เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์มีอยู่จริง ! แค่จัดทริป 3 วัน 2 คืน เที่ยวหลวงพระบาง ใกล้ ๆ นี่เอง
LSA Thailand
อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2567 เวลา 09.39 น. • Lifestyle Asia Thailandพอเห็นข่าวว่าเริมมีการผลักดัน น่าน ให้เป็นเมืองมรดกโลกคู่กับหลวงพระบาง เราก็แทบอยากแพ็คกระเป๋าไป เที่ยวหลวงพระบาง กันซะตอนนี้เลยจริง ๆ เพราะคิดถึงบรรยากาศสุดชิว เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ได้แบบลืมวันลืมคืนกันไปเลย
หลวงพระบาง ตั้งอยู่ที่ประเทศลาว ด้วยพิกัดของเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง และ แม่น้ำคาน รายล้อมไปด้วยป่าไม้ และ ทิวเขา ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สายชิวอย่างเรามักแวะไปพักผ่อนหายใจทิ้ง เพื่อซึมซับธรรมชาติ วัฒนธรรม และ ความเรียบง่ายแสนสบาย หลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งเดือน ใครที่แพลนว่าหน้าฝนที่ชุ่มฉ่ำแบบนี้ น่าไปเช็คอินหลวงพระบางสักหน่อย เรามีแพลนทริปแบบจัดเต็มตั้งแต่วิธีการเดินทาง ฤดูกาลที่น่าไปที่สุด ยันสถานที่ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดมาแชร์กัน
การเดินทาง
มาเริ่มต้นการเดินทางของสายชิวตั้งแต่วิธีการเดินทางไป หลวงพระบาง กันเลยดีกว่า สำหรับวิธีเดินทางไปหลวงพระบาง มีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับเรารีบแค่ไหน มีงบจำกัดไหม
เดินทางด้วยเครื่องบิน สำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวน้อย หรืออยากย่นระยะเวลาการเดินทาง จะได้เที่ยวแบบเต็มอิ่มจุใจ เราแนะนำให้นั่งเครื่องบินไปลงหลวงพระบางเลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
นั่งรถไฟ ช้าแต่ชัวร์ ถ้าอยากได้อารมณ์วินเทจขึ้นมาอีกนิดก็เลือกเป็นรถไฟได้เลย แต่ขั้นตอนจะยุ่งยากเล็กน้อย จากเดิมที่เราต้องเริ่มจุดสตาร์ทที่จังหวัดหนองคาย เพื่อยื่น ตม. ขอผ่านไปประเทศลาวให้เรียบร้อย แล้วให้นั่งรถ 10 นาทีต่อมาที่เวียงจันทน์ จากนั้นจองรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน เพื่อนั่งไปลงหลวงพระบางต่อ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ตอนนี้ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว ! เพราะเราสามารถนั่งรถไฟยิงยาวจากกรุงเทพอภิวัฒน์ถึงเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ได้เลยแบบชิว ๆ แถมยังจองตั๋วล่วงหน้าได้สูงสุด 180 วันอีกด้วย แต่เราก็ยังต้องแวะไปยื่น ตม. ที่หนองคายอยู่ดี รวมเวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 11 ชั่วโมง
นั่งรถบัส แต่ต้องเผื่อเวลาสำหรับเดินทาง 1 วันเต็ม ใครชอบนั่งรถชมวิว เลือกนั่งรถบัสได้เลย ได้ชมวิวยาว ๆ 10 ชั่วโมงขึ้นแน่นอน สำหรับการนั่งรถบัส มีให้เลือกหลากหลายเส้นทาง ถ้าเริ่มจากที่ไทยเราแนะนำให้นั่งรถบัสจากจังหวัดเลย เส้นทางจะสบายที่สุด หรือใครสะดวกจังหวัดน่าน, หนองคาย หรือ กรุงเทพฯ ก็ได้เหมือนกัน เพราะรถบัสจากแต่ละจังหวัดต้องไปต่อรถที่เวียงจันทน์ ประเทศลาวอยู่ดี แล้วจึงนั่งรถบัสต่อไปยังหลวงพระบางอีกประมาณ 9 ชั่วโมง
ล่องเรือไปช้า ๆ ชิว ๆ โดยใช้ Slowboat ถ้าเบื่อเส้นทางบนท้องถนน เราแนะนำเรือช้าไปหลวงพระบางเลย ชิวสุด แถมได้นั่ง ๆ นอน ๆ ชมวิวแม่น้ำโขงอีกด้วย บอกไว้ก่อนเลยว่าการนั่งเรือใช้เวลาทั้งหมด 2 วัน 1 คืน โดยเริ่มเดินทางจากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย หลังจากเราทำเรื่องผ่าน ตม. ที่ด่านพรมแดนเชียงของแล้วเราจะนั่งเรือจากท่าเรือห้วยทรายตอน 9.00 น. (เรือมีรอบเดียว) เรือจะแวะจอดพักครึ่งทางที่ปากแบง ประเทศลาวเพื่อให้เราพักผ่อน และ ค้างที่นี่ 1 คืน จากนั้นเราถึงจะล่องเรือต่อไปจนถึงหลวงพระบาง
Currency
ค่าเงินของหลวงพระบาง คือ กีบ (LAK) 1 กีบ มีค่าประมาณ ค่าเงินของหลวงพระบาง บาทไทย ถ้าแลก 1,000 บาทไทย จะได้ประมาณ 595,067 กีบ แต่ที่หลวงพระบางก็รับเงินบาทด้วยเหมือนกัน จะพกเงินบาทติดตัวไปก็ได้ แต่แนะนำว่าแลกแบงค์ 20 กับ 50 ไปเยอะหน่อย เพราะถ้าเราจ่ายเกินบางทีร้านค้าไม่มีทอน เราจะขาดทุนได้
Best Time
เนื่องจากประเทศลาวเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สภาพภูมิอากาศไม่แตกต่างจากเรามากนัก เราจึงแนะนำให้ไปเที่ยวช่วงหน้าหนาว (เดือนพฤศจิกายน-กุมาพันธ์) จะดีที่สุด เพราะสภาพอากาศกำลังดี ลมพัดเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือชื้นจนเกินไป ตอนเช้ามีหมอกลง ถึงจะมืดไวแต่ก็อากาศเย็นสบาย ไม่เหนื่อย ช่วงที่เราไม่แนะนำเลย คือ ฤดูร้อน (เดือนเมษายน-มิถุนายน) นอกจากจะอากาศร้อนแล้วยังตรงกับฤดูเผาของชาวลาวอีกด้วย
Trip Idea
สำหรับทริปไอเดีย เที่ยวหลวงพระบาง เราขอจัดเป็นทริปแบบ One Day Trip ให้แล้วกัน เผื่อใครอยากตะลุยเที่ยวลาวแบบจุก ๆ เก็บให้ครบทั้งเวียงจันทน์ วังเวียง และ ที่อื่น ๆ จะได้จัดแพลนนี้ใส่ไว้ในรายการเที่ยวได้เลย
เราแนะนำให้ออกเดินทางตั้งแต่ 7 โมงเช้าเพื่อไปยัง น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในหลวงพระบาง ไปตอนเช้าอากาศยังไม่ร้อนมาก จะขับรถไปเองก็ดีหรือเหมาสองแถวไปก็ได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงถึงตัวอุทยาน จากนั้นเดินเส้นทางธรรมชาติต่อก็จะถึงตัวน้ำตกแล้ว ใครที่เป็นสายเดินชมธรรมชาติ อยากสูดอากาศบริสุทธิ์ แวะตามจุดแวะพักต่าง ๆ แบบชิว ๆ จะใช้เวลาทั้งครึ่งเช้าอยู่ที่นี่เลยก็ได้ แต่ถ้าเป็นสายเน้นเก็บที่เที่ยว หลังจากถ่ายรูปกับน้ำตกแล้ว ตีรถกลับตัวเมืองไปถ่ายรูปต่อที่ วัดจอมเพ็ด ตั่งอยู่บนยอดภูเพชรเลยก็ได้ จากนั้นค่อยนั่งรถตระเวนหาร้านอร่อยกินในตัวเมือง
หลังจากเติมพลังจนอิ่มท้องเรียบร้อย นั่งรถต่อไปเช็คอินที่ วัดแสนสุขาราม หรือ วัดแสน วัดโบราณที่ก่อสร้างขึ้นหลังนครหลวงพระบางแยกออกมาจากนครเวียงจันทน์ได้ 11 ปี แต่เพราะได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง วัดจึงยังสวยงามจนทุกวันนี้ จากนั้นไม่ไกลกัน มีอีกวัดที่เราอยากให้ไป คือ วัดเชียงทอง วัดหลวงประจำราชวงศ์ล้านช้าง ราชวงศ์หลวงพระบาง และราชวงศ์ลาว เป็นวัดที่มีความอ่อนช้อยสวยงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัญมณีของศิลปะล้านช้าง” เลยทีเดียว
ปิดจบทริปของวันนี้กันด้วย ตลาดมืดหลวงพระบาง Night Market ชื่อดังที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง คุณจะได้ลิ้มลองสตรีทฟู้ดอร่อย ๆ ทั้งคาวหวานที่หาไม่ได้จากที่ไหน รวมไปถึงได้ชมวิถีชีวิตของคนหลวงพระบางอย่างใกล้ชิด ซื้อของที่ระลึกอย่างเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และ เซรามิกสวย ๆ กลับไปฝากคนที่บ้าน
นี่เป็นแค่สถานที่เที่ยวแบบน้ำจิ้ม ๆ เท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่าหลวงพระบางมีที่ไหนน่าสนใจอีกบ้าง เราแนะนำให้จิ้มไปที่บทความ ที่เที่ยวหลวงพระบาง 10 สถานที่ ที่คุณไม่ควรพลาด! นี้ได้เลย เราคัด 10 ที่เที่ยวเน้น ๆ มาให้แบบจุใจเลย
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Feature Image by Tourismluangprabang via Facebook
The information in this article is accurate as of the date of publication.