ทำไมนักลงทุนรุ่นใหม่จึงสนใจ ทองคำ มิลเลนเนียลจัดสรรทองคำในพอร์ตสูงสุดถึง 17%
ทำไมนักลงทุนรุ่นใหม่จึงสนใจ "ทองคำ" มิลเลนเนียลจัดสรรทองคำในพอร์ตสูงสุดถึง 17% แซงหน้าทั้งกลุ่มเบบูมเมอร์และคนรุ่น X ที่มีการจัดสรรเพียง 10% เท่านั้น
วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จากการศึกษาของ Bank of America Private Bank พบว่า ในบรรดานักลงทุนผู้มั่งคั่งที่มีอายุต่ำกว่า 43 ปี ประมาณ 45% ถือครอง ทองคำ เป็นสินทรัพย์ และอีก 45% สนใจที่จะถือครองทองคำไว้ ซึ่งถือเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่ากลุ่มอายุอื่นมาก
ลิซ ยัง โธมัส หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของ บริษัทบริการทางการเงินดิจิทัล SoFi กล่าวว่า โดยทั่วไป ประชากรกลุ่มนี้จะไม่สนใจสินทรัพย์อย่างทองคำ เงินสด หรือพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากถือว่าสินทรัพย์เหล่านี้น่าเบื่อ
“เมื่ออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรเพิ่มขึ้น เงินสดก็ต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยสูง และทองคำก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เราเห็นผลตอบแทนที่ปกติแล้วไม่เห็นในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้ โดยธรรมชาติแล้ว เมื่อสินทรัพย์มีผลตอบแทนที่ดี ทำให้นักลงทุนอายุน้อยจะเริ่มสนใจ”
ข้อมูลดังกล่าวเป็นการยืนยันผลการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่จัดทำโดยผู้จัดการเงิน State Street โดยพบว่า กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลมีการจัดสรรทองคำในพอร์ตการลงทุนสูงสุดที่ 17% ซึ่งแซงหน้าทั้งกลุ่มเบบูมเมอร์และคนรุ่น X ที่มีการจัดสรรเพียง 10% เท่านั้น
หากถามว่าทำไมนักลงทุนรุ่นใหม่จึงสนใจสินทรัพย์ทองคำ ส่วนหนึ่งของกระแสฮือฮาที่เกิดขึ้นใหม่เกี่ยวกับทองคำคือราคาตลาดที่แข็งแรง ซึ่ง ณ วันที่ 19 ก.ค. ราคาทองคำสูงกว่า 2,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นอกจากนี้ทองคำยังวางขายตามชั้นวางสินค้าในร้านค้าปลีกยอดนิยมมากขึ้น ร้านค้าขนาดใหญ่ Costco เริ่มขายทองคำแท่ง 1 ออนซ์เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่แล้ว และทำยอดขายได้ดีถึง 200 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ตามการประมาณการของ Wells Fargo
ขณะที่ความคิดจากผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า เสน่ห์อย่างหนึ่งของทองคำก็คือมันจับต้องได้ หากระบบการเงินของโลกเกิดขัดข้องหรือสกุลเงินตกต่ำ อย่างน้อยก็ยังมีสิ่งที่เป็นของจริงให้ถือเอาไว้
Eric Amzalag นักวางแผนการเงินในเมือง Canoga Park รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งลูกค้าของเขามักจะใช้ APMEX ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกโลหะมีค่าทางออนไลน์ กล่าวว่า“พบว่าลูกค้ารุ่นมิลเลนเนียลยิ่งมีฐานะร่ำรวยขึ้น สนใจที่จะลงทุนในทองคำที่ถือครองโดยตรงและดูแลเองมากขึ้น นั่นเป็นเพราะเป้าหมายในการลงทุนมักจะเปลี่ยนจากการเติบโตเป็นการรักษาเงินทุน”
แต่หากจะซื้อทองคำแท่ง จะต้องเผชิญความท้าทายหลายประการเช่นกัน เช่น หาตัวแทนจำหน่ายที่มีชื่อเสียงที่ไม่เอาเปรียบคุณ จัดส่งและจัดเก็บทองคำให้ปลอดภัย ทำประกันการซื้อข จากนั้นคิดหาวิธีขายทองคำแท่งนั้นในที่สุด
สภาทองคำโลกจึงแนะนำการเพิ่มทองคำลงในพอร์ต โดยอาจพิจารณา ETF กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทองคำแท่งหรือลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ ก็ช่วยขจัดปัญหาในการซื้อ จัดเก็บ และขายได้ นอกจากนี้ยังทำให้การเปิดรับความเสี่ยงในสินทรัพย์เป็นเรื่องง่ายอีกด้วย
ETF ที่ใหญ่ที่สุดคือ SPDR Gold Shares (GLD) ซึ่งมีอัตราค่าใช้จ่าย 0.4% และให้ผลตอบแทนในหนึ่งปีมากกว่า 23% หรือการซื้อ ETF ที่ประกอบด้วยหุ้นเหมืองแร่ เช่น VanEck Gold Miners (GDX)
นอกจากนี้สภาทองคำโลกแนะนะว่าอย่าจัดสรรเกินความจำเป็น ทองคำอาจมีประโยชน์ในพอร์ตโฟลิโอและอาจเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อหรือความผันผวนได้ แต่ในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำอาจมีความผันผวน
ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า หุ้นควรยังคงเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนส่วนใหญ่ บริษัทที่สร้างยอดขาย สร้างกำไร จ่ายเงินปันผล ถือเป็นสินทรัพย์ประเภทที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและให้ผลตอบแทนระยะยาวที่เหนือกว่า
อ้างอิง : reuters.com
อ่านข่าวอื่น ๆ