โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

GAC AION เปิดโรงงานประกอบรถที่ไทย เริ่ม 2 โมเดล พร้อมโชว์ AION V จ่อประกอบรุ่นถัดไป

BT Beartai

อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 10.19 น.
GAC AION เปิดโรงงานประกอบรถที่ไทย เริ่ม 2 โมเดล พร้อมโชว์ AION V จ่อประกอบรุ่นถัดไป

ช่วงนี้ถือว่าเป็นเวลาแห่งการเปิดโรงงานประกอบรถ EV ในไทย เพื่อตอบรับกับมาตราการ EV 3.0 และ 3.5 ด้วยการผลิตคืน 1-2 คันเป็นอย่างน้อย หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมการลดราคาอย่างบริษัท ไอออน ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) หรือ GAC AION ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกสัญชาติจีน ได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกนอกประเทศจีน ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ในเขตโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC บนพื้นที่ 85,000 ตารางเมตร

คุณ เจิง ชิ่งหง (Zeng Qinghong) ประธานบริษัท GAC กรุ๊ป

การเปิดโรงงานของ GAC AION ได้รับเกียรติจากประธานบริษัท GAC กรุ๊ป รวมถึงเปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปเก็บภาพของโรงงาน ที่ขนเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงตามมาตรฐานระดับโลกจากประเทศจีน เข้ามาใช้ในโรงงานแห่งนี้ด้วย ใครยังจำกันได้ว่าเราเคยไปเยี่ยมชมโรงงานของ GAC AION ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีนมาแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าแม้เขาจะบอกว่านำเทคโนโลยีมาจากจีนมาใช้ แต่โรงงานที่ระยองกลับห่างชั้นจากจีนหลายเท่าตัวเลย ทั้งขนาด กำลังการผลิตรวมกว่า 500,000 คันต่อปี (จาก 2 โรงงานในจีน) ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์ประกอบรถหลายร้อยตัว แต่สิ่งที่ยืนยันได้ว่าเป้าหมายในการผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเรื่องจริง เพราะนี่คือโรงงานประกอบรถแห่งแรกนอกประเทศจีนของ GAC AION นั่นเอง

GAC ได้มีการลงทุนกว่า 223,000 ล้านบาทในปี 2017 เพื่อก่อตั้งโรงงานผลิตรถ Guangzhou Automobile Group (GAC) และลงทุนเพิ่มเติมอีกประมาณ 223,000 ล้านบาทในการก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ GAC Zhilian New Energy Automobile Industrial Park สำหรับผลิตรถพลังงานทางเลือกโดยเฉพาะ ทั้งนี้บริษัทมียอดขายรถรวมทุกบริษัทในเครือจำนวน 2.5 ล้านคันในปี 2023 จากตลาดรถ 30 ประเทศ 5 ทวีปทั่วโลก ต้องบอกว่าเทคโนโลยีของ GAC AION ไม่ธรรมดา นอกจากจะผลิตรถได้ไวแล้ว ยังมียอดขายรถ EV ครบ 1 ล้านคันเร็วที่สุดในโลกที่เวลาเพียง 4 ปี 8 เดือน และบริษัทยังถือว่าเป็น TOP3 ด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศจีนอีกด้วย

กลับมาที่โรงงานในนิคมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง บนพื้นที่กว่า 85,000 ตร.ม. เป็นกลยุทธ์ของบริษัท GAC AION ที่ต้องการขยายตลาดและสร้างแบรนด์ในระดับสากล พร้อมทั้งกระจายความรู้ทางด้านการผลิตและเทคโนโลยีของบริษัทมาสู่ประเทศไทยอย่างครบวงจร โดยใช้เวลาก่อตั้งโรงงานแห่งนี้เพียงแค่ 10 เดือนเท่านั้น (เร็วกว่า BYD ที่ 11 เดือน) ประกอบด้วยโรงงาน 3 ส่วนคือ โรง A ทำหน้าที่เก็บอะไหล่ พาร์ท IQC ต่าง ๆ และโรง B ทำหน้าที่ไลน์ประกอบตัวรถ จุดนี้จะมีหุ่นยนต์จากจีนที่เข้ามาช่วยประกอบล้อและกระจกแบบ 100% รวมถึงพื้นที่ทดสอบสมรรถภาพรถ ระบบช่วงล่าง และโรง C ที่ใช้เก็บตัวถังนำเข้าจากจีน

โรงงาน GAC AION ที่ไทย ชูการใช้เทคโนโลยี Data ในการเก็บข้อมูลแบบ 100% รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจสอบการทำงานของมนุษย์อีกขั้นตอนหนึ่ง พร้อมทั้งยังตรวจสอบคุณภาพของการผลิตด้วย ทั้งนี้ในระยะแรกของโรงงานยังเป็นการนำเข้าอะไหล่จากประเทศจีนกว่า 80% อยู่ โดยเฉพาะตัวถังและแบตเตอรี่ ส่วนที่เหลือสามารถใช้อะไหล่ท้องถิ่น จำพวกคอนโซลกลาง จอดิจิทัล รวมถึงเบาะที่นั่ง ทดแทนได้อยู่ (ปัจจุบันมีซับพลายเออร์ในไทยประมาณ 14 เจ้า) เช่นเดียวกับคนงานในโรงงานแห่งนี้มีประมาณ 200 คน แบ่งเป็นคนไทย 70% และที่เหลือยังเป็นคนงานจีนที่เข้ามาช่วยดูงานในระยะแรกนั่นเอง

โรงงาน GAC AION เดินสานการประกอบในรุ่น AION Y Plus (ปัจจุบันมียอดจดทะเบียนในปี 2024 ถึงเดือนมิถุนายนที่ 2,208 คัน) และ AION ES (ปัจจุบันมียอดจดทะเบียนในปี 2024 ถึงเดือนมิถุนายนที่ 666 คัน) ก่อน ซึ่งช่วงปลายปีจะมีการนำรุ่น AION V เอสยูวีไฟฟ้าเจเนอเรชันที่ 2 เข้ามาประกอบในไทยเช่นเดียวกัน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมพกพาตู้เย็นขนาดเล็ก และระบบขับขี่อัจฉริยะ ADAS รวมถึงรองรับ Fast Charge ด้วย สามารถขับขี่ระยะสูงสุดกว่า 750 km เลยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...