ญาติน้ำตาซึม แม่บ้านทำร้ายยาย ป่วยติดเตียง ฟันหัก ช้ำทั้งตัว อึ้งยังโพสต์หางานอยู่
ญาติร้องสายไหมต้องรอด แม่บ้านทำร้ายยายอัลไซเมอร์ติดเตียง ใช้ช้อนกระแทกปากจนฟันหัก ตามตัวมีรอยช้ำ ชิงลาออกหนีผิด อึ้งยังโพสต์เฟซหางานดูแลคนแก่อยู่
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ก.ค.67 ที่ สน.มีนบุรี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงาน พาคุณยายอายุ 86 ปี และญาติ เดินทางมาถึงที่สน.มีนบุรี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแม่บ้านหลังทำร้ายคุณยายจนได้รับบาดเจ็บ ผู้ก่อเหตุยอมรับว่า 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ทุบตียายมาแล้วประมาณ 20-30 ครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณยายต้องนอนบนรถเข็น ตามร่างกายพบรอยช้ำ ปากบวม และฟันหักจากการถูกตี เมื่อสอบถามว่าคุณยายเจ็บหรือไม่ ยายก็ตอบว่าเจ็บ กลัวไหม ยายก็ตอบว่ากลัว ยายบอกว่าหิวข้าว และปวดหัว พร้อมเอามือจับหัว
นายเอกภพ กล่าวว่า ญาติของยายประสานมาทางเพจสายไหมต้องรอดว่าเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน โพสต์เฟซบุ๊กจ้างแม่บ้านด้วยจำนวนเงิน 500 บาท เพื่อมาป้อนข้าว เปลี่ยนแพมเพอร์สให้คุณยาย ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ร่างกายซีกซ้ายใช้งานไม่ได้ และมีอาการอัลไซเมอร์
นายเอกภพ กล่าวต่อว่า ญาติผิดสังเกตพบว่ายายมีรอยช้ำตามตัว เมื่อไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าแม่บ้านใช้ช้อนกระแทกฟันยายขณะป้อนข้าว จนฟันหัก พร้อมหยิกยาย จนมีแผลตามตัว
พอถามว่าทำทำไม แม่บ้านตอบเพียงว่า ยายดื้อ พร้อมรับว่าทำมา 20-30 ครั้งแล้ว ล่าสุดแม่บ้านคนดังกล่าวลาออกไปแล้ว แต่มองว่า ถ้าปล่อยไป จะเป็นอันตรายกับสังคม
ด้านนายมาณพ ติณสิริสุข อายุ 56 ปี ลูกเขยของคุณยาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา แม่บ้านคนเก่าลาออก ตนและแฟนต้องทำงานหาเงิน เลยต้องจ้างคนมาดูแลยายแบบเช้า เย็นกลับ
เมื่อโพสต์ตามหาในเฟซบุ๊กก็มีคนทักมาจำนวนมาก รวมถึงมิจฉาชีพ จนได้ตัวเลือกสุดท้าย ชื่อ น.ส.นภสร หรือกระต่าย อายุ 49 ปี บ้านอยู่แถวปทุมธานี หลังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต พร้อมบอกว่าเคยมีประสบการณ์ดูแลคนแก่ 10-20 เคสมาแล้ว
ตนก็อธิบายอาการอัลไซเมอร์ของคุณยายว่า อาจจะมีอารมณ์พูดหยาบบ้าง ด้านกระต่ายบอกว่า ต้องเข้าใจคุณยาย การที่ยายด่าถือว่ายายให้พร ตอนนั้นตนกับแฟนก็มองว่าเด็กคนนี้ดูโอเค ดูพูดจาเพราะ จึงรับเข้ามาทำงานตั้งแต่ช่วงบ่าย 11 มิ.ย. โดยมารับที่สถานีรถไฟ
และมาอยู่อาศัยกับที่บ้านของตน จนถึงเวลา 17.00 น. วันที่ 5 ก.ค. เป็นเวลารวม 21 วัน โดยจ่ายค่าจ้างไปกว่า 15,000 บาท จากนั้นอีก 1 อาทิตย์ต่อมา ตนและแฟนเริ่มสังเกตความผิดปกติ คือยายนอนซึม ปกติยายจะผงกหัว ขยับแขนได้ โดยเฉพาะตอนเย็น ปากยายค่อนข้างแห้ง คาดว่ากระต่ายให้น้ำกินน้อย และไม่ค่อยใส่ใจ
