โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ราชกิจจาฯ ประกาศ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานบังคับใช้ตรวจ-รับผลทุเรียนสำหรับล้ง ปี 2567

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2567 เวลา 10.09 น.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานบังคับใช้ในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ ปี 2567 หวังยกระดับทุเรียนไทยแข่งขันในตลาดโลก เพื่อแก้ปัญหาการเร่งตัดทุเรียนอ่อน ส่งผลต่อการส่งออกทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด กระทบความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและการค้าผลไม้ทุเรียนของไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับหลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุเป็นมาตรฐานบังคับ พ.ศ. 2567 ลงนามโดยร้อยเอก ธรรมนัส พรหรมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ระบุว่า โดยที่ทุเรียนเป็นผลไม้สำคัญทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตและส่งออก แต่มักพบปัญหาการเร่งตัดทุเรียนเพื่อการบริโภคสดก่อนถึงอายุเก็บเกี่ยว ทำให้มีทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด อันส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการค้าผลไม้ทุเรียน จึงจำเป็นต้องมีหลักปฏิบัติสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุทุเรียน เพื่อสนับสนุนการจำหน่ายผลทุเรียนแก่ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและเวทีการค้า รวมทั้งยกระดับคุณภาพของทุเรียนไทยเพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดโลก

ในการนี้ ได้มีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 และได้มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องครบถ้วน ตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 แล้ว

สมควรกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับหลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุเป็นมาตรฐานบังคับ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ โดยให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สำหรับสาระสำคัญมาตรฐานสินค้าเกษตร เลขที่ มกษ. 9070-2566 ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 เป็นมาตรฐานบังคับ ที่โรงรวบรวม (collecting house) และโรงคัดบรรจุ (packing house) หรือล้งที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น

โรงรวบรวมหรือคัดบรรจุต้องมีการตรวจหลักฐานแสดงการจัดการแหล่งปลูก รุ่น (lot) ที่ต้องมีปริมาณแน่นอนของสินค้าที่ผลิตภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ ที่สันนิษฐานว่ากระบวนการผลิตมีความสม่ำเสมอ (uniform of process) และในรุ่นของทุเรียน ทุเรียนพันธุ์เดียวกันที่รับเข้ามาในช่วงเดียวกันก็จะต้องมีความเหมือนกันในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น แหล่งปลูกหรือแปลงปลูก ผู้ผลิต รวมถึงผู้ส่งมอบ รวมถึงมีการบันทึกข้อมูลอายุของผลทุเรียน (วันดอกบานถึงวันเก็บเกี่ยว) ของเกษตรกร

โรงรวบรวมหรือคัดบรรจุ ต้องมีมาตรการตรวจสอบความแก่ของผลทุเรียน ก่อนรับเข้าสู่การจัดการ ต้องตรวจพินิจลักษณะภายนอกของผลทุเรียนทุกผลจากทุกรุ่น มีการคัดแยกผลทุเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ และทำการแยกไว้ต่างหากในบริเวณที่ติดป้ายบ่งบอกชัดเจน ห้ามนำเข้าสู่การจัดการและห้ามนำไปจำหน่ายเพื่อบริโภคสดและต้องบันทึกข้อมูลการคัดแยก และการจัดการกับผลทุเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ไว้เป็นหลักฐาน

มีการตรวจวิเคราะห์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน ต้องตรวจสอบความแก่ของผลทุเรียน โดยนำผลทุเรียนที่ผ่านการคัดแยกแล้วว่าเป็นผลทุเรียนแก่มาตรวจวิเคราะห์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน ซึ่งน้ำหนักจะต้องผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด

ผู้ควบคุมการเก็บเกี่ยวต้องมีความรู้ความชำนาญ และมีหลักฐานแสดงว่าได้รับการฝึกอบรมและผ่านการทดสอบเรื่องการเก็บผลทุเรียนแก่ หรือได้รับการประเมินความสามารถโดยล้ง หรือได้รับการฝึกอบรมและผ่านการทดสอบเรื่องการเก็บเกี่ยวผลทุเรียนแก่จากหน่วยงานภาครัฐ

รวมถึงต้องบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจและรับผลทุเรียนในแต่ละรุ่น และเก็บรักษาบันทึกข้อมูลไว้ให้สามารถเข้าถึงได้สะดวก เพื่อการตามสอบได้ เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราชกิจจาฯ ประกาศ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานบังคับใช้ตรวจ-รับผลทุเรียนสำหรับล้ง ปี 2567

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...