูกจังหวะ”

แต่เทสลาไม่ยอมแพ้ เขาบอกว่า “นั่นเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดครับ เครื่องกลนี้ถูกจำกัดโดยลักษณะกระแสไฟที่ใช้ ผมกำลังแนะนำว่าเราควรกำจัดเจ้าคอมมิวเตเตอร์นี้ออกไปซะ โดยใช้ไฟฟ้ากระแสสลับแทน”

ศาสตราจารย์โปชล์ผู้มีประสบการณ์รู้สึกเหมือนถูกท้าทายโดยนักศึกษาวัย 21 ปี ดังนั้น ในการบรรยายครั้งถัดไป ท่านจึงใช้เวลาทั้งคาบในการชำแหละแนวคิดของเทสลาว่า “ใช้ไม่ได้” ต่อหน้านักศึกษาที่มาฟัง โดยทำอย่างละเอียดและเป็นระบบ จนแม้กระทั่งเทสลาเองถึงกับพูดไม่ออกเอาเลย

ท่านศาสตราจารย์จบการฉีกหน้าเทสลาด้วยคำพูดต่อไปนี้

“คุณเทสลาจะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ แต่แน่นอนว่าไม่มีทางเป็นเรื่องนี้ ความคิดของเขาก็เหมือนกับการเปลี่ยนแรงดึงที่มีทิศทางแน่นอน อย่างเช่นแรงโน้มถ่วง ให้กลายเป็นแรงที่ทำให้เกิดการหมุน มันเป็นเรื่องแนวเดียวกับเครื่องจักรอนันตกาล คือเป็นแนวคิดที่เป็นไปไม่ได้”

แต่ลึกๆ แล้วเทสลามั่นใจว่าเขาคิดถูก จึงไม่ยอมแพ้ และทุ่มเทเวลาอีกหลายปีเพื่อพิสูจน์ความเชื่อนี้

อายุ 22 ปี : เทสลาสอบตก เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัว พอถึงปลายปีที่ 3 เขาหยุดเข้าฟังการบรรยาย และออกจากสถานศึกษาในปีถัดมา

อายุ 25 ปี : เทสลาเริ่มทำงานที่ American Telephone Company ในกรุงบูดาเปสต์ เริ่มจากการเป็นหัวหน้าช่างไฟฟ้า และต่อมาได้เลื่อนเป็นวิศวกร

อายุ 26 ปี : เทสลาย้ายไปกรุงปารีสเพื่อทำงานที่ Continental Edison Company ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยวิศวกร มีหน้าที่ปรับปรุงการออกแบบอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับไดนาโมที่ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง

มีเกร็ดเล่าว่าเย็นวันหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1882 เทสลาไปเดินเล่นในสวนสาธารณะกับเพื่อนชื่อ ซิเกติ (Szigeti) ในขณะที่ดวงตะวันใกล้ลับฟ้า แสงสีเจิดจรัสได้ทำให้เขาท่องบทกวีบทหนึ่งจากเรื่อง Faust ของมหากวีเกอเธ่

ทันใดนั้น เขาก็หยุดท่องบทกวี…หายใจเข้าเสียงดัง…อ้าปากค้าง ต่อมาเขาบันทึกในอัตชีวประวัติว่า

“ขณะที่ผมออกเสียงถ้อยคำสร้างแรงบันดาลใจอยู่นั้น วาบความคิดก็ผุดขึ้นมาดังสายฟ้าฟาด ในชั่วขณะสัจจะได้สำแดงตนออกมา ผมใช้กิ่งไม้วาดแผนภาพบนพื้นทราย ภาพที่ผมเห็นนั้นคมชัดและแจ่มแจ้งอย่างน่าพิศวง และคงตัวแข็งแกร่งดังโลหะและศิลามากเสียจนกระทั่งผมบอกเขา (เพื่อนที่เดินมาด้วยกัน) ว่า ‘เห็นมอเตอร์ของผมมั้ย ดูผมกลับทิศทางมันนะ’ ผมอธิบายความรู้สึกของตัวเองไม่ถูก…”

ในที่สุด เทสลาก็ได้ “สร้าง” มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ…ที่ผุดขึ้นมาจากสมองอย่างแจ่มชัด นั่นคือ เขาได้ทำในสิ่งที่ศาสตราจารย์ท่านนั้นบอกว่าเป็นไปไม่ได้!

เทสลาออกแบบมอเตอร์เหนี่ยวนำ และพัฒนาอุปกรณ์หลายอย่างที่ใช้สนามแม่เหล็กหมุน ซึ่งเขาจะได้รับสิทธิบัตรในอีกราว 6 ปีต่อมา คือปี ค.ศ.1888

โปรดติดตามชีวิตของเขาในตอนต่อไปครับ!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เส้นทางชีวิต Nikola Tesla (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...