ต่อมาเย็นวันที่ 1 ก.ค. ตนกับแฟนกลับมา ก็ตกใจเห็นปากคุณยายมีรอยฟกช้ำ ฟันหักซี่หนึ่ง พอสอบถามกระต่าย เขาบอกว่าตอนฟันหัก เขาไปซักผ้าด้านนอก แต่บ้านตนเครื่องซักผ้ามีปัญหา ต้องซักด้วยมือ แต่กลับพบว่าไม่มีผ้าตาก
พอมาวันที่ 2 ก.ค. ตนจึงตัดสินใจเปิดภาพกล้องวงจรปิดดู มีการจับภาพขณะทำร้ายร่างกายยายเกิดขึ้นจริง โดยแม่บ้านที่จ้างเข้ามา เมื่อตนและแฟนเห็นก็น้ำตาซึม เสียใจมาก ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับครอบครัวตัวเอง
พอวันที่ 5 ก.ค. ตนก็เริ่มเค้นถามกระต่าย ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมรับ แต่สุดท้ายก็ยอมบอกว่า ทำร้ายร่างกายไป 20-30 ครั้ง เปิดดูกล้องวงจรปิดได้ พร้อมท้าทายว่าไปแจ้งความที่สน.ไหนก็ได้นะ ทำให้ตนปรี๊ดขึ้นมาว่า ทำไมไม่เกรงกลัวกฎหมายเลย โดยให้เหตุผลอ้างว่ายายดื้อ พยายามจิกและจับตัวเขา ซึ่งตนคาดว่า เพราะอาการอัลไซเมอร์อาจจะทำให้คนดูแลหงุดหงิด จนทำร้ายร่างกายได้
"ก่อนหน้านี้ถามกระต่ายไปว่า ถ้ามีคนอื่นมาทำกับแม่ตัวเองบ้าง จะรับได้ไหม จะคิดยังไง แต่เขาก็นิ่งเฉย โดยผมแอบผิดสังเกตวันแรก ในการขอโอนเงินค่าจ้าง แต่ทางกระต่ายบอกว่าไม่ได้เปิดบัญชี ขอรับเป็นเงินสด ทำให้รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง จึงมาร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด เพราะบุคคลนี้อันตราย กลัวที่จะไปก่อเหตุให้กับสังคมไทย ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ตอนนี้ผมได้คนดูแลคนใหม่ อายุ 56 ปี หวังว่าจะไม่ใจร้ายเหมือนคนเก่า ล่าสุดกระต่ายยังคงโพสต์หางานดูแลคนแก่ในกลุ่มเฟซบุ๊กอยู่เลย" นายมาณพ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุิ์ ศุภพนารักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะส่งตัวคุณยายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนำใบรับรองแพทย์มาประกอบสำนวนทางคดี และจะเรียกผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ ก่อนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาภายหลัง เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ยังพบอีกว่าผู้ก่อเหตุยังใช้เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็น สนใจรับดูแลผู้สูงอายุ พร้อมแนบเบอร์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งทีมข่าวพยายามโทรไปหา แต่ก็ไม่มีคนรับสาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ญาติน้ำตาซึม แม่บ้านทำร้ายยาย ป่วยติดเตียง ฟันหัก ช้ำทั้งตัว อึ้งยังโพสต์หางานอยู่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th