โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตัวเลขการค้าเวียดนาม บ่งชี้ว่าขั้วสหรัฐลดพึ่งพาจีนได้จริงไหม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มิ.ย. 2567 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2567 เวลา 04.56 น.
ท่าเรือขนส่งสินค้าในจังหวัดบินห์ดินห์ ประเทศเวียดนาม บันทึกภาพเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2024 (ภาพโดย Tran Thi Minh Ha / AFP)

ใน 5 เดือนแรกของปีนี้ เวียดนามเกินดุลการค้า 8,010 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 294,800 ล้านบาท) จากมูลค่าการค้ารวม 305,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 11,225,070 ล้านบาท) ซึ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 156,770 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,769,680 ล้านบาท) และมูลค่าการนำเข้า 148,760 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,474,890 ล้านบาท)

รายได้ส่งออกของเวียดนามมาจากการส่งออกสินค้าสำคัญ 7 รายการ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ อะไหล่ โทรศัพท์ เสื้อผ้า-สิ่งทอ รองเท้า และไม้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้สูงเกิน 5,000 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 183,000 ล้านบาท) คิดเป็น 65.3% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

ตลาดอันดับ 1 ที่เวียดนามส่งออกและได้ดุลการค้ามากที่สุดคือ สหรัฐ โดยเวียดนามทำเงินจากการส่งออกไปสหรัฐ 44,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,619,350 ล้านบาท) และได้ดุลการค้าสหรัฐ 38,100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,402,210 ล้านบาท)

นอกจากนั้น เวียดนามได้ดุลการค้าสหภาพยุโรป หรืออียู 14,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 527,810 ล้านบาท) ได้ดุลการค้าญี่ปุ่น 290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10,700 ล้านบาท)

ส่วนแหล่งนำเข้าหลักที่เวียดนามนำเข้าและเสียดุลการค้ามากที่สุดคือ จีน ซึ่งเวียดนามนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นมูลค่า 54,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,020,510 ล้านบาท) และขาดดุลการค้าจีน 32,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,192,190 ล้านบาท)

นอกจากนั้น เวียดนามขาดดุลการค้าเกาหลีใต้ 11,100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 409,700 ล้านบาท) และขาดดุลประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนรวมกัน 4,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 15,5020 ล้านบาท)

ตัวเลขการค้าของเวียดนามสะท้อนอะไรมากกว่าการค้าของเวียดนาม เพราะมันสะท้อนให้เห็น “เส้นทางการค้าโลก” ในโลกที่กำลังแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ (Decoupling) และตอบคำถามว่า จริง ๆ แล้วที่สหรัฐพยายามดึงห่วงโซ่อุปทานของบริษัทสหรัฐและพันธมิตรออกห่างจากจีนนั้น ทำสำเร็จมากน้อยเพียงใด ซึ่งตัวเลขการค้าของเวียดนามบ่งชี้ว่า จีนยังมีส่วนร่วมอยู่มากในห่วงโซ่การผลิตสินค้าที่เวียดนามส่งออกไปยังสหรัฐ และชาติพันธมิตรของสหรัฐ ทั้งยุโรปและญี่ปุ่น

อย่างที่มีข่าวออกมาว่า ช่วงสองสามปีมานี้ บริษัทต่างชาติในจีน โดยเฉพาะบริษัทจากสหรัฐ โดนบีบหนักให้ย้ายฐานการผลิตสินค้าส่วนที่ไม่ได้ขายในประเทศจีนออกจากจีน และ “เวียดนาม” ได้กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของบริษัทที่ย้ายการผลิตบางส่วนออกจากจีน ด้วยเหตุผลสำคัญว่า เวียดนามอยู่ใกล้กับจีนและมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดกับห่วงโซ่การผลิตในจีน

แต่ต้องยอมรับว่าการย้ายฐานการผลิตนั้นทำได้ยากและมีต้นทุนสูง เพราะห่วงโซ่การผลิตของสิ้นค้าแต่ละอย่างจากต้นจนถึงปลายนั้นมีความซับซ้อนและมีส่วนประกอบจำนวนมาก

แม้ว่าบริษัทต่าง ๆ ย้ายส่วนการประกอบและผลิตบางส่วนออกจากจีนแล้ว แต่วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตสินค้าส่วนมากยังคงอยู่ในจีน ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายของสหรัฐในความพยายามแบ่งขั้วเศรษฐกิจของสหรัฐกับจีน

ตัวเลขการค้าของเวียดนามซึ่งขาดดุลจีน 32,300 ล้านดอลลาร์ และได้ดุลสหรัฐ 38,100 ล้านดอลลาร์ สะท้อนภาพชัดว่า เวียดนามนำเข้าชิ้นส่วน วัตถุดิบ และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากจีน เพื่อผลิตสินค้าส่งออก

เมื่อไปดูรายการสินค้าอันดับต้น ๆ ที่เวียดนามนำเข้าจากจีนและส่งออกไปยังสหรัฐ พบว่า สินค้าที่เวียดนามนำเข้าจากจีนมากอันดับแรก ๆ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือและอะไหล่สำรอง วัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่ม-รองเท้า โทรศัพท์และชิ้นส่วน เหล็กและเหล็กกล้า

ส่วนสินค้าที่เวียดนามส่งออกไปยังสหรัฐมากอันดับต้น ๆ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ไม้ และรองเท้า

รายการสินค้าที่ทับซ้อนกันเกือบทั้งหมดนี้สนับสนุนมุมมองที่ว่า เวียดนามนำเข้าสินค้าจากจีนเพื่อผลิต-ประกอบขั้นสุดท้ายแล้วส่งออกไปยังสหรัฐและยุโรป ซึ่งบ่งชี้ว่า สหรัฐและพันธมิตรคงต้องใช้เวลาและความพยายามอีกมากในการลดการพึ่งพาจีน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตัวเลขการค้าเวียดนาม บ่งชี้ว่าขั้วสหรัฐลดพึ่งพาจีนได้จริงไหม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